บ่นบ้าเรื่องการเมืองไทยแต่ไม่เบื่อ
สถานการณ์บ้านเมืองเป็นที่น่าห่วงใยว่าจะเกิดเหตุไม่ปกติขึ้น เนื่องมาจากความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงถึงขั้นที่จะอยู่ร่วมกันไม่ได้ต่อไปอีกแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มสีแดงที่ประกาศอย่างโจ่งแจ้งว่าจะโค่นล้มฝ่ายตรงกันข้ามลงให้ได้ ทำดังว่าบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป
ฝ่ายผู้มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง คือรัฐบาล ก็ดูเหมือนจะเพิกเฉยไม่จัดการแก้ไขปัญหาเท่าที่ควรจะทำ ปล่อยให้สถานการณ์คุกรุ่นสุกงอมมากขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนคนยากจนและคนที่ทำมาหากินเลี้ยงดูครอบครัว เสียภาษีแก่ประเทศชาติ และต้องการเห็นความสงบในบ้านเมือง ต่างได้รับความเดือดร้อนโดยถ้วนหน้า
การเมืองเป็นเรื่องผลประโยชน์ เรื่องนี้ก็เป็นที่เข้าใจและยอมรับได้ หากอยู่ภายใต้กฎ กติกา ของบ้านเมือง ปฏิบัติโดยเท่าเทียมกัน ต่อสู้กันด้วยหลักการและความซื่อสัตย์ เพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวม แต่ปัจจุบันสิ่งที่กล่าวมาดูเหมือนถูกละทิ้งไปแทบหมดสิ้น
หลังศาลพิพากษายึดทรัพย์อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ก่อนศาลจะตัดสินก็บอกกล่าวแก่สาธารณชนว่า จะยอมรับคำตัดสิน แต่เมื่อถูกยึดทรัพย์กลับคืนคำพูด จำไม่ได้ว่าพูดอะไรไว้ แล้วหันมาตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับศาล ปฏิปักษ์กับรัฐบาล เพราะผลประโยชน์ของตนถูกกระทบกระเทือน
ฝ่ายผู้สนับสนุนก็เฮโลเอาเรื่อง สร้างความปั่นป่วนไปทั่ว โดยไม่เกรงกลัวว่าจะละเมิดสิทธิของชาวบ้านชาวเมือง ฝ่ายรัฐก็อ้ำอึ้ง เงื้อง่าราคาแพง จะจัดการคนก่อความวุ่นวายก็ไม่จัดการเสียที ทำไปทำมากลายเป็นแนวร่วมมุมกลับให้พวกเขาไปโดยปริยาย
ในสภาที่ทรงเกียรติก็กลายเป็นไร้เกียรติเพราะมัวแต่เอาแต่ชนะคะคานกัน ไม่ทำหน้าที่ที่ต้องทำ มีแต่เรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง ขัดแย้งกัน ทะเลาะกันเหมือนเด็กแย่งขนม ความวิบัติฉิบหายมาเยือนบ้านเมืองทีละน้อย และเพิ่มทวีความรวดเร็วขึ้น หากเป็นอยู่อย่างนี้อีกไม่นานก็คงล่มจมกันทั้งประเทศ
เมื่อใดจะได้สติเสียทีหนอไทยทั้งหลาย
จมอยู่กับปลักทักษิณมานานจนประเทศจะสิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว ตื่นกันเสียที
บ่นมาหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่เบื่อหรอกจะบ่นไปอีกเรื่อย ๆ นั่นแหละ เพราะยังรักประเทศไทย.



