อำนาจวิถี ๒ : อำนาจเป็นศัตรูกับผู้ครอบครองที่ไม่ซื่อตรง
อำนาจเป็นพลังอันรุนแรงและลึกลับ มีอิทธิพลต่อผู้ครอบครองเป็นอันมาก ไม่ว่าอำนาจนั้นจะอยู่ในระดับใด ล้วนแล้วแต่มีผลต่อผู้ครอบครองอำนาจนั้นทั้งสิ้น ดังนั้น ผู้ที่เป็นเจ้าของอำนาจย่อมต้องมีพลังในการที่จะควบคุมอำนาจให้อยู่ในมือของตนเพื่อให้เป็นเครื่องมือที่ดีที่ช่วยในการทำงาน
หากใครก็ตามไม่มีพลังมากที่จะควบคุมอำนาจไว้ได้ อำนาจนั่นแหละจะกลายเป็นศัตรูหันกลับมาทำลายผู้นั้นเอง
ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติทั้งในระยะไกลสมัยโบราณและในระยะใกล้ในกาลปัจจุบัน ได้จารึกหลักฐานการทำลายล้างของอำนาจที่มีต่อผู้คนมากมายนัก ผู้นำทางการเมืองตั้งแต่ยุคชนเผ่าต่อมายังยุคอาณาจักรไล่เรียงมาจนถึงยุครัฐชาติสมัยใหม่ ที่ขึ้นสู่อำนาจโดยวิถีทางที่ต่างกัน บ้างขึ้นมาโดยการสืบทอดทางสายเลือด รับช่วงต่อจากบรรพบุรุษ บ้างก็ขึ้นมาโดย
การแย่งชิงจากผู้ครอบครองอยู่ก่อนแล้ว บ้างก็ขึ้นมาโดยมติของคนส่วนใหญ่ เมื่อขึ้นมาสู่อำนาจแล้ว หลายคนใช้อำนาจเป็นเครื่องมือในการดำเนินกิจกรรมอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เกิดประโยชน์แก่ผู้คนมหาศาล หลายคนใช้อำนาจเพื่อสนองตอบความต้องการส่วนตน เกิดโทษแก่ผู้คนอย่างมหันต์ คนประเภทหลังนี่แหละที่อำนาจซึ่งตนครอบครองอยู่หันกลับมาเป็นศัตรูทำลายล้างจนพินาศย่อยยับ ต้องพบจุดจบอย่างน่าอนาถ
นี่ย่อมแสดงให้เห็นว่า อำนาจสร้างคนได้ก็ทำลายคนได้เช่นกัน และคนที่ถูกอำนาจทำลายล้างนั้น ส่วนมากแล้วมักเป็นคนที่คิดไม่ซื่อ
ตัวอย่างของคนไม่ซื่อที่ถูกอำนาจเล่นงาน มีให้เห็นมากมาย ย้อนไปถึงสมัยพุทธกาลคือสมัยที่องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ายังคงพระชนมชีพอยู่ อันได้แก่สองอาจารย์กับศิษย์ คือ พระเทวทัต กับ เจ้าชายอชาติศัตรู
พระเทวทัตเป็นเจ้าชายแห่งศากยวงศ์ เป็นพระญาติและพระสหายแห่งเจ้าชายสิทธัตถะ เมื่อ เจ้าชายสิทธัตถะได้ออกบวชและตรัสรู้เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว พระญาติทั้งหลายก็เลื่อมใสออกบวชตามเป็นอันมากรวมถึงเจ้าชายเทวทัตด้วย ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระศาสดา จนบรรลุอภิญญาคือมีฤทธิ์ หากแต่เป็นโลกียอภิญญา เป็นเพียงสมมติสงฆ์ธรรมดายังไม่ใช่พระอริยสงฆ์ คือพระโสดาบันขึ้นไป ดังนั้นกิเลสตัณหาประดามีก็ยังคงเต็มใจอยู่
