ปัญหาคุณธรรมจริยธรรมในสถาบันสำคัญของสังคมไทย
ข่าวศาลปกครองสั่งระงับการประกาศรายชื่อสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ชุดที่ 3 ตามที่มีผู้ฟ้องร้อง เนื่องจากมีความไม่เหมาะเกิดขึ้นในกระบวนการสรรหา กล่าวคือ กรรมการสรรหาบางส่วนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกสภาฯ
บางส่วน ทั้งในฐานะคู่สมรส และในฐานะบิดากับบุตร ซึ่งไม่มีความเหมาะสม และยังมีเรื่องการได้มาซึ่งคณะกรรมการสรรหาว่าไม่ได้เป็นไปตาม พรบ.สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2543 อีกด้วย [อ่านข่าวเรื่องนี้ได้ที่นี่]
เหตุการณ์ในลักษณะนี้มักเกิดขึ้นเสมอๆในสถาบันสำคัญทั้งด้านการเมือง การปกครอง และสังคม นั่นคือ การได้มาซึ่งบุคลากรที่จะเข้ามารับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กรมีความไม่ชอบมาพากล ไม่ถูกต้องตรงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเอาไว้ เป็นการได้มาโดยมิชอบ ซึ่งเกิดจากเหตุปัจจัยต่างๆมากมาย ที่สำคัญ ไม่ได้เกิดจากการคัดเลือกโดยอาศัยคุณสมบัติที่แท้จริงของผู้เข้ารับการคัดเลือก ดังนั้นจึงปรากฏเสมอว่า เมื่อเข้ามาทำงานแล้วไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความเสียหายแก่องค์กร ซึ่งก็คือความเสียหายของสังคมไทยนั่นเอง
สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2540 มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะ ต่อคณะรัฐมนตรีในปัญหาต่างๆที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจและสังคมรวมถึงกฎหมายที่ เกี่ยวข้อง แผนพัฒนาเศรษกิจและสังคมแห่งชาติและแผนอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติต้องให้สภา ที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้ความเห็นก่อนพิจารณาประกาศใช้ จะเห็นได้ว่า หน้าที่ของสภาฯแห่งนี้มีความสำคัญต่อสังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง หากสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลังแล้ว ย่อมจะเกิดประโยชน์แก่สังคมอย่างมหาศาล
เมื่อเกิดปัญหาขึ้นเช่นนี้ ก็ยากที่จะเชื่อได้ว่าองค์กรแห่งนี้จะสามารถทำหน้าที่ได้ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะการสรรหาคนที่เข้ามาทำหน้าที่มีความไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว ย่อมเป็นที่สงสัยได้ว่า หากถึงเวลาทำงานจริงๆแล้ว จะมีความเที่ยงตรง ยึดผลประโยชน์ของชาติได้จริงๆหรือไม่
การเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในเรื่องคุณธรรมจริยธรรมของผู้คนในสังคมอย่างชัดเจนที่สุด อาจถึงระดับเลวร้ายจนยากที่จะเยียวยาได้แล้วด้วยซ้ำ สิ่งที่เกิดขึ้นในกระบวนการสรรหาบุคลกรในองค์กรระดับชาติยังมีความไม่ชอบมาพากลเช่นนี้ ก็ชวนให้ตั้งคำถามต่อไปว่า องค์กรระดับต่างๆที่มีความลดหลั่นกันมาและมีอยู่มากมาย ซึ่งมีหน้าที่ร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยให้เดินไปข้างหน้านั้น จะเป็นไปในลักษณะเช่นเดียวกันหรือไม่
เมื่อพิจารณาตามสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม ที่ทุกๆอย่างดูจะชะงักงัน ไม่มีสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพได้ ข่าวความไม่ชอบมาพากล การฉ้อฉล การทุจริตกระทำมิชอบเกิดขึ้นมากมายในองค์กรทุกระดับ ก็น่าจะได้คำตอบแล้วว่า องค์กรเหล่านั้นก็มีปัญหาเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมไม่ต่างจากองค์กรชั้นสูงอย่างสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่กำลังเป็นอยู่เวลานี้
คุณธรรมจริยธรรมเป็นเรื่องสำคัญ เป็นสิ่งกำกับควบคุมและสร้างสำนึกในการปฏิบัติตนให้อยู่ในกรอบของกฎ กติกา กฎหมาย และศีลธรรมของสังคม ซึ่งเป็นเครื่องมือให้คนเคารพตนเองและผู้อื่น ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น หากเมื่อใดที่คนในสังคมขาดคุณธรรมจริยธรรม การละเมิดกติกา กฎหมาย และศีลธรรม ย่อมจะเกิดขึ้นได้ เมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมจะสร้างความสูญเสียแก่สังคม คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือสมาชิกในสังคมนั้นๆนั่นเอง
หากมองตามความเป็นจริงแล้ว สังคมไทยในปัจจุบันนี้ ผู้คนโดยเฉพาะคนที่ทำหน้าที่ในสถาบันชั้นสูงที่มีบทบาทหน้าที่สำคัญของประเทศต่างไร้คุณธรรมจริยธรรมมากขึ้น พฤติกรรมส่อไปในทางฉ้อฉลทุจริต ไม่มีความยุติธรรม เอาแต่ผลประโยชน์ของตนและพวกพ้อง สังคมไทยที่เคยก้าวล้ำหน้าเพื่อนบ้านเมื่อหลายสิบปีก่อน บัดนี้ดุเหมือนจะหยุดอยู่กับที่ปล่อยให้เพื่อนบ้านก้าวตามจนจะทัน บางประเทศก็ก้าวล้ำหน้าไปไกลแล้ว ขณะที่เรายืนอยู่กับที่ ซึ่งการยืนอยู่กับที่ในขณะที่คนอื่นเดินหรือวิ่งนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินถอยหลังนั่นอง
ก็ได้แต่หวังว่า การสั่งระงับการประกาศรายชื่อสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในครั้งนี้ของศาลปกครอง จะนำไปสู่การแก้ไขให้ถูกต้อง เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่สังคมไทย.










