กฎ 3 ข้อ (+1) ของหุ่นยนต์ กับอนาคตของมนุษย์
เรื่องหุ่นยนต์ที่เคยเป็นจินตนาการของนักเขียนและมีแต่ในนิยายวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันนี้ได้รับการพัฒนาให้มีรูปร่างใกล้เคียงกับมนุษย์ยิ่งขึ้น ประเทศญี่ปุ่นดูเหมือนจะเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มากที่สุด จนถึงกับคาดการณ์ว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ญี่ปุ่นจะใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนคนได้
ผมอ่านข่าวในเว็บไซต์ ผู้จัดการออนไลน์ เกี่ยวกับการคาดการณ์เรื่องการใช้หุ่นยนต์แทนคนในญี่ปุ่น โดยมูลนิธิอุตสาหกรรมเครื่องจักรหรือ Machine Industry Memorial Foundation ของญี่ปุ่นเชื่อว่า ประมาณ 18 ปีข้างหน้าหรือในปี 2025 หุ่นยนต์จะสามารถทำงานแทนคนญี่ปุ่นจำนวน 3.5 ล้านคน เพื่อแบ่งเบาวิกฤติขาดแคลนประชากรวัยทำงาน ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นช่วงเวลาดังกล่าว โดยรายงานการวิจัยของมูลนิธิระบุว่าหุ่นยนต์ตัวหนึ่งไม่เพียงสามารถทำงานทดแทนมนุษย์หนึ่งคนเท่านั้น แต่หุ่นยนต์ยังช่วยให้มนุษย์ใช้เวลากับสิ่งที่สำคัญกว่าได้มากยิ่งขึ้นด้วย
ข่าวดังกล่าวนี้หากเกิดขึ้นเมื่อ 30 หรือ 40 ปีที่แล้ว อาจฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าจนสามารถประดิษฐ์เครื่องจักรกลที่มีปัญญาใกล้เคียงกับสมองของมนุษย์ วัสดุสังเคราะห์ต่างๆก็สามารถนำมาทำเทียมเลียนแบบเนื้อหนังมนุษย์ได้แทบจะเหมือนจริง ดังนั้น หุ่นยนต์ที่หน้าตาเหมือนมนุษย์ซึ่งปรากฏอยู่ในนิยายวิทยาศาสตร์ ก็จะมีโอกาสออกมาเดินเหินอยู่ในโลกความเป็นจริงในอนาคตอันใกล้นี้แหล้ว
ฟังดูหน้าตื่นเต้นเร้าใจไหมครับ แน่นอน เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง ที่หุ่นยนต์ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ มีความคิดอ่านใกล้เคียงกับมนุษย์ จนสามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในหลายๆอย่าง แบบนี้ มนุษย์เราก็สบายไปแปดอย่าง งานอันตรายๆต่างๆก็คงค่อยๆถ่ายโอนไปให้หุ่นยนต์
มนุษย์ย่อมสบายขึ้นแน่ ถ้าหุ่นยนต์ทำตามคำสั่งของมนุษย์อย่างเคร่งครัด แต่ถ้าเกิดหุ่นยนต์กลายเป็นวายร้ายอย่างในหนัง Terminator หรือ คนเหล็ก ล่ะ ปัญญาประดิษฐ์สร้างเครือข่ายของมันขึ้นมาเอง แล้วควบคุมทุกอย่าง ทำลายล้างมนุษย์ แบบนี้เรามิสูญพันธุ์ไปเลยรึ
ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ถ้าคนสร้างหุ่นยนต์ไม่ลืมว่ามีกฎ 3 ข้อของหุ่นยนต์ที่ ไอแซค อาสิมอฟ (Isaac Asimov) ตั้งไว้ในนิยายวิทยาศาสตร์ชุดหุ่นยนต์ของเขา รวมถึงในหนังสือเรื่อง I, Robot ที่สร้างเป็นหนัง นำแสดงโดย วิล สมิธ (Will Smith) ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมของหุ่นยนต์ที่ดำเนินไปภายใต้กฎ 3 ข้อของหุ่นยนต์ ในฐานะคอนิยายวิทยาศาสตร์ เป็นแฟนหนังสือของไอแซค อาสิมอฟ และยังเขียนเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ไว้ตั้งหลายเรื่อง ผมจึงขอโม้เรื่องกฎ 3 ข้อของหุ่นยนต์ให้หนำใจตัวเองหน่อย
กฎ 3 ข้อของหุ่นยนต์ ประกอบด้วย
กฎข้อที่ 1 หุ่นยนต์ต้องไม่ทำอันตรายต่อมนุษย์ หรือนิ่งเฉยปล่อยให้มนุษย์ตกอยู่ในอันตราย (A robot may not harm a human being, or, through inaction, allow a human being to come to harm.)
กฎข้อที่ 2 หุ่นยนต์ต้องเชื่อฟังคำสั่งของมนุษย์ เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดแย้งกับกฎข้อแรก (A robot must obey the orders given to it by human beings, except where such orders would conflict with the First Law.)