อาศัย ที่เป็นเจ้าชายเชื้อกษัตริย์และเป็นพระญาติแห่งพระบรมศาสดา จึงทำให้มีผู้คนเลื่อมใสประกอบกับมีฤทธิ์อภิญญา สามารถผูกใจให้คนศรัทธาได้เป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือเจ้าชายอชาติศัตรูผู้เป็นรัชทายาทแห่งแคว้นมคธ เป็นโอรสพระเจ้าพิมพิสาร จึงนับได้ว่าพระเทวทัตมี อำนาจเหนือผู้อื่น ทั้งหมู่สงฆ์ที่เป็นบริวารและฆารวาสผู้เลื่อมใสจนคิดจะยึดอำนาจการปกครองคณะ สงฆ์ทั้งหมดจากพระบรมศาสดา โดยำเนินการต่างๆนานาเพื่อให้มาซึ่งอำนาจที่มิใช่ของตน แต่ในมี่สุดก็พบจุดจบอย่างน่าอนาถเพราะอำนาจนั่นเอง
ส่วน เจ้าชายอชาติศัตรูนั้น ก็ต้องการอำนาจให้มากยิ่งขึ้น ทั้งๆที่อำนาจแห่งการเป็นรัชทายาทนั้นก็มากอยู่แล้ว และในอนาคตก็จะได้อำนาจในฐานะกษัตริย์แห่งแคว้นมคธอยู่แล้ว แต่ ก็ได้รับการยุยยงปลุกปั่นจากอาจารย์คือพระเทวทัตให้กระทำรัฐประหาร จับพระราชบิดาจำคุกพร้อมทรมานให้ได้รับความทุกข์แสนสาหัส ในท้ายสุดพระราชบิดาก็สิ้นพระชนม์ แม้ในที่สุดจะกลายเป็นผู้มีอำนาจปกครองแว่นแคว้น แต่พระเจ้าอชาติศัตรูก็หามีความสุขไม่ ด้วยบาปกรรมที่ก่อไว้กับพระราชบิดานั้นเป็นอนันตริยกรรม ปิดทางสู่สุขคติในชาติปัจจุบันทุกทาง เช่นเดียวกับพระเทวทัตผู้เป็นอาจารย์
ทั้งสองอาจารย์กับศิษย์คู่นี้ต่างมีอำนาจในครอบครอง แต่อำนาจกลับมาเป็นศัตรูทำลายล้างเพราะความไม่ซื่อสัตย์ของตนเอง อาจารย์พบจุดจบอย่างน่าอนาถ ส่วนลูกศิษย์แม้จะกลับใจภายหลังแต่ก็ไม่สามารถพ้นไปจากโทษทัณฑ์ได้ จึงรับโทษในนรกต้องถูกหมกไหม้ให้ได้ทุกข์ทรมานเช่นเดียวกัน
การขึ้นครอบครองอำนาจของคนทั้งหลายในยุคหลังพุทธกาลก็ไม่ต่างกันเลย นั่นคือ คนที่ไม่ซื่อมักถูกอำนาจเล่นงานอย่างสาหัส ตัวอย่างมีให้เห็นมากมาย
นักการเมืองทั้งหลายที่อ้างอำนาจประชาชน แต่แทนที่จะใช้อำนาจประชาชนสร้างความอยู่ดีกินดีแก่เจ้าของอำนาจ พัฒนาประเทศชาติและสังคมให้เจริญรุ่งเรือง อำนวยประโยชน์แก่คนทุกเหล่า กลับใช้อำนาจนั้นไปในทางมิชอบ เพื่อประโยชน์แก่ตนเองและบริวาร ข่มเหงรังแกประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจ อันเป็นการละเมิดกฎ กติกา ข้อตกลงร่วมกันว่า ใครก็ตามเมื่อได้อำนาจไปแล้วต้องใช้อำนาจเพื่อคนทุกคน เมื่อไม่ซื่อสัตย์ต่อข้อตกลง ในไม่ช้าไม่นาน อำนาจก็จะต้องเล่นงานคนผู้นั้น