แวะมาทักทายครับ มันเป็นอย่างงั้นจริงๆ
เพราะผลประโยชน์ของเฉพาะกลุ่ม แท้ๆ
ฝากนำไปถามใน Why.in.th ด้วยครับว่า ทำไมคนในสถาบันสำคัญของสังคมจึงไม่มีคุณธรรมกัน
เลิกถามถึงคุณธรรมจริยธรรมได้แล้ว
คุณธรรมจริยธรรมเป็นเพียงข้ออ้างของพวกมือถือสากปากถือศีลเท่านั้น
คนเรามักจะคิดว่าคนอื่นมีคุณธรรมจริยธรรมน้อยกว่าตน
และก็ไม่ใช่ว่าอเมริกา/อังกฤษ/ญี่ปุ่น มีคุณธรรมจริยธรรมมากกว่าหรือน้อยกว่าเรา
เลิกละเมอเพ้อพกเรื่องคุณธรรมจริยธรรมได้แล้ว
ในเมื่อโครงสร้างทางสังคมไม่ยุติธรรม
อภิสิทธิ์ชนเพียงน้อยนิดเป็นผู้กำหนดกติกาทางสังคม
กีดกันคนอื่นออกจากทรัพยากร/การเมือง/เศรษฐกิจ
พลเมืองกลายเป็นเพียงผู้บริโภค
เกษตรกรถูกทำให้ขาดอำนาจต่อรองจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจ-การเมือง
ปัญญาชน/นักวิชาการ/คนชั้นกลาง/สื่อมวลชน สวามิภักดิ์ต่ออภิสิทธิ์ชนและอำมาตย์
ขาดความเป็นประชาธิปไตย ก้มหัวให้คณะรัฐประหาร
มองข้ามหัวชาวบ้าน มองว่าชาวบ้านโง่ ถูกซื้อเสียงด้วยเงิน
ปัญญาชน/นักวิชาการ/คนชั้นกลาง ยอมก้มหัวให้คณะรัฐประหารที่ฉีกกฎหมายสูงสุดของประเทศ
แล้วมาวิจารณ์ว่าสังคมไม่มีคุณธรรมจริยธรรม
เลิกพร่ำเพ้อถึงคุณธรรมจริยธรรมที่ไม่มีตัวตนได้แล้ว
ขนาดกฎหมายซึ่งมีรูปธรรมชัดเจนมีบทบัญญัติเป็นลายลักษณ์อักษร
พวกคุณยังยอมให้คณะรัฐประหารฉีกไปต่อหน้าต่อตา
แล้วจะมาพร่ำเพ้อถึงคุณธรรมจริยธรรมไปทำไมกัน
หยุดลัทธิคาบคัมภีร์ได้แล้วครับ !!!!!!!!
สวัสดีและขอบคุณครับคุณดาวแดง
คุณดาวแดง ไม่ถามถึงคุณธรรมจริยธรรมแล้วจะให้ถามหาอะไรมิทราบ
หรือพวกคุณที่ชอบตะโกนโค่นอำมาตย์ไม่ต้องการศีลธรรมจริยธรรมหรือ หรือว่าจะโกงกินบ้านเมืองให้พวกพ้องพี่น้องของตนอย่างไรก็ได้ ขอให้กูมีผลประโยชน์ก็พอ
การที่คนเขายอมให้รัฐประหารน่ะก็เพราะกลัวประเทศชาติจะฉิบหายเพราะพวกโกงบ้านเมืองหรอก ไม่ใช่เห็นดีเห็นงามทั้งหมด แต่แลกกับถอยหลัง 1 ก้าว เพื่อไม่ให้ให้ประเทศล่มจม ก็ต้องยอมแหละคุณเอ๊ย
ไม่มีใครว่าประชาชนโง่หรอก มีแต่พวกคุณนั่นแหละพูดกันไปเอง เออเอง ตอนนี้ก้ฟัดกันเองเหมือนอะไรดี… อิอิ คิดเอาเอง
สวัสดีและขอบคุณครับคุณดาวลูกไก่
คุยกันดีๆนะครับ อย่าด่าว่ากันเลยครับ