...

เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเห็นด้วยกับ สุรวิชช์ วรวรรณ

ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐะรรมนูญ ที่นักการเมืองบางกลุ่มกระหายอยากเป็นอย่างยิ่ง และเมื่อพรรคประชาธิปัตย์มีมติไม่เห็นด้วย-ไม่ร่วมแก้ไข ผมก็ขอชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง เขียนกลอนไว้ในบล็อกที่โอเคเนชั่นบล็อกด้วย (เชื่อเถอะ นาน ๆ ผมจะเห็นตรงกับพรรคการเมือง ทุกพรรคนั่นแหละ)

วันนี้ผมได้อ่านบทความของ สุรวิชช์ วรวรรณ เรื่อง นักกินเมือง-นักวิชาเกิน-สื่อเมินชน ในผู้จัดการออนไลน์แล้ว ชัดเจน ตรงประเด็นเป็นอย่างยิ่ง ผมเห็นด้วยกับสิ่งที่เขาเขียน (ผมเคยไม่เห็นด้วยในสิ่งที่เขาเขียนเหมือนกัน แต่ไม่ใช่เงื่อนไขที่จะไม่เห็นด้วยกับเขาตลอดไป) ดังนั้น จึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่ไว้ในที่นี้ด้วย ขออนุญาตทั้ง สุรวิชช์ วรวรรณ เจ้าของบทความ ทั้ง นิรันดร์ เยาวภา เว็บมาสเตอร์ กรรมการชมรมผู้ผลิตสื่อออนไลน์ ผมไม่ได้เอามาทำการค้านะครับ

บทความฉบับเต็มของ สรุวิชช์ วรวรรณ มีดังนี้

นักกินเมือง-นักวิชาเกิน-สื่อเมินชน

โดย สุรวิชช์ วีรวรรณ 28 มกราคม 2553 16:33 น.

ไม่น่าเชื่อว่า รัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งมีเนื้อหาเป็นประชาธิปไตย และให้อำนาจประชาชนมากที่สุดจะเป็นหนามทำใจของนักการเมือง

แต่ถ้ามองลงไปให้ลึกแล้ว พวกเขาคงต้องการล้มรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพียงเพื่อให้ได้รับนิรโทษกรรม และลิ่วล้อทักษิณก็เห็นว่า นี่เป็นทางเดียวที่จะทำให้นายใหญ่กลับบ้านโดยไม่ต้องเป็นนักโทษในคุก

พวกนักวิชาการเสื้อแดงพยายามโจมตีว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีที่มาจากรัฐประหาร โดยไม่พูดถึงเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และไม่พูดว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับเดียวที่ให้ประชาชนตัดสินใจรับหรือไม่ รับด้วยการลงประชามติแบบประชาธิปไตยทางตรง

ผมขำๆ ที่พวกนักกินเมือง นักวิชาเกิน และสื่อเมินชน พยายามโจมตีว่า การรณรงค์ครั้งนั้นมีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2550 เต็มไปด้วยการรณรงค์การ “รับร่าง” อย่างแข็งขัน โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ

แต่คำถามว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญพวกเขาควรจะต้องรณรงค์ต่อ ประชาชนว่า อย่ารับร่างรัฐธรรมนูญเช่นนั้นหรือ

แล้วในความเป็นจริงในขณะนั้น เราจะเห็นว่า การรณรงค์ให้รับร่างรัฐธรรมนูญโดยสภาร่างซึ่งทำงานแบบระบบราชการนั้น เทียบไม่ได้เลยกับพลังการรณรงค์ให้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งใช้เงินทักษิณซื้อสื่อ (เงินทักษิณแล้วทำไม:นิธิ เอียวศรีวงศ์) และเป็นฝ่ายรณรงค์คัดค้านให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างเข้มแข็ง

ที่ตลกสิ้นดีอีกอย่างคือ มีการอ้างว่า ในขณะนั้นมีการยกข้ออ้างที่ว่าให้รับร่างไปก่อนค่อยแก้มาเป็นข้ออ้างว่าต้อง แก้รัฐธรรมนูญ 2550 แต่ประเด็นคือ คำพูดนั้นเป็นคำพูดของใคร เป็นฉันทามติจากใคร ถ้าวันหนึ่งผมบอกว่า ให้พรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาลไปก่อนแล้วค่อยลาออก และเมื่อพรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาลแล้วเขาควรจะลาออกไหม และผมมีสิทธิจะเรียกร้องไหม พรรคเพื่อไทยต้องทำตามคำพูดของผมไหม

