หนทางการพัฒนาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์

ดร.โสภณ พรโชคชัย : ในวันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม 2553 ผมไปร่วมสัมมนาเรื่อง “การขับเคลื่อนงานสังคมสงเคราะห์: ทิศทางการพัฒนาองค์ความรู้และความเป็นวิชาชีพ” ณ ห้องราชา 2 โรงแรมปรินซ์ พาเลซ มหานาค กรุงเทพมหานคร พอดีเวลาจำกัดและผมต้องรีบกลับก่อนปิดงาน จึงไม่มีโอกาสได้แสดงความเห็น และขออนุญาตแสดงความเห็นไว้ ตามนี้เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาวิชาชีพ

ในความเข้าใจของผม “นักสังคมสงเคราะห์” คือ นักแก้ปัญหาสังคม โดยการแก้นี้หมายถึงการปฏิบัติการที่รวมความถึงการวิเคราะห์ การป้องกัน การวางแผน และการพัฒนาด้วย ส่วนปัญหาสังคมนั้นหมายถึงปัญหา ทั้งต่อบุคคล กลุ่ม ชุมชนและสังคมโดยรวม ที่อาจเป็นในด้านเด็ก สตรี คนชรา ชุมชนแออัด ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการทางกายหรือจิต เป็นต้น และอาจเป็นในสถานที่ที่แตกต่างกันเช่น โรงพยาบาล คุก สถานสงเคราะห์ เป็นต้น

ในการแก้ปัญหาสังคมนั้น นักสังคมสงเคราะห์พึงมองเป็นองค์รวม ตั้งแต่การวิเคราะห์ การวางแผน การจัดทำ Roadmap ในการแก้ไขปัญหา เช่น ปัญหาขอทาน ปัญหาในระดับมหภาค ระดับจุลภาคคืออะไร บทบาทในการป้องกัน แก้ไข เป็นอย่างไร การหน้าที่ของสถานสงเคราะห์และบทบาทของนักสังคมสงเคราะห์ในสถานสงเคราะห์ และการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

แต่โดยที่เราขาดการมองปัญหาเป็นองค์รวม แทนที่วิชาชีพของเราจะเป็นเสมือนผู้คอยดูแลการแก้ไขปัญหาทั้งหลาย เช่น นักรัฐศาสตร์ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ประสานส่วนราชการต่าง ๆ ในการบริหารราชการส่วนภูมิภาค วิชาชีพสังคมสงเคราะห์จึงกลับมีบทบาทเป็นเพียงหย่อม ๆ เฉพาะจุด ขาดการเขื่อมต่อกัน ขาดการ พัฒนาองค์ความรู้ และในขณะนี้จึงถูกวิชาชีพอื่นแย่งงาน แย่งบทบาทไปดำเนินการจนขาดความเป็นตัวตนที่ชัดเจนเท่าที่ควร

วิชาชีพสังคมสงเคราะห์เกิดขึ้นมาในยุคที่ประเทศไทยพยายามเข้าสู่ยุคสังคมสวัสดิการในปลายสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งเป็นยุคที่ค่อนข้างก้าวหน้า ในยุคนั้นมีความพยายามในการออกใบอนุญาตวิชาชีพ มีกรมประชาสงเคราะห์ รวมทั้งมีความเป็นไปได้ที่จะมีหน่วยงานระดับกระทรวงด้านสังคมสงเคราะห์ แต่มาถดถอยในยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ที่พยายามไม่สานต่อดำริต่าง ๆ ของจอมพล ป. ประกอบกับวิชาชีพนี้ถูกทำให้มีภาพเป็นกิจกรรมของ “คุณหญิงคุณนาย” แทนที่จะเป็นวิชาชีพแต่แรก วิชาชีพนี้จึงได้รับการบิดเบือนและขาดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ

