แล้งหน้านาเสร็จ ลูกใครจะไปสู่ขอ

หัวข้อที่ตั้งไว้ดูแล้วไม่เข้ากับฤดูกาล แต่เอาเถอะ อ่านไปสมุมติใจให้เป็นฤดูเดียวกับเนื้อเพลงก็แล้วกัน จะได้มีอรรถรสยิ่งขึ้น ได้เห็นบรรยากาศอันน่าอยู่อาศัยของสังคมไทยของเรา
สิ่งหนึ่งที่ทำให้สังคมไทยน่าอยู่ก็คือ มีเทศกาลงานบุญอันอุดม ทุกๆเดือนมีงานทำบุญกันทั้งนั้น นับแค่วันพระที่จะต้องเข้าวัดก็ ๔ หนเข้าไปแล้ว การทำงานบุญก็คือการร่วมแรงร่วมใจกันประกอบสิ่งดีๆ เป็นกิจกรรมของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชนโดยแท้
งานบุญนอกจากเป็นกิจกรรมร่วมกันของคนในชุมชนแล้ว ยังเป็นโอกาสอันเหมาะที่หนุ่มจะได้พบสาว สาวจะได้เจอหนุ่ม ได้สบตากันปิ๊งปั๊ง ส่งยิ้มให้กัน เก็บไปนอนฝันหวานจนน้ำลายไหลเปียกหมอน…นี่ว่ากันถึงสมัยพ่อแม่ปู่ย่าตายายที่อะไรๆก็ยังเคร่งครัดในแบบแผน
เพลงลูกทุ่งได้สะท้อนภาพกิจกรรมงานบุญดังว่านี้ไว้มากมาย ทั้งยุคไกลและยุคใกล้ แต่ละเพลงนอกจากเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ของสังคมในท้องถิ่นต่างๆแล้ว ยังมีท่วงทำนองอันไพเราะ มีเนื้อความที่จับใจ
อย่างเช่นเพลง สาวงามเมืองพิจิตร ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้
แน่นอน สาวเมืองพิจิตรจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกจากจังหวัดพิจิตร ดินแดนแห่งตำนานพ่อไกรทองคนเก่ง ชาละวันจระเข้ยักษ์ ตะเภาแก้ว ตะเพาทอง คนงาม และ เสธ.หนั่นกับฟาร์มนกกระจอกเทศ
เพลงสาวงามเมืองเมือพิจิตร มีสองชุดให้เลือก ขับร้องโดย สดใส ร่มโพธิ์ทอง ชุดหนึ่ง และขับร้องโดย ยอดรัก สลักใจ ชุดหนึ่ง ซึ่งนับเป็นสุดยอดทั้งคู่
เนื้อความพูดถึงงานแข่งเรือยาวของชาวพิจิตรในงานบุญวัดท่าหลวงที่มีหลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ เจ้าหนุ่มไปเที่ยวเจอสาวงามเมืองพิจิตรเข้าก็เหมือนโดนนะจังงัง แม่เจ้าโว้ย สวยอะไรปานนั้น จึงครวญเป็นเพลงไปถึงสาวว่า…
“สาวเมืองพิจิตรน่าพิศชวนมอง ไอ้หนุ่มคะนองหลงมองสาวเมืองพิจิตร เพียงตาสบตา ยิ่งพาหัวใจใกล้ชิด….ผิวเรืองเหลืองผ่องดังทองมาเจือ งานวัดแข่งเรือ ท่าหลวงเหมือนดวงมาต้อง น้องยืนดูเรืออยู่เหนือตลิ่งริมคลอง แอบรักโฉมตรูแอบดูแอบมองไอ้หนุ่มคะนองตามชิดติดกรอ…งานวัดท่าหลวง บวงสรวงพ่อเพชร แล้งหน้านาเสร็จ ลูกใครจะไปสู่ขอ ทำนาหาทุน บนบานพึ่งบุญหลวงพ่อ ขายข้าวในนาเก็บหาเงินพอจะขอแต่งงานกับน้อง…ฯลฯ”
ฟังแล้วนอกจากได้บรรยากาศครึกครื้นของงานบุญแล้ว ยังได้เรื่องราวอันหอมหวานของความรักเพิ่มเข้ามาอีก นี่คือเสน่ห์อันเหลือร้ายของเพลงลูกทุ่งไทยในยุคที่ไม่มีม็อบ.




Leave a Reply