<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โกศลคนชอบคุย &#187; ทฤษฎีไร้ระเบียบ</title>
	<atom:link href="http://kosoltalk.com/tag/%e0%b8%97%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://kosoltalk.com</link>
	<description>รวมเรื่องสากกะเบือยันเรือรบ</description>
	<lastBuildDate>Fri, 09 Jul 2010 04:13:22 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ทำไม &#8220;เด็ดดอกไม้&#8221; จึง &#8220;สะเทือนถึงดวงดาว&#8221; ใครรู้ยกมือขึ้น&#8230;</title>
		<link>http://kosoltalk.com/chaos-theory</link>
		<comments>http://kosoltalk.com/chaos-theory#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Apr 2008 16:44:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[กถาโกศลทอล์คโม้]]></category>
		<category><![CDATA[พลังและแรงบันดาลใจ]]></category>
		<category><![CDATA[Chaos Theory]]></category>
		<category><![CDATA[ThinkTank]]></category>
		<category><![CDATA[ทฤษฎีไร้ระเบียบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kosoltalk.com/archives/105</guid>
		<description><![CDATA[ผมได้ความคิดในการเขียนเรื่องนี้จากบล็อกของคุณ Nabhasan2007 แห่ง mBlog โดยเธอได้เขียนเรื่อง &#8220;ทำไมเด็ดดอกไม้แล้วสะเทือนถึงดวงดาว&#8221; ตั้งคำถามในเรื่องนี้ แล้วมีผู้เข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นหลายคน รวมทั้งผมด้วย
ผมได้ยินประโยคนี้เมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อน เพราะเป็นชื่ออัลบั้มเพลงของกลุ่มดนตรีเฉลียง (ถ้าจำไม่ผิด)  ต่อมาจึงได้รู้ว่า เป็นคำอธิบายที่มีผู้ใช้อธิบายถึงทฤษฎีแห่งความไร้ระเบียบ หรือทฤษฎีความอลวน หรือ ทฤษฎีความโกลาหล ซึ่งแปลมาจากภาษาอังกฤษคำเดียวกัน คือ Chaos Theory  ซึ่งทฤษฎีดังกล่าวนี้ ในภาคภาษาไทยมีผู้อธิบายไว้หลายแห่งโดยคนหลายคน  ที่น่าสนใจและทำความเข้าใจได้เป็นเบื้องต้น ก็คือ คำอธิบายเรื่องทฤษฎีความโกลาหล ของ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิช แห่งสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)
ในทางวิชาการนั้น คำอธิบายของประโยคที่ว่า &#8220;เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว&#8221; ที่อิงแอบอยู่กับทฤษฎีความไร้ระเบียบ  ได้ก่อให้เกิดความสับสนงุนงงแก่ผู้อ่านที่ไม่มีพื้นฐานทางด้านวิชาการ  หรือไม่มีพื้นความรู้เรื่องทฤษฎีดังกล่าว  ตัวผมเองแม้มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่สนใจเรื่องทฤษฎีความไร้ระเบียบ (ผมชอบคำแปลคำนี้ ซึ่งแปลโดย อาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธ์ ในหนังสือชื่อ &#8220;ทฤษฎีความไร้ระเบียบกับทางแพร่งของสังคมสยาม&#8221;) จนถึงขั้นลงมือศึกษาค้นคว้าด้วยความอยากรู้ แต่ในที่สุดก็ยอมแพ้ไป เพราะไม่สามารถที่จะทำความเข้าใจในเชิงวิชาการได้
