ประเทศไทยบนกล่องระเบิดที่มีสายชนวนพร้อมจุด
ผมเขียนเรื่องนี้เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2551 หลังจากศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาให้ยุบพรรคการเมือง 3 พรรค อันได้แก่ พลังประชาชน ชาติไทย และ มัชฌิมาธิปไตย เพราะกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งและผิดรัฐธรรมนูญ และตัดสิทธิ์ทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปี ทำให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เป็นกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบต้องพ้นจากตำแหน่งโดยทันที
กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ชุมนุมขับไล่รัฐบาลมาหกเดือน ล่าสุดบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองเพื่อกดดันให้รัฐบาลลาออก ก็ประกาศเลิกชุมนุมในวันที่ 3 ธันวาคม เวลา 10.00 น. ทำให้สถานการณ์การเมืองและความวุ่นวายจาการปิดสนามบินทั้งสองแห่งสงบลง
บรรยากาศอันตรึงเครียดที่เป็นมาตลอดระยะเวลากว่า 6 เดือน นับแต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจัดชุมนุมขึ้น ก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ประชาชนไทยพอจะมองเห็นความหวังในการนำพาประเทศชาติเดินต่อไปข้างหน้าบ้าง แม้จะขลุกขลักแต่ก็ดีกว่าถอยหลังหรือหยุดอยู่กับที่
แต่หากพิจารณาตามความเป็นจริงแล้ว เหตุการณ์ที่ดุเหมือนสงบลงนั้น เป็นเพียงแค่ปรากฏการณ์หน้าฉากเท่านั้น เพราะหลังฉากยังมีการต่อสู้แย่งชิงทางการเมืองกันอยู่อย่างดุเดือด ความสงบที่เกิดขึ้นขณะนี้ อาจเป็นเพียงการพักรบระยะหนึ่ง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เหตุการณ์อาจจะปะทุขึ้นอีก และอาจรุนแรงกว่าที่ผ่านมาหลายเท่า
เมื่อเป็นเช่นนี้ ผมอดที่จะนึกถึงเหตุการณ์รอยต่อระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่กับสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ได้ เมื่อผมเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย เรียนประวัติศาสตร์สากล ครูประวัติศาสตร์ที่สอนผมที่โรงเรียนเดชอุดม จ.อุบลราชธานี ตั้งข้องสังเกตว่า แท้จริงแล้ว ระยะเวลาประมาณ 20 ปีที่สงครามโลกครั้งที่ 1 สงบลงนั้น เป็นเพียงการสงบศึกชั่วคราว เหมือนเป็นการส้องสุมกำลังเพื่อที่จะกลับมาทำสงครามกันใหม่ ก็เห็นจะจริงเช่นนั้น เพราะระยะเวลา 20 ปี ทั้งสองฝ่ายมีกำลังคนรุ่นใหม่โตพอที่จะเป็นทหารได้พอดี พวกทหารเก่าที่รอดตายจากสงครามครั้งแรกก็ยังอยู่ในวัยที่สามารถเข้าสนามรบได้อีก เป็นผู้บังคับบัญชาทหารใหม่ ทำภารกิจที่ค้างคาจากครั้งก่อนให้ลุล่วง หรือไม่ก็ตายไปในสงคราม