รัฐประหารเพื่อล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนไม่ชอบธรรม แน่ ถ้ารัฐบาลนั้นเป็นรัฐบาลที่ดี แต่รัฐประหารล้มรัฐบาลที่ฉ้อฉลเพื่อสร้างระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ได้รัฐประหารเพื่อยึดครองอำนาจเสียเองนั้นก็น่าจะมีการชอบธรรมด้วย

ที่น่าขำกว่านั้น ก็คือ พวกเขากล่าวหาว่า มีการสร้างรัฐธรรมนูญ 2550 ขึ้นมาเพื่อเอาเปรียบทักษิณและลิ่วล้อ แต่ในความเป็นจริงพวกเขาก็รู้ว่า การเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นพรรคของทักษิณได้รับชัยชนะและได้ จัดตั้งรัฐบาลถึง 2 ชุด และต่อมาพวกเขาแพ้โหวตตามขั้นตอนของระบอบประชาธิปไตยในสภาซึ่งทำให้นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้เป็นนายกรัฐมนตรี

ไม่เห็นจะมีเหตุผลอะไรที่มาอธิบายเลยว่า รัฐธรรมนูญ 2550 ต้องการทำลายหรือสกัดพรรคของทักษิณ ส่วนเหตุผลที่พรรคทักษิณถูกยุบก็เพราะทำผิดรัฐธรรมนูญ ถ้าทำผิดรัฐธรรมนูญแล้วไม่ถูกลงโทษเราควรปกครองกันด้วยกติกาอะไร

เราเห็นชัดเจนอยู่แล้วว่า ธงผืนใหญ่ที่พวกเขาพยายามโบกสะบัดในหมู่มวลชนเสื้อแดงที่แท้จริงก็คือ เอาทักษิณกลับบ้านโดยไม่มีความผิด การเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยเป็นเรื่องบังหน้า เพราะตอนนี้เราก็อยู่ในยุครัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้ง

เพียงแต่สำหรับคนเสื้อแดงแล้ว รัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่รัฐบาลที่พวกเขาสนับสนุนเหมือนรัฐบาลสมัครและสมชายที่มา จากรัฐธรรมนูญ 2550 เช่นเดียวกัน เพราะไม่เช่นนั้น ถ้าพวกเสื้อแดงอ้างว่าสู้เพื่อประชาธิปไตยจริง พวกเขาต้องออกมาเคลื่อนไหวเพื่อโค่นล้มรัฐบาลสมัครและสมชายที่มาจากรัฐ ธรรมนูญฉบับนี้ด้วย

แต่เจตจำนงของพวกเขาแท้จริงแล้วก็เพื่อโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการ เลือกตั้งที่บังเอิญมีนายกรัฐมนตรีที่พวกเขาไม่พึงประสงค์เท่านั้นเอง

และตอนนั้นคนเสื้อแดงต้องออกมาด่าประณามรัฐบาลสมัครและสมชายที่ไม่ จัดการเรื่องที่ดินเขายายเที่ยงและเขาสอยดาว และควรย้อนไปด่ารัฐบาลทักษิณที่อยู่ในอำนาจตั้ง 7-8 ปี แต่ไม่ทำอะไรกับเรื่องนี้ด้วย

แน่นอนว่า มวลชนเสื้อแดงที่ถูกปลุกปั่นขึ้นมานี้ อาจทำให้แกนนำเสื้อแดงกลุ่มหนึ่งซึ่งมีอุดมการณ์ที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพ้อฝันว่า อาจเป็นช่องทางที่จะพลิกกระดานไปสู่เป้าหมายทางอุดมการณ์ของตัวเองได้

พฤติกรรมและการแสดงออกของกลุ่มแดงสยามนั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องตั้งคำ ถาม พวกนี้มีใจ อึ๊งภากรณ์ สุรชัย แซ่ด่าน จรัล ดิษฐาอภิชัย สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ และเหวง โตจิราการ ฯลฯ อาจจะมีข้อแตกต่างเรื่องเหวงและจรัลกับคนอื่นอยู่บ้าง เพราะเขาพยายามอิงแอบอยู่กับแดงสามเกลอหรือแดงสู้แล้วรวยด้วย

พวกเขาบอกว่า รัฐธรรมนูญ 2550 สร้างรัฐบาลเลือกตั้งที่อ่อนแอเพื่อให้ฝ่ายอำมาตยาธิปไตยสามารถควบคุมได้ แต่ผมถามว่า รัฐบาลเลือกตั้งที่อ่อนแอกับรัฐบาลเลือกตั้งที่ทุจริตและเข้มแข็ง สังคมควรจะเลือกรัฐบาลแบบไหน