ดังนั้น ผมจึงหันมาพิจารณาทำความเข้าใจในเชิง &#8220;วิชากู&#8221; หรืออาจจะเรียกว่า &#8220;วิชาเกิน&#8221; ก็ได้ นั่นคือ คิดค้นทำความเข้าใจโดยใช้รสนิยมของตัวเองล้วนๆ  จนตกผลึกเป็นความคิดชุดหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมได้ความคิดในการเขียนเรื่องนี้จากบล็อกของคุณ <a href="http://mblog.manager.co.th/nabhasan2007/th-9083/">Nabhasan2007 </a>แห่ง <a href="http://mblog.manager.co.th/">mBlog</a> โดยเธอได้เขียนเรื่อง <strong>&#8220;ทำไมเด็ดดอกไม้แล้วสะเทือนถึงดวงดาว&#8221;</strong> ตั้งคำถามในเรื่องนี้ แล้วมีผู้เข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นหลายคน รวมทั้งผมด้วย</p>
<p>ผมได้ยินประโยคนี้เมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อน เพราะเป็นชื่ออัลบั้มเพลงของกลุ่มดนตรีเฉลียง (ถ้าจำไม่ผิด)  ต่อมาจึงได้รู้ว่า เป็นคำอธิบายที่มีผู้ใช้อธิบายถึงทฤษฎีแห่งความไร้ระเบียบ <a href="http://www.th.wikipedia.org/wiki/ทฤษฎีความอลวน">หรือทฤษฎีความอลวน </a>หรือ <a href="http://www.fedu.uec.ac.jp/atpij/sakkayaphab/vol3-3/art4.html">ทฤษฎีความโกลาหล </a>ซึ่งแปลมาจากภาษาอังกฤษคำเดียวกัน คือ Chaos Theory  ซึ่งทฤษฎีดังกล่าวนี้ ในภาคภาษาไทยมีผู้อธิบายไว้หลายแห่งโดยคนหลายคน  ที่น่าสนใจและทำความเข้าใจได้เป็นเบื้องต้น ก็คือ คำอธิบายเรื่อง<a href="http://www.info.tdri.or.th/reports/unpublished/chaos-theory.pdf">ทฤษฎีความโกลาหล </a>ของ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิช แห่งสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)</p>
<p align="justify">ในทางวิชาการนั้น คำอธิบายของประโยคที่ว่า &#8220;เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว&#8221; ที่อิงแอบอยู่กับทฤษฎีความไร้ระเบียบ  ได้ก่อให้เกิดความสับสนงุนงงแก่ผู้อ่านที่ไม่มีพื้นฐานทางด้านวิชาการ  หรือไม่มีพื้นความรู้เรื่องทฤษฎีดังกล่าว  ตัวผมเองแม้มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่สนใจเรื่องทฤษฎีความไร้ระเบียบ (ผมชอบคำแปลคำนี้ ซึ่งแปลโดย<strong> อาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธ์</strong> ในหนังสือชื่อ <strong>&#8220;ทฤษฎีความไร้ระเบียบกับทางแพร่งของสังคมสยาม&#8221;</strong>) จนถึงขั้นลงมือศึกษาค้นคว้าด้วยความอยากรู้ แต่ในที่สุดก็ยอมแพ้ไป เพราะไม่สามารถที่จะทำความเข้าใจในเชิงวิชาการได้</p>
<p align="justify">ดังนั้น ผมจึงหันมาพิจารณาทำความเข้าใจในเชิง <strong>&#8220;วิชากู&#8221;</strong> หรืออาจจะเรียกว่า<strong> &#8220;วิชาเกิน&#8221;</strong> ก็ได้ นั่นคือ คิดค้นทำความเข้าใจโดยใช้รสนิยมของตัวเองล้วนๆ  จนตกผลึกเป็นความคิดชุดหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังที่ผมได้แสดงความคิดเห็นไว้ในบล็อกของคุณ <a href="http://mblog.manager.co.th/nabhasan2007">Nabhasan2007</a> ซึ่งผมจะขอยกมานำเสนอไว้ในที่นี้โดยพิสดาร(คือยาวขึ้นมาหน่อยนั่นแหละครับ)</p>
<p align="justify">โดยอาศัยหลักวิชากูที่ได้นั่งคิดนอนคิดมาจนผมร่วงไปครึ่งหัว (ร่วงเป็นสไตล์ชะโดตีแปลงซะด้วย) ผมก็ได้คำอธิบายว่าเรื่อง &#8220;เก็บดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว&#8221; ซึ่งคำกล่าวนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คำพูดโก้ๆของนักปรัชญาจอมปลอม หากแต่เป็น <strong>&#8220;สัจธรรม&#8221;</strong> (Truth) หาใช่ <strong>&#8220;ความจริงพื้นๆ&#8221; </strong>(Real) ไม่ (เอ๊ะ! ใช้ภาษาอังกฤษถูกหรือเปล่าหว่าเนี่ย)</p>