มีตัวอย่างมากมายให้ดู ทั้งในสังคมที่เจริญด้วยปรัชญาแนวคิดทางการเมืองที่เป็นรากฐานประชาธิปไตย คือยุโรปนั้น ปรากฏผู้มีอำนาจถูกอำนาจเล่นงานเป็นจำนวนมาก เช่น โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ (Oliver Cromwell) ผู้หาญกล้าท้าทายราชสำนักอังกฤษ ปฏิวัติยึดอำนาจด้วยอุดมการณ์ที่ต้องการสร้างระบอบการเมืองใหม่ที่เอื้อประโยชน์แก่ชนทุกชั้น หากแต่ไม่สามารถรักษาอุดมคติอันสวยงามขอตนไว้ได้ ทำให้กลายเป็นเผด็จการผู้ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จไปในที่สุด และปรากฏว่า อำนาจนั้นเองที่ทำลายล้างโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ กลายเป็นทรราชในประวัติศาสตร์การเมืองของอังกฤษไป
เฟอร์ดินันด์ อี. มาร์กอส(Ferdinand E. Marcos) ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของผู้ที่ถูกอำนาจเล่นงานจนพบจุดจบอย่างน่าอนาถ แม้ แรกเริ่มเมื่อขึ้นสู่อำนาจใหม่ๆจะเป็นที่หวังของประชาชนชาวฟิลิปปินส์อยู่ มาก แต่ในที่สุดความไม่ซื่อสัตย์ต่อข้อตกลงที่จะใช้อำนาจเพื่อทุกคน โดยใช้แต่เพื่อประโยชน์ของและครอบครัว ทำให้อำนาจที่ครอบครองอยู่นั้นหันกลับมาเป็นศัตรูด้วยการเข้าข้างประชาชนชาวฟิลิปปินส์ ขับไล่จนต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุน พบจุดจบไม่ต่างจากโอลิเวอร์ ครอมเวลล์
ผู้นำที่มาจากการรัฐประหารหรือปฏิวัติในประเทศไทยก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของคนที่ถูกอำนาจเล่นงาน เพราะการยึดอำนาจที่อ้างว่าทำเพื่อประเทศชาติและประชาชนนั้น เอาเข้าจริงแล้วก็เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของพวกตน เมื่อได้ครอบครองอำนาจแล้วก็ไม่สามารถที่จะใช้อำนาจได้นาน ต่างก็พบจุดจบไปตามๆกัน และเป็นจุดจบที่ไม่น่าจดจำแทบทุกคน
ล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็กลายเป็นอีกคนหนึ่งที่ถูกอำนาจซึ่งตนครอบครองอยู่กลายเป็นศัตรู แม้จะมาจากการเลือกตั้งโดยได้รับมอบอำนาจจากประชาชน แต่เมื่อไม่ซื่อสัตย์ต่อข้อตกลงในการใช้อำนาจ ในที่สุดก็ถูกอำนาจเล่นงาน มีชะตากรรมไม่ต่างจากคนอื่นๆก่อนหน้านี้
อำนาจมีพลังอันรุนแรงและลึกลับด้วยประการฉะนี้ คนที่จะสามารถใช้อำนาจได้อย่างมีประสิทธิภาพจะต้องเป็นผู้ที่มีพลังด้วยเช่นกัน รวมทั้งต้องเข้าใจธรรมชาติอันลึกลับของอำนาจด้วย จึงจะอยู่กับอำนาจได้
ในเมื่ออำนาจเล่นงานผู้ที่ขาดความซื่อสัตย์ดังที่กล่ามาแล้ว ดังนั้น ความลับหนึ่งของอำนาจก็คือยึดถือความซื่อตรง หาก มีความซื่อตรงแล้วอำนาจย่อมยินดีที่จะรับใช้ด้วยพลังอันมหาศาล ในทางตรงกันข้าม หากใครไม่ซื่อตรง อำนาจก็พร้อมที่จะทำลายล้างด้วยพลังอันมหาศาลเช่นเดียวกัน.
โกศล อนุสิม
๒๑ มีนาคม ๒๕๕๒




Leave a Reply