กฎข้อที่ 3 หุ่นยนต์ต้องปกป้องตนเอง แต่การกระทำนั้นจะต้องไม่ขัดแย้งกับกฎข้อที่1 หรือ กฎข้อที่ 2 (A robot must protect its own existence, as long as such protection does not conflict with the First or Second Law.)
จะเห็นได้ว่า กฎทั้ง 3 ข้อนั้น ตั้งขึ้นมาเพื่อให้หุ่นยนต์ทำหน้าที่รับใช้มนุษย์ การป้องกันรักษาตนเองสามารถทำได้ แต่จะต้องไม่กระทบต่อสวัสดิภาพของมนุษย์ แสดงว่า หากเกิดกรณีที่จะเป็นอันตรายต่อทั้งตนเองและมนุษย์ หุ่นยนต์จะต้องยอมสละตัวเองเพื่อให้มนุษย์ปลอดภัย กฎทั้ง 3 ข้อจะได้รับการโปรมแกรมไว้ในสมองกลของหุ่นยนต์ทุกตัว ถ้าหากหุ่นยนต์ตัวใดละเมิดกฎคือทำอันตรายแก่มนุษย์ สมองกลของหุ่นยนต์จะทำลายตัวเองลงไปในทันที
แต่กาลต่อมาปรากฏว่า เกิดปัญหาการตีความของหุ่นยนต์ในกฎทั้ง 3 ข้อ (ตีความในนิยายนะครับ เรื่องที่เล่ามานี้อยู่ในนิยายล้วนๆ) จึงมีการตั้งกฎข้อที่ 0 ขึ้นมา เพื่อเป็นบทบังคับครอบคลุมกฎทั้ง 3 ข้ออีกชั้นหนึ่ง
“กฎข้อที่ 0 หุ่นยนต์จะต้องไม่ทำอันตรายต่อมนุษยชาติ หรือนิ่งเฉยปล่อยให้มนุษยชาติตกอยู่ในอันตราย (A robot may not injure humanity, or, through inaction, allow humanity to come to harm.) โดยการกระทำตามกฎข้อที่ 1, ข้อที่ 2 และ ข้อที่ 3 จะต้องไม่ขัดกับกฎข้อที่ 0″
สังเกตนะครับว่า กฎข้อที่ 0 จะเปลี่ยนคำจาก “มนุษย์” ( Human Beings) ซึ่งเป็นบุคคล มาเป็น “มนุษยชาติ” (Humanity) คือทั้งเผ่าพันธุ์ ซึ่งกินความหมายกว้างขวางครอบคลุมขึ้นมาอีก ซึ่งหมายความว่า ไม่ว่าจะเป็นแค่คนๆเดียว หรือทั้งเผ่าพันธุ์ หุ่นยนต์จะต้องปกป้องมนุษย์ให้ถึงที่สุด
เมื่อการผลิตหุ่นยนต์ขึ้นมาใช้จริงๆ หากคนผลิตหุ่นยนต์ใส่กฎ 3 ข้อ (+1) ของหุ่นยนต์ไว้ในสมองกลของหุ่นยนต์ ก็เป็นที่เชื่อมั่นได้ขั้นหนึ่งแล้วว่า อันตรายที่เกิดจากการกระทำของหุ่นยนต์จะไม่มีแก่คนเรา ภาพความหายนะอย่างในภาพยนตร์ชุด Terminator หรือ คนเหล็ก คงจะไม่เกิดขึ้น อย่างน้อยก็ในเวลาอันใกล้นี้
ของทุกอย่างนั้นล้วนมีสองด้าน คือมีทั้งประโยชน์และโทษ เทคโนโลยีก็เช่นกัน การหาทางป้องกันไว้ล่วงหน้าจึงเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการลดอันตรายที่จะเกิดขึ้น นับว่านักวิทยาศาสตร์และนักเขียนใหญ่อย่าง ไอแซค อาสิมอฟ มองการณ์ไกลไว้ล่วงหน้า จึงตั้งกฎของหุ่นยนต์ขึ้น ราวกับมีตาทิพย์มองเห็นหุ่นยนต์ก่อนคนอื่นๆนับหลายสิบปี แบบนี้ อนาคตมนุษย์ชาติคงจะไม่ถูกทำลายลงด้วยความหวังดีของหุ่นยนต์
แต่โอกาสที่จะล่มจมก็เพราะมือของมนุษย์เองแหละครับ เพราะมนุษย์ไม่ปฏิบัติตาม “กฎ 5 ข้อของมนุษย์” ที่พระพุทธองค์ทรงตั้งไว้เมื่อ 2500 กว่าปีมาแล้ว นั่นก็คือศีล 5 ถ้าปฏิบัติตามศีล 5 อย่างเคร่งครัดแล้ว กฎอื่นๆก็ไม่จำเป็นต้องมีเลย
อ้าว! เริ่มต้นด้วยเรื่องหุ่นยนต์ แต่จบด้วยเรื่องคนไปซะแล้ว.




[...] *กฎ 3 ข้อ (+1) ของหุ่นยนต์ กับอนาคตของมน
ขอบคุณ
>> สวัสดีครับคุณ tan ขอบคุณที่มาเยือนครับ