ข่าวสดๆ ข่าวคาวๆ ข่าวฉาวโฉ่ : ใครเป็นเหยื่อที่แท้จริง
คนทั้งหลายชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่น โดยเฉพาะคนดังๆ เช่น ดาราน้อยใหญ่ นักกีฬาชื่อดัง นักการเมือง คนร่ำรวย ผู้นำทางสังคม ฯลฯ ย่อมเป็นอาหารอันโอชะตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของคน โดยมีสื่อเป็นตัวกลางในการเสนอข่าวสารข้อมูลทั้งหลายตอบสนองความต้องการของคนอยากรู้ โดยเสาะหาเรื่องราวของคนดังมาเสนอ คนดังจึงคู่กับสื่อมาด้วยเหตุนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข่าวไม่ดี ข่าวที่เป็นไปในทางเสียหาย คนชอบยิ่งนัก จึงปรากฏว่า ข่าวคาว ข่าวฉาวโฉ่ ของคนดังกลายเป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และเป็นข่าวใหญ่ในทีวีอยู่เสมอๆ
ข่าวนั้นจะจริงหรือไม่จริง คนตกเป็นข่าวต้องรับความเสียหายไปอย่างเต็มๆ คนที่สะใจก็คือผู้รับรับข่าวสาร ได้รู้เรื่องของคนอื่นสนองความต้องการสอดรู้สอดเห็น และที่ได้ผลประโยชน์ก็คือสื่อ ขายข่าวได้ ส่งให้เรตติ้งกระฉูด ยอดขายกระจาย
และจึงปรากฏอยู่เสมอว่า คนดังที่ตกเป็นข่าว ขึ้นโรงขึ้นศาลฟ้องสื่อ เรียกค่าเสียหายและปกป้องชื่อเสียงของตน กว่าคดีจะจบคนก็ไม่สนใจแล้ว เพราะมีเรื่องมันส์ๆอื่นๆเกิดขึ้นมาแทนทุกๆวัน
นั่นคือปรากฏการณ์ที่เคยเกิดขึ้นระหว่างคนดังกับสื่อ ทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ แต่หากสังเกตดูดีๆจะเห็นว่า ทุกวันนี้ความขัดแย้งดังกล่าวลดน้อยลง คนดังมีทีท่าเป็นมิตรกับสื่อมากขึ้น เพราะอะไร
เพราะว่าคนดังทั้งหลายรู้ทันสื่อหรือไม่ หรือพวกเขาฉลาดขึ้น ฉลาดที่จะเล่นกับสื่อ บางครั้งก็อาศัยสื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างข่าวเสียด้วยซ้ำ เพื่ออะไร
เพื่อสร้างราคาให้กับตัวเอง หรือเพื่อขายตัวตนให้สาธารณชนซื้อ พวกเขารู้ว่าในเมื่อสาธารชรชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของพวกเขา ดังนั้น แทนที่จะให้รับรู้ฟรีๆ ก็เอามาขายเสียเลย
ขายในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า ได้ผลตอบแทนเป็นเงินโดยทันทีเสมอไป แต่จะเป็นผลตอบแทนทางอ้อมที่จะเกิดขึ้นแก่ตัวของคนดังผู้ตกเป็นข่าว มีตัวอย่าให้เห็นชัดๆ เช่น
นักร้องดังอย่าง บริทนีย์ สเปียร์ แม้ชีวิตของเธอจะดูมีแต่เรื่องยุ่งวุ่นวายฉาวโฉ่ ตกเป็นข่าวอยู่เสมอๆในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ยอดขายเพลงของเธอยังคงเติบโตอย่างสม่ำเสมอ หลังๆมานี้เธอญาติดีกับช่างภาพอิสระหรือปาปารัชชี่ที่เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากันกับคนดังมาตลอด เธอเอาใจช่างภาพถึงขนาดเชิญไปงานเลี้ยง ซึ่งว่ากันว่าเธอได้ส่วนแบ่งจากการขายข่าวขายภาพกับปาปารัชชี่นับล้านเหรียญ