ดังนั้น การเคลื่อนไหวล้มล้างรัฐธรรมนูญ 2550 ของฝ่ายนิยมเผด็จการทุนนิยมโดยใช้เครือข่าย “สี่ขาหยั่ง” อันได้แก่ กลุ่มอันธพาลการเมืองเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย สื่อเมินชนผสานนักวิชาเกิน และกองกำลังทหารนอกกองทัพ ที่อิงกับรัฐต่างชาติ เพื่อล้มล้างการปกครองตั้งรัฐไทยใหม่ เพื่อให้ทักษิณไม่ต้องติดคุกและได้เงินที่ฉ้อโกงคืนกลับมานั่นเอง

พวกนักวิชาการเสื้อแดงเรียกการเคลื่อนไหวมวลชนของพวกเขาว่า ขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่พวกเขาใช้ความรุนแรงยกกำลังไปปิดล้อมทำลาย และฆ่ามวลชนที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองต่างกับพวกเขา พวกเขาไม่เห็นด้วยที่อำนาจรัฐใช้กำลังสลายการชุมนุมของพวกเขา แต่พวกเขาเห็นด้วยที่รัฐบาลที่พวกเขาสนับสนุนใช้ความรุนแรงกับพันธมิตรฯ

พวกเขาไม่พูดว่า ระบอบทักษิณนั่นแหละที่เป็นต้นเหตุที่แท้จริงของความล้มเหลวของประชาธิปไตย และระบอบรัฐสภาในประเทศไทย เป็นที่มาของรัฐบาลเลือกตั้งที่ล้มเหลวและทุจริต ด้วยการซื้อพรรค นักการเมืองทรยศขายตัว และความเลวร้ายทั้งปวงที่กล่าวหาว่า เกิดจากระบอบอำมาตยาธิปไตย และในท้ายสุด พวกเขานั่นแหละที่เป็นรากเหง้าของรัฐประหารครั้งที่ผ่านมา

ความฉ้อฉลของระบอบทักษิณนี่เองที่ทำให้เกิดการตื่นตัวทางการเมืองของ ประชาชนอย่างกว้างขวางตั้งแต่ “ปรากฏการณ์สนธิ” จนมาเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พวกเขาลุกขึ้นมาใช้สิทธิอันชอบธรรมในการขับไล่รัฐบาลที่ไม่ชอบธรรม และแม้ว่าระบอบทักษิณจะใช้ระบบอุปถัมภ์ซึ่งเป็นเนื้อในของการเมืองเก่าจัด ตั้งมวลชนมาปะทะยกกำลังเข้าห้ำหั่นก็ไม่อาจทัดทานพลังประชาชนผู้รัก ประชาธิปไตยที่แท้จริง

และรัฐธรรมนูญ 2550 ก็มาจากการอุดช่องว่างของรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ถูกรัฐบาลอ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ และทำลายหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบรัฐสภาลงอย่างสิ้นเชิง ละเมิดสิทธิมนุษยชน และปิดกั้นเสรีภาพของฝ่ายตรงข้าม

การ เคลื่อนไหวเพื่อแก้และล้มล้างรัฐธรรมนูญ 2550 ของนักกินเมือง-นักวิชาเกิน-สื่อเมินชน ครั้งนี้จึงเป็นเรื่องของหมาป่ากับลูกแกะ คนผิดแต่โทษกฎหมายผิด โดยมีอุดมการณ์ประชาธิปไตยเป็นเครื่องบังหน้าเท่านั้น

surawhisky@hotmail.com

ที่มา http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000012500
………………………………………………..

หมายเหตุ ความเห็นส่วนตัว  : “นักวิชาเกิน” กับ “สือเมินชน” ในบทความนี้เป็นใครและสื่อใดไม่ใช่ประเด็น เพราะประเด็นก็คือ หากใครและสื่อใดมีพฤติกรรมแบบนั้นจริง ก็ย่อมจะเป็น “นักวิชาเกิน” กับ “สือเมินชน” ในความหมายที่กล่าวถึงในบทความนี้- โกศล อนุสิม

Related Posts with Thumbnails เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน
This entry was posted on Friday, January 29th, 2010 and is filed under การเมือง. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply

smile

เืดือนนี้มีอะไร

หมวดหมู่สาระพัน

เสียงเพื่อนพูดคุย

เรื่องเก่าๆเอามาให้อ่าน

eXTReMe Tracker Powered by  

MyPagerank.Net Free counter and web stats