อาจกล่าวได้ว่านักสังคมสงเคราะห์ก็เหมือนกับนักวิชาชีพอื่น เช่น นักเศรษฐศาสตร์ นักสังคมศาสตร์ นักรัฐศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ แต่วิชาชีพเหล่านี้เป็นวิชาชีพในเชิงวิชาการ แต่วิชาชีพของเราเน้นการปฏิบัติ เช่นเดียวกับวิชาชีพแพทย์ พยาบาล วิศวกร สถาปนิก นักกฎหมาย นักบัญชี เป็นต้น หากวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ได้รับการพัฒนาโดยไม่ถูกบิดเบือนข้างต้น วิชาชีพนี้ก็จะได้รับการยอมรับ โดยอาจมีนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ นักสังคมสงเคราะห์จิตเวช นักพัฒนาชุมชน (นักสังคมสงเคราะห์ชุมชน) นักประชาสงเคราะห์ (นักบริหารงานสังคมสงเคราะห์) ซึ่งเป็นการแตกแขนงนักสังคมสงเคราะห์ออกไป

อย่างไรก็ตามในขณะนี้อะไรต่าง ๆ ก็ดูคล้ายจะสายไปเสียแล้ว แต่ก็คงยังพอมีเวลาในการแก้ไข ผมจึงขอเสนอแนวทางดังนี้:

1. การศึกษาถึงแนวทางการสร้างอัตลักษณ์ของ “นักสังคมสงเคราะห์” ของประเทศต่าง ๆ สมาคมที่เกี่ยวข้องของเราได้จัดการประชุมในด้านนี้หลายครั้ง ผมไม่แนใจว่าเราได้ศึกษาประสบการณ์ต่อสู้เพื่อพัฒนาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ของประเทศอื่นอย่างลึกซึ้งเพื่อนำมาปรับใช้ในประเทศไทยหรือไม่ การอาศัย Common Sense อย่างเดียวคงไม่พอ

2. การเร่ง จัดการศึกษาต่อเนื่อง (CPD: Continuing Professional Development Program) สำหรับนักวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รุ่นที่จบไปแล้ว ทั้งหลาย เพื่อปรับปรุงความรู้ให้ทันสมัยและสร้างเครือข่ายสังคมสงเคราะห์บนฐานความ รู้

3. การวิเคราะห์และวางแผนการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นำเสนอสู่สังคมในนามของคณะหรือสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงบทบาทของ นักสังคมสงเคราะห์อย่างต่อเนื่อง

4. การวาง Roadmap ของการแก้ไขปัญหาสังคมต่าง ๆ เช่น ปัญหาสตรี เด็ก ชุมชน ฯลฯ โดยแสดงถึงบทบาทของนักสังคมสงเคราะห์ในขั้นตอนและสถานปฏิบัติงานต่าง ๆ บทบาทของนักวิชาชีพอื่น ตลอดจนบทบาทการประสานงานกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่แสดงถึงการวิเคราะห์และวางแผนการแก้ไขปัญหา อย่างเป็นองค์รวม

สมาคมวิชาชีพ สถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ถ้าในรายงานประจำปีของสมาคมหรือสถาบันการศึกษาของพวกเรายังไม่มีเรื่องเช่นนี้ นอกจากกิจกรรม “เบี้ยหัวแตก” แบบ “พระตีระฆังไปวัน ๆ” แล้ว วิชาชีพของเราก็จะยังไม่พัฒนา ลองตรวจสอบดูนะครับ

เกี่ยวกับ โสภณ พรโชคชัย

http://www.facebook.com/sopon.pornchokchai
http://www.thaiappraisal.org/thai/contact/default_dr.sopon.htm

หมายเหตุ ผมได้รับบทความนี้ทางอีเมล์จาก ดร.โสภณ พรโชคชัย ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันทำงานด้านการประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ ได้ส่งบทความนี้ให้น้อง ๆ ทางอีเมล์ อ่านแล้วเห็นว่าเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสังคมไทยโดยรวม แม้จะเกี่ยวข้องกับวิชาชีพหนึ่ง แต่วิชาชีพนั้นเกี่ยวพันกับการแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคม ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกสาขาอาชีพ จึงนำมาเผยแพร่ไว้ ณ ที่นี้ – - โกศล อนุสิม

Related Posts with Thumbnails เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน
This entry was posted on Friday, July 9th, 2010 and is filed under เรื่องจิปาถะผสม. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply

kbiztalk

ยินดีต้อนรับทุกท่าน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosoltalk.com หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

bookandwriter

xirbit

เืดือนนี้มีอะไร

หมวดหมู่สาระพัน

เสียงเพื่อนพูดคุย

เรื่องเก่าๆเอามาให้อ่าน

eXTReMe Tracker Free counter and web stats