<p align="justify">ผมคิด (และเชื่อด้วย) ว่า ประโยคเด็ดที่ว่า &#8220;เก็บดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว&#8221; เป็นคำอธิบายในเชิงเปรียบให้เราเห็นถึงกระบวนการต่อเนื่องของสรรพสิ่ง ที่ส่งผลต่อกันไปเป็นลูกโซ่ ซึ่งเมื่อเราเข้าใจแล้ว จะทำให้เรามีความรอบคอบในการทำสิ่งต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบอันไม่พึ่งประสงค์ที่จะตามมาในภายหลัง</p>
<p align="justify">ที่เป็นดังนี้เพราะว่า การกระทำของเรา ณ กาลเวลาและสถานที่หนึ่งในปัจจุบัน ย่อมส่งผลต่อเนื่องไปถึงอนาคต  หรือในทางกลับกัน การกระทำของเรา ณ กาลเวลาและสถานที่หนึ่งในอดีต ส่งผลมาถึงเราในกาลเวลาและสถานที่ปัจจุบันนี้ นั่นเอง</p>
<p align="justify">อธิบายอย่างง่ายให้เห็นภาพต่อเนื่องชัดเจนขึ้นดังนี้</p>
<p align="justify"><span id="more-105"></span></p>
<p align="justify"><strong>ณ กาลเวลาปัจจุบัน เราอยู่ ณ สถานที่หนึ่งคือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เราเดินไปพบดอกไม้ป่าที่สวยแปลกอยู่ดอกหนึ่ง ด้วยความเห็นแก่ตัว ไร้ความรับผิดชอบ  ปราศจากจิตใจแห่งสาธารณะ  เราจึงเด็ดดอกไม้ดอกนั้น  และดอกไม้ดอกนั้นเป็นดอกสุดท้ายของฤดูกาลที่มีน้ำหวานให้ผีเสื้อ ผีเสื้อตัวหนึ่งต้องการดื่มน้ำหวานครั้งสุดท้ายก่อนที่จะบินไปวางไข่  เมื่อผีเสื้อไม่ได้กินน้ำหวานก็อดตาย ไม่ได้วางไข่  เมื่อผีเสื้อไม่ได้วางไข่ก็ไม่มีหนอนผีเสื้อออกมาหากินใบไม้  นกที่ต้องอาศัยหนอนผีเสื้อที่ออกมาจากแม่ผีเสื้อตัวนั้นเป็นอาหารก็ไม่มีอาหารให้กิน  เมื่อนกไม่ได้กินอาหารก็อดตาย  เมื่อนกอดตายลูกนกที่จะต้องเกิดจากแม่นกตัวนั้นก็ไม่ได้เกิด เมื่อลูกนกไม่ได้เกิด  เมื่อลูกนกไม่ได้เกิดจำนวนนกก็ลดลง ทำให้เหยี่ยวที่อาศัยจับนกเล็กกินเป็นอาหารก็ไม่มีอาหารพอเพียงทำให้ไม่สามารถออกไข่ที่สมบูรณ์ได้  ส่งผลให้ไม่มีลูกเหยี่ยวเกิดขึ้น  จำนวนเหยี่ยวก็ลดลง  แล้วมีผลทำให้จำนวนเหยี่ยวลดลงด้วย  เมื่อจำนวนเหยี่ยวลดลง จำนวนสัตว์เล็กๆที่เป็นอาหารเหยี่ยว เช่น นกเล็กๆ หนูป่าหนูนาก็เพิ่มขึ้น  หนูเพิ่มขึ้นก็ทำความเสียหายแก่พืชไร่พืชนา ส่งผลให้ผลผลิตของชาวไร่ชาวนาลดลงเพราะถูกทำลาย&#8230;.แล้วก็ส่งผลต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด</strong></p>
<p align="justify">นี่เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นเป็นเส้นตรง หรือผลกระทบที่เกิดขึ้นเพียงชั้นเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผลกระทบจะแผ่กว้างออกไปทุกทิศทุกทาง เหมือนเราโยนก้อนหินลงน้ำ จนทำให้เกิดคลื่นน้ำแผ่ขยายออกไปรอบทิศ จากคลื่นเล็กๆแล้วขยายใหญ่ออกไปเรื่อยๆ นั่นแหละครับ</p>
<p align="justify">จะเห็นว่า การกระทำใดๆของเรา ณ กาลเวลาใดเวลาหนึ่ง สถานที่ใดที่หนึ่ง ย่อมส่งผลไปถึงเหตุการณ์ในอนาคตอย่างแน่นอน  เมื่อเราทำในสิ่งที่ดี แนวโน้มผลที่เกิดขึ้นก็ย่อมเป็นไปในทางที่ดี  เมื่อเราทำสิ่งไม่ดี แนวโน้มของผลกระทบย่อมจะเกิดขึ้นทางที่ไม่ดี  นั่นคือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ตามหลักธรรมคำสอนแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเอง</p>
