ประเทศไทย…จะเดินไปสู่หนไหนกันดี
คนไทยที่ไม่ได้เข้าร่วมฝักฝ่ายใด ระหว่างกลุ่มคนเสื้อเหลืองกับเสื้อแดง ตอนนี้ก็คงมีคำถามไม่ต่างกัน นั่นคือ เหตุการณ์บ้านเมืองที่วุ่นวายอยู่นี้ มันจะเดินไปในทิศทางใดต่อและจะจบลงยังไง สองคำถามนี้เกิดขึ้นคู่กัน และไม่มีคำตอบ
มีคนพยายามเสนอทางออกในการแก้ไขปัญหามากมาย ได้แก่ การยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน หรือนายกรัฐมนตรีลาออก แต่คำตอบที่ได้รับก็คือ ฝ่ายรัฐบาลที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงสนับสนุนก็บอกว่า ไม่ยุบสภาและไม่ลาออก เพราะมีความชอบธรรมในการบริหารราชการบ้านเมืองเนื่องจากได้รับเลือกมาจากประชาชน
ฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือคนสวมเสื้อเหลือง ที่ประท้วงรัฐบาลมาหลายเดือนแล้ว ก็ยืนยันว่า ไม่หยุดชุมนุมจนกว่ารัฐบาลนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลาออกและรับประกันว่าจะไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่อยู่ต่างประเทศก็เปิดประเด็นโจมตีประเทศของตนเองอย่างไม่มีชิ้นดี โดยเฉพาะศาลสถิตยุติธรรมถูกอดีตนายกรัฐมนตรีกระหน่ำอย่างไม่ยั้ง รวมถึงส่งสัญญาณให้กลุ่มคนเสื้อแดงที่สนับสนุนตนและรัฐบาลชุมนุมเผชิญหน้ากับพันธมิตรฯ แข่งกันสร้างความเสียหาบซ้ำเติมประเทศชาติอย่างไม่ยั้งมือ
หลายภาคส่วนของสังคม ประกอบด้วยคนที่ไม่เข้าข้างทั้งสองฝ่าย ต่างออกมาเรียกร้องให้ยุติการบ่อนทำลายประเทศชาติของผู้ที่เกี่ยวข้อง นั่นคือ ให้พันธมิตรฯเลิกชุมนุม เลิกยึดสนามบินทั้งสองแห่ง ให้รัฐบาลลาออกหรือยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน ให้กลุ่มคนเสื้อแดงหรือแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก) เลิกเคลื่อนไหว แต่คำตอบนั้นอยู่ในสายลม ไม่มีใครยอมฟัง มิหนำซ้ำในวันนี้ (2 ธันวาคม 2551) กลุ่ม นปก. ก้ยกกันไปล้อมศาลรัฐธรรมนูญที่พิจารณาคดยุบพรรคการเมือง อันได้แก่พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย จนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องย้ายไปใช้ศาลปกครองเป็นที่พิจารณาคดี แต่ก็มีข่าวว่า กลุ่ม นปก. ก็จะยกตามไปประท้วงที่ศาลปกครองด้วย
เรียกได้ว่าเป็นพฤติกรรมเลียนแบบฝ่ายพันธมิตร ที่เห็นฝ่ายหนึ่งทำก็ทำบ้าง โดยไม่สนใจว่าบ้านเมืองจะเป็นเช่นไร
ความพินาศย่อยยับเกิดขึ้นแก่เศรษฐกิจไทย ประเทศสูญเสียไปแล้วนับแสนๆล้านบาท ตั้งแต่กลุ่มพันธมิตรฯปิดสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ส่งผลให้คนอีกหลายแสนคนเดือดร้อน ประเทศก็สูญเสียโอกาสจากนักท่องเที่ยวและนักลงทุนที่จะเข้ามาท่องเที่ยวและทำธุรกิจ อย่างน้อยๆก็สองสามปีข้างหน้า มูลค่านับล้านๆบาท และทำให้คนไทยเดือดร้อนอีกหลายล้านคน เพราะธุรกิจปิดตัวลง
ความเสียหายที่เกิดขึ้น โปรดจำไว้ว่า คนทุกคนที่กล่าวมาข้างบนนั้น ทั้งกลุ่มพันธมิตรฯ กลุ่ม นปก. รับบาลนายสมชาย วงษ์สวัสดิ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ล้วนแต่มีส่วนสำคัญทำให้เกิดขึ้นทั้งสิ้น
หากคนไทยหรือสังคมไทยจะหาคนรับผิดชอบในกาลข้างหน้า ก็จงอย่าลืมคนทั้งหลายที่มีชื่ออยู่ในย่อหน้าข้างบนและคนที่มีส่วนในกลุ่มเหล่านั้น ที่จะต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่า เป็นพวกทำร้ายประเทศชาติใน พ.ศ. 2551 จนแทบจะทำให้ประเทศล้มละลาย
หากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มีความสลับซับซ้อนมากกว่าที่เห็น และมีผู้คนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ย่อมสมควรถูกประณามด้วย ที่เอาชาติบ้านเมืองและชีวิตของผู้คนเป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์แก่กลุ่มก๊กของตนเอง แม้ช่วงเวลาที่ใกล้จะถึงวันสำคัญของชาติ คือวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวาคม 2551 คนพวกนี้ก็ไม่ยอมลดราวาศอก ไม่ยอมหยุดการกระทำที่เป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทแม้แต่น้อย ทั้งๆที่ต่างประกาศว่ามีความจงรักภักดิ์ดี
เหตุการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว ก็ไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ว่า จะจบลงเมื่อใด ประเทศไทยจะเดินไปสู่ทิศทางไหน ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านต่างก้าวแซงหน้าไปแทบจะทุกประเทศแล้ว หรืออย่างน้อยพวกเขาก็ไม่หยุดเดิน ในขณะที่เราก้าวถอยหลัง
ผมก็เหมือนคนไทยส่วนที่ไม่เลือกข้าง คือขอให้ทุกฝ่ายเลิกการกระทำที่เป็นการทำร้ายประเทศชาติ ถอยไปคนละก้าว หันหน้ามาคุยกันเพื่อหาทางออก หากไม่เช่นนั้นประเทศชาติคงไม่เหลืออะไร นอกจากซากปรักหักพังซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าจะซ่อมแซมให้คืนสภาพดีดังเดิมได้
ผมขอชวนให้ทุกคนที่ได้อ่านข้อเขียนนี้ หากมีความคิดเห็นเช่นเดียวกัน ขอให้ช่วยกันทำคนละไม่คนละมือ นำความคิดเห็นและข้อเสนอไปเผยแพร่ต่อๆกันไป เขียนขึ้นมาเลยครับ เผยแพร่ไปตามช่องทางต่างๆเท่าที่ทำได้ เพื่อให้คนรู้ว่า ผู้ที่ต้องการความสงบสุขนั้นมีอยู่มากมายทั่วแผ่นดิน
ตอนนี้เป็นที่น่ายินดีว่า เสียงของคนที่เรียกร้องให้ยุติการกระทำของทุกกลุ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ หากเพิ่มมากขึ้นๆ ประเทศของเราอาจรอดพ้นความเลวร้ายไปได้ เพราะเสียงส่วนใหญ่ที่บริสุทธิ์จะมีพลังมหาศาล ผมเชื่อเช่นนั้น
เบี่ยงเบนทางเดินประเทศของเราให้ห่างจากความเสียหายไม่ได้ อย่างน้อยก็พอจะหยุดยั้งความหายนะขนานใหญ่ที่ประเทศอาจแตกเป็นเสี่ยงๆเพราะสงครามกลางเมืองได้ ก็ยังดี.
……..
เพิ่มเติมล่าสุด!>> เวลาบ่ายโมงกว่าๆของวันนี้ (2/12/51) ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคการเมือง 3 พรรค คือ พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย พร้อมตัดสิทะทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคทั้ง 3 พรรค เป็นเวลา 5 ปี มีผลทำให้คณะรัฐมนตรีสิ้นสุดหน้าที่ด้วย
ต้องรอดูต่อไปว่า สถานการณ์จะเป็นเช่นไร กลุ่มพันธมิตรจะเลิกฃุมนุมหรือไม่ กลุ่ม นปก. จะชุมนุมคัดค้านคำสั่งศาลหรือไม่
ที่สำคัญ ประเทศไทยจะรอดพ้นจากพงหนามหรือไม่?





นับตั้งแต่คนไม่ดีมาปกครองบ้านเมือง ประเทศไทยก็ขาดความสงบสุข แบ่งพรรคแบ่งพวก ไม่มองเห็นสถาบันหลักของชาติเป็นที่ตั้ง เป็นสิ่งสำคัญ กลับมัวเมาในวัตถุ ตัวตนบุคคลที่ไม่ดี แยกพวกเขา แยกพวกเรา มุ่งเอาประโยชน์ต่อพรรคพวก ญาติโกโหติกา และส่วนตัวเป็นหลัก บ้านเมืองเลยเป็นเช่นทุกวันนี้
คนดีปกครองบ้านเมือง ย่อมมุ่งประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก บ้านเมืองอยู่สงบสุข คนไม่ดีมาปกครองบ้านเมืองย่อมมองประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องเป็นหลัก เหตุการณ์ครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญของชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง หากเลือกคนไม่ดีมาปกครองบ้านเมือง ไม่ว่าจะเลือกหรือไม่เลือก ก็ต้องได้รับความเดือดร้อนเสมอภาคกันหมดอย่างนี้แหล่ะครับ
เอาแค่นี้แหล่ะครับท่านโกศล
ผมมองไม่ออกจริงๆว่าปัญหาของประเทศจะจบอย่างไร ถ้า……
รัฐบาล (ซึ่งขณะที่เขียนอยู่ ถูกคำสั่งยุบพรรคไปเรียบร้อย) ยังดันทุรัง และ
พธม ผู้ที่สร้างเงื่อนไขขัดค้านรายวัน ยังไม่มีท่าทีจะถอยอีกสัก 2 3 ก้าว
ปี 44 เคยชื่นชอบ ทักษิณ เนื่องจากความตั้งใจในการทำงาน
ปี 48-49 ความชื่นชอบเริ่มจืดจาง แปรเปลี่ยนเป็นการต่อต้าน (ในใจ)
ปี 50 กลับมาสนันสนุน พธม
ปี 51 ไม่ชื่นชมใครอีกแล้ว ไม่ว่าฝ่ายไหนแย่หมด
เขียนดีมากครับ
คุณ miek >> ขอบคุณมากครับ