ดังนั้น โลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 จึงเป็นช่วงที่นั่งอยู่บนกล่องระเบิดที่มีสายชนวนพร้อมจุด รอแต่เพียงว่า ใครจะกล้าหาญจุดก่อน ในที่สุดฝ่ายเยอรมันก็เป็นผู้จุด โดยเปิดแกสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยการบุกยึกดปแลนดืแบบสายฟ้าแลบ แสดงแสนยานุภาพอันยิ่งใหญ่ให้ศัตรูตื่นตลึง เป็นการเปิดฉากสงครามโดยฝ่ายที่เคยพ่ายแพ้ อย่างรุนแรงและรวดเร็ว ก่อความเสียหายหลายเท่า แม้สงบลงแล้วก็ยังผลสะเทือนให้โลกแตกแยกเป็นสองฝ่าย กลายเป็นสงครามเย็นต่อเนื่องมายาวนานครึ่งศตวรรษ
สังคมไทยของเราในวันนี้ ผมคิดว่า ไม่ต่างจากโลกในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 หรือช่วงสงครามเย็นที่เหมือนนั่งอยู่บนกล่องระเบิดที่มีสายชนวนพร้อมที่จะถูกจุดให้ระเบิดขึ้นในวันใดวันหนึ่ง ซึ่งอาจจะในเวลาอันใกล้นี้ และเป็นระเบิดที่รุนแรงเกินจะคาดคิดเพราะเกี่ยวข้องกับอำนาจและผลประโยชน์ ของชนชั้นนำในสังคมที่ใช้ชนชั้นล่างเป็นเครื่องมือในการต่อสู้
เงื่อนไขที่จะทำให้มีการจุดชนวนระเบิดการเมืองครั้งใหม่ในระยะเวลาอันใกล้นี้ ก็คือ การจัดตั้งรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ หลังจากที่นายสมชาย วงษ์สวัสดิ์นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เป็นกรรมการบริหารพรรคต้องพ้นจากตำแหน่งไป โดยสภาผู้แทนราษฎรจะต้องประชุมเลือกคนที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้เสร็จสิ้นโดยไว ตามกรอบที่กฎหมายกำหนดไว้
การประชุมเลือกนายกรัฐมนตรี หากพรรคร่วมรัฐบาลเดิมยังเกาะกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น ก็มีโอกาสที่คนในฝ่ายรัฐบาลเดิมจะได้สืบทอดตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อเป็นเช่น โอกาสที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะกลับมาชุมนุมใหม่ก็ย่อมมีมากขึ้น เพราะประกาศชัดเจนว่า หากรัฐบาลตัวแทนของรัฐบาลตัวแทนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีอำนาจก็จะกลับมาชุมนุมอีก หรือหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อฟอกความผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็จะกลับมาชุมนุมใหม่เช่นกัน
ณ วันนี้ โอกาสที่พรรคร่วมรัฐบาลเดิมจะเกาะกลุ่มกันเหนียวแน่นจนสามารถใช้เสียงในสภาเลือกนายกรัฐมนตรีของตนได้ก็มีมาก นั่นย่อมแสดงว่ารัฐบาลที่ฝ่ายพันธมิตรฯกล่าวหาว่าเป็นตัวแทนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับเข้ามามีอำนาจอีก อันเป็นเงื่อนไขที่ทำให้กลุ่มพันธมิตรฯใช้เป็นเหตุผลในการกลับมาชุมนุมขับไล่อีกครั้งได้ รวมถึงหามีการแก้ไขรับธรรมนูญ ซึ่งโอกาสที่จะเป็นเช่นนั้นก็มีอยู่สูง เพราะรับบาลเดิมมีเสียงข้างมาก ก็จะให้พันธมิตรฯกลับมาอีกครั้งก็เป็นได้
แน่นอนว่า การกลับมาของพันธมิตรฯ ย่อมมีฝ่ายตรงกันข้ามคือ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ หรือ นปก. จัดการชุมนุมด้วย เป็นแนวขนานกันไป โดยเป็นที่รู้อยู่อย่างชัดเจนว่า กลุ่ม นปก. นั้นเป็นฝ่ายพวกของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ศัตรูตัวฉกาจของกลุ่มพันธมิตรฯ
และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่เคยเลิกล้มความคิดที่จะกลับมายิ่งใหญ่ในทางการเมืองอีก พยายามทุกวิถีทางที่จะต่อสู้กับฝ่ายตรงกันข้าม ทั้งให้สัมภาษณ์โจมตีประเทศไทย ศาลไทย และกลุ่มพันธมิตร ขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้กลุ่ม นปก. เคลื่อนไหวเพื่อสร้างความชอบธรรมแก่ตนเอง และยังใช้อิทธิพลผ่านกลไกรัฐสภาและกลไกการบริการราชการแผ่นดิน พยายามที่จะสร้างความชอบธรรม ลบล้างความผิดที่ถูกสังคมและศาลสถิตยุติธรรมตัดสินแล้ว
เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ยอมแพ้ ฝ่ายที่อยู่ตรงกันข้าม (ไม่ใช่เฉพาะพันธมิตรฯ แต่มีผู้อยู่เบื้องลึกเบื้องหลังอีกมากมาย) ก็ยอมไม่ได้เด็ดขาดที่จะให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับเข้ามามีอำนาจอีก จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะสกัดกั้นไม่ให้เข้ามามีอำนาจและอิทธิพลได้อีก
การต่อสู้กันของสองอำนาจใหญ่นี่เอง ที่เป็นเสมือนระเบิดการเมือง หรือสงครามเย็นการเมืองไทย ซึ่งหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดพลาดพลั้งก็จะถูกอีกฝ่ายฉวยเอามาประโคมโหมโจมตีในทันที หากจำเป็นที่จะต้องให้สถานการณ์สุกงอมเพื่อที่จะทำการหนึ่งการใด ก็พร้อมที่จะให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น โดยการจุดชนวนระเบิดเพื่อจะทำการให้บรรลุผล
นี่อาจมองในแง่ร้ายสักหน่อย หรือเพ้อฝันเป็นนิยาย แต่ความจริงก็คือความจริง ความจริงย่อมไม่มีวันสูญสลาย แม่คนที่รู้ความจริงจะตายไปนานแล้วก็ตาม
เมื่อเป็นดังนี้ คนไทยจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่าตนนั่งอยู่บนกล่องระเบิด คงต้องช่วยกันคิดหาทางออกในเร็ววัน หาทางถอดชนวนและแยกชิ้นส่วนระเบิดออกจากกัน เพื่อไม่ให้คนมาจุดชนวนระเบิด เพราะหากมีใครจุดแล้วอาจแหลกเหลวไปด้วยกันทุกฝ่าย รวมถึงชาติบ้านเมืองด้วย
ขอให้สิ่งที่ผมเขียนมาทั้งหมดนี้ผิดพลาดด้วยเถิด อย่าให้เกิดขึ้นสักอย่าง ถึงจะหน้าแตกก็ยอม.
[หากท่านใดเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ สามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆได้ โดยขอให้ทำลิงค์กลับมายังบทความนี้ แต่ขอความกรุณาอย่านำไปผลิตหรือจำหน่ายไม่ว่ารูปแบบใดๆเลยนะครับ]




การยุบ 3 พรรคการเมือง และ พันธมิตรยุติการชุมนุม ทั้งสองเหตุการณ์นี้คือ “การส่งสัญญาณชักธงรบ” ของทั้งสองสี
จริงๆแล้วนับจากวันนี้ไป “สงครามที่แท้จริง” พึ่งจะเริ่มต้น — ๒ กันยายน และ ๗ ตุลาคม และอีก ๖ เดือนที่ผ่านมานั้น มันแค่ออเดิฟแบบน้ำจิ้ม เพื่อเช็คขุมกำลังและวอล์มอัพกันเท่านั้น
จากนี้ไป..กรุณาอย่ากระพริบตา ผมได้กลิ่นคาวเลือดยังไงๆ..ชอบกล
MiMD >> ผมก็หวั่นๆว่าจะเป็นดังนั้นเหมือนกัน ตอนนี้อยู่ในช่วงจับขั้วจับคู่เพื่อตั้งรัฐบาล ถ้าก๊กเก่ามาเต็มพิกัดก็ต้องยุ่งอีกแน่ ทีนี้อาจจะกู่กันไม่กลับก็ได้
ชนวนระเบิดอาจจะถูกจุด…
Big Bang!
ก่อกำเนิดจักรวาลใหม่…ซะทีรึ