หรือเหล่าคนดังดาราไทย เดียวนี้ไม่ว่าจะข่าวดีข่าวร้าย ก็จัดแจงแถลงข่าวกันอย่างเป็นการเป็นงาน จะแต่งงาน จะหย่ากัน ก็เชิญสื่อทั้งหลายไปร่วมฟังอย่างถ้วนหน้า เปิดให้ไต่ถามทุกเรื่องที่สงสัย เพื่อที่สื่อจะได้นำไปเผยแพร่ให้แก่ผู้คนที่กระหายใคร่รู้ให้เสพข่าวกันอย่างอิ่มหนำ สำราญใจ
สิ่งที่ได้กลับคืนมาก็คือ ภาพพจน์อันดียิ่งของเขาหรือเธอผู้เป็นเจ้าของเรื่อง ผู้คนหายสงสัย ไม่เก็บไปซุบซิบนินทาให้เสียหาย เป็นผลดีต่อการทำงานในอาชีพ ผู้คนทั้งหลายผู้เสพข่าวก็เกิดความเห็นอกเห็นใจในชะตากรรมอันรันทด พร้อมที่จะช่วยสนับสนุนส่งเสริมกันต่อไป
นี่ย่อมหมายความว่า เหล่าคนดังทั้งหลายที่เคยขยาดสื่อ ตอนนี้กลับมาเห็นประโยชน์ในการใช้สื่อส่งเสริมประชาสัมพันธ์ตัวเองได้โดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท สื่อก็รู้ใจผู้บริโภคว่ากระหายอยากข่าวแบบไหน จึงต้องพยายามนำเสนอให้ตรงใจที่สุด ได้ประโยชน์ทั้งผู้เป็นเจ้าของข่าวและผู้เสนอข่าว
ผู้บริโภคข่าวนี่สิ จะรู้ทันหรือไม่ นอกจากความมันส์ในอารมณ์ แล้ว จะได้ประโยชน์อะไรอีกบ้างจากการบริโภคข่าวสดๆ คาวๆ ของบรรดาคนดังทั้งหลาย อิ่มจากข่าวนี้แล้วก็รอข่าวต่อไป ว่าใครจะตกเป็นเหยื่อความกระหายอีก
แต่แท้จริงแล้วไม่รู้ว่าใครตกเป็นเหยื่อกันแน่ คนเป็นข่าวหรือว่าคนเสพข่าว แต่ที่แน่ๆคนขายข่าว คือสื่อนั้น ฟันกำไรก่อนใครเพื่อน
เอวังแล.




บางทีพวกเราให้ความสำคัญกับข่าวอย่างนี้มากเกินไป…หรือเปล่า
เริ่มอ่านปุ๊บก็คิดถึง “บริทนีย์” ปั๊บเลย พออ่าน ๆ เลยเห็นหยิบเป็นตัวอย่างพอดี หุ ๆ
น่าคิดตรงประเด็นที่ว่า “ใครเป็นหยื่อที่แท้จริง” เหมือนดาราคนนึงที่ให้ข่าวว่าตัวเองเคยมีสัมพันธ์สวาทกับคนบันเทิงนับ 20 คน เรียกกระแสสนใจในตัวเธอจนขายหนังสือที่เธอเขียนแบบเทน้ำเทท่า 5 5
คุณ yawaiam พูดถูกนะ พวกเราคือคนทั้งหลายนี่แหละ ให้ความสำคัญกับข่าวนี้เอง สื่อจึงขายได้ และนำไปสู่กรณีแบบที่คุณ mapandy บอกไว้
เดียวนี้ อะไรๆก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด คนดังๆชอบเอาเรื่องลับๆมาแฉ เพราะรู้ว่าคนอยากรู้ จึงขายได้เป็นกอบเป็นกำ
ใครเป็นเหยื่อก็พอจะมองออก
[...] *ข่าวสดๆ ข่าวคาวๆ ข่าวฉาวโฉ่ : ใครเป็
[...] *ข่าวสดๆ ข่าวคาวๆ ข่าวฉาวโฉ่ : ใครเป็
[...] กับการบังคับใช้กฎหมายคอมพิวเตอร์ *ข่าวสดๆ ข่าวคาวๆ ข่าวฉาวโฉ่ : ใครเป็