<p align="justify">เมื่อเราเข้าใจเช่นนี้ ทำให้เราเกิดความระมัดระวัง รอบคอบมากยิ่งขึ้น ในการกระทำสิ่งใดๆก็ตาม เพราะไม่ว่าจะทำสิ่งใด มันย่อมนำไปสู่สิ่งอื่นๆในกาลข้างหน้าทั้งสิ้น จะเป็นสิ่งดี สิ่งไม่ดี ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของเรา ณ กาลเวลาและสถานที่ปัจจุบัน</p>
<p align="justify">นี่แหละเป็นคำตอบ หรือคำอธิบาย หรือ ความเข้าใจของผมเกี่ยวกับประโยคโลกแตกที่ว่า &#8220;เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว&#8221;  มันจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องหรือไม่ก็ตาม ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะประเด็นสำคัญอยู่ที่มันทำให้ผมได้คิดพิจารณา หาเหตุผล หาข้อมูล เพื่อนำมาประกอบการหาคำตอบเรื่องนี้  ซึ่งก็คือการพัฒนาตัวเองวิธีหนึ่ง เมื่อเราได้พัฒนาตัวเอง ย่อมเป็นที่เชื่อได้ว่า ผลที่ดีๆจะต้องเกิดขึ้นตามมาอย่างใดอย่างหนึ่ง ณ กาลเวลาและสถานที่หนึ่งในอนาคต</p>
<p align="justify"><strong>ท่านใดจะคิดเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ขอเชิญอภิปรายกันได้  หรือใครมีคำตอบที่แน่ชัดก็ยกมือขึ้น แล้วพิมพ์คำตอบนั้นลงไว้ในที่นี้ด้วย ถ้าไม่หวง  เพื่อทุกๆคนจะได้แบ่งปันคำตอบนั้นไปใช้ประโยชน์ด้วยโดยทั่วกัน.</strong></p>
<p align="justify">
<p><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-1054503077643492";
/* 468x60, created 1/8/10 */
google_ad_slot = "1929120964";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//-->
</script><br />
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></p>

	<b>เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน</b>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://kosoltalk.com/the-good-the-bad-and-the-ugly-2-post-2" title="ลูกน้องสมองใส : The Good,The Bad  and The Ugly (2) (March 17, 2008)">ลูกน้องสมองใส : The Good,The Bad  and The Ugly (2)</a> (0)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/the-good-the-bad-and-the-ugly-2-post" title="ลูกน้องสมองใส : The Good,The Bad and The Ugly (2) (March 17, 2008)">ลูกน้องสมองใส : The Good,The Bad and The Ugly (2)</a> (0)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/future-watch" title="เขียนอนาคตประวัติศาสตร์ 10 ปีข้างหน้า ด้วย 10 แนวโน้มที่ต้องจับตา (1) (April 22, 2008)">เขียนอนาคตประวัติศาสตร์ 10 ปีข้างหน้า ด้วย 10 แนวโน้มที่ต้องจับตา (1)</a> (0)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/generartion-d-make" title="ทำ Generation D รุ่นจิ๋วให้แจ๋วกันอย่างไรดี&#8230; (March 25, 2008)">ทำ Generation D รุ่นจิ๋วให้แจ๋วกันอย่างไรดี&#8230;</a> (0)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/the-good-the-bad-and-the-ugly-3-post" title="ลูกน้องสมองใส : The Good,The Bad and The Ugly (3) (April 4, 2008)">ลูกน้องสมองใส : The Good,The Bad and The Ugly (3)</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosoltalk.com/chaos-theory/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
