งานใหญ่ๆของคนเล็กๆ
ผมเคยไปที่แคนเบอรา เมืองหลวงของออสเตรเลีย เป็นเมืองที่สวยงาม สงบ น่าอยู่ ดูไม่ค่อยวุ่นวายเหมือนบางกอกบ้านเรา ทั้งๆที่เป็นเมืองหลวง เป็นศูนย์กลางการปกครองของประเทศหนึ่ง อาจเป็นเพราะว่า ไม่มีผู้คนมากระจุกตัวอยู่นั่นเป็นสิบล้านคน จึงทำให้ไม่อึกทึก
ที่ผมเขียนถึงเมืองแคนเบอรา มิใช่เพราะชื่นชมดมก้นพวกฝรั่งไปทุกเรื่อง แต่ผมชื่นชมพวกเขาอย่างหนึ่ง ที่เขาให้เกียรติแก่คนเล็กๆ คนธรรมดาสามัญที่ไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่ แต่ได้เสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง นั่นคือทหารที่ออกไปรบในนามของประเทศชาติและเสียชีวิตในสมรภูมิต่างๆทั่วโลก
เขาสร้างพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับสงคราม มีกำแพงจารึกชื่อทหารที่ไปรบแล้วเสียชีวิตไว้ ให้ผู้คนที่เป็นญาติมิตรลูกหลานได้จดจำรำลึกถึง ถึงแม้จะตายไปหลายสิบปี แต่ลูกหลานที่เกิดภายหลัง ได้รับรู้วีรกรรมของบรรพบุรุษผ่านชื่อที่จารึกไว้
ครบรอบวันตายหรือวันเกิด หรือวันอะไรก็ตาม ทหารหาญของชาติเหล่านี้จะได้รับการเคารพเยี่ยมเยือนจากเชื้อสายของตน ณ กำแพงจารึกชื่อแห่งนี้ จะเห็นได้ว่า หลายๆชื่อมีดอกไม้สีแดงแปะติดอยู่ นั่นแสดงว่าผู้ที่สืบเชื้อสายจากเขาได้มาแสดงความเคารพและระลึกถึง
ทหารเหล่านี้เป็นคนธรรมดา แต่งานของพวกเขายิ่งใหญ่ เขาตายเพื่อประเทศของเขา ตายแทนคนนับล้านๆคน การที่ประเทศให้เกียรติ สังคมให้ความยกย่อง ชนรุ่นหลังให้ความเคารพนับถือ นับว่าสมค่ากับที่พวกเขาเสียสละชีวิต
เมื่อเห็นกำแพงนี้แล้ว ทำให้ผมเข้าใจถึงความสำคัญของคนเล็กๆเหล่านี้ขึ้นมาทันที คนพวกนี้แหละที่ทำให้พวกนายพลและแม่ทัพทั้งหลายมีชื่อเสียง แม่ทัพที่ส่วนมากแล้วเป็นคนแก่ ได้เป็นผู้ยิ่งใหญ่เพราะส่งคนหนุ่มเหล่านี้ไปตายแทน
คนแก่ที่บ้าอำนาจอย่างฮิตเลอร์ เป็นผู้ยิ่งใหญ่เพราะใช้ชีวิตของคนหนุ่มๆชาวเยอรมันสร้างอาณาจักรไรซ์ที่สาม และถูกคนแก่อย่างรุสเวลท์,ไอเซ็นฮาว , เชอร์ชิล ใช้ชีวิตคนหนุ่มฝ่ายของตนเข้าเข่นฆ่าคนหนุ่มฝ่ายตรงกันข้ามจนได้ชัยชนะ กลายเป็นวีรบุรุษ เป็นผู้มีชื่ออมตะในประวัติศาสตร์
หรือคนใหญ่อย่างจิ๋นซี , โจโฉ ,เล่าปี ,ซุนกวน, ขงเบ้ง ก็ล้วนใหญ่ขึ้นมาได้เพราะชีวิตของไพร่ราบทหารเลว ฉะนั้น หากพิเคราะห์ให้ดีแล้ว คนธรรมดาจึงเป็นฝ่ายค้ำจุนหนุนส่งคนสำคัญทั้งหลาย หาใช่คนสำคัญเหล่านั้นเก่งกล้าโดยลำพังไม่
กิจใดที่ใหญ่ๆจึงยิ่งต้องอาศัยคนธรรมดาเป็นจำนวนมาก ฉะนั้น คนธรรมดาเหล่านี้จึงเป็นผู้สร้างกิจอันใหญ่ๆนั้นให้สำเร็จ หากปราศจากคนธรรมดาแล้ว ต่อให้เก่งกล้าสักแค่ไหน ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายก็ไม่อาจจะทำสำเร็จโดยลำพัง
ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ใช่เป็นเพราะผมคือคนธรรมดาคนหนึ่งจึงต้องเข้าข้างตัวเอง หากแต่หยิบยกขึ้นมากล่าวอ้างก็เพราะมันเป็นความจริง
ผู้นำของประเทศไม่มีทางจะยิ่งใหญ่ได้หรอก ถ้าไม่มีประชาชนคนธรรมดาให้ปกครอง และถ้าปกครองไม่ดี ก็มีสิทธิ์ที่จะถูกอับเปหิโดยประชาชนได้
นายพลผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย จะเป็นนายพลผู้ชนะมีชื่อเสียง ก็ต้องอาศัยทหาร
ผู้นำนักขายที่ยิ่งใหญ่ จะสร้างผลงานสูงใหญ่เท่าภูเขาก็ต้องอาศัยนักขายชั้นปลายแถวด้วย ไม่ใช่แต่พวกหัวแถวเพียงอย่างเดียว
ก่อนที่จะไปยืนอยู่บนหัวแถวได้ ก็ล้วนแต่ต้องยืนอยู่ที่ปลายแถวก่อน ผู้นำที่ละเลยหรือหมิ่นแคลนคนปลายแถวจึงอาจจะเป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง
คนปลายแถวที่ถูกมองข้าม แทนที่จะได้โอกาสเติบใหญ่ อาจแคระแกรนจนตายไป หรืออาจจะไปเติบใหญ่ในที่อื่น จนเป็นผู้นำที่ใหญ่พอๆกับคนที่เคยมองข้ามเขาไป
เห็นไหมละครับว่า คนธรรมดา หรือคนปลายแถวนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่ธรรมดาเลย เพราะคนเล็กๆอย่างคนปลายแถวนี่แหละ ที่สร้างงานใหญ่ๆ เป็นฐานให้แก่ผู้ยิ่งใหญ่ได้เป็นอมตะ
ฉะนั้น คนเล็กๆ คนธรรมดา คนปลายแถวทั้งหลายจงภูมิใจเถิด ว่าเราคือผู้สร้างอย่างแท้จริง ท่านผู้นำที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลายก็อย่ามองข้ามคนธรรมดาที่อยู่ปลายแถว เพราะบางทีที่เข้าใจว่าเป็นลูกแมว อาจเติบโตขึ้นมาเป็นพญาเสือก็ได้ หรือที่เห็นเป็นลูกเสือแท้ที่จริงแล้วโตขึ้นอาจเป็นเพียงแค่เจ้าเหมียวสายเสือ
คนถึงจะเล็กแค่ไหนก็สร้างงานใหญ่ได้ด้วยกันทุกคน.




Leave a Reply