Generation D Type : รูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่น Digital

Generation D 2ผมได้ความคิดเรื่อง Generation D มาจากการสังเกตการณ์ใช้ชีวิตของคนรุ่นนี้  ซึ่งมีรูปแบบชีวิตที่แตกต่างจากคนรุ่นพี่รุ่นพ่ออยู่มาก  อันเนื่องมาจากอิทธิพลของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีการสื่อสารแบบดิจิตอลที่ส่งผลต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นนี้เป็นอย่างมาก 

           เทคโนโลยีทำให้วิถีชีวิตของคนเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีการพิมพ์  วิทยุ โทรศัพท์ โทรทัศน์  ภาพยนตร์  ล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคน  การเกิดขึ้นของโทรศัพท์มือถือยุคแรกในระบบอนาล็อกเมื่อ 20 กว่าปีก่อนก็ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างขนานใหญ่ 

             เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมาระบบดิจิตอลได้กำเนิดขึ้นและถูกพัฒนาให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันนี้ ระบบดิจิตอลเข้ามามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของคนอย่างกว้างขวาง อุปกรณ์แทบทุกชนิดผลิตขึ้นโดยเทคโนโลยีดิจิตอล

            คนที่เติบโตขึ้นมาในยุคดิจิตอลน่าจะอยู่ในช่วงอายุ 30 ปีลงมา  คนรุ่นนี้คุ้นเคยกับอุปกรณ์เครื่องใช้สอยที่ประกอบด้วยระบบดิจิตอลที่สะดวกสบาย  อำนวยให้ชีวิตเคลื่อนไหวไปด้วยความรวดเร็ว  เทคโนโลยีในยุคนี้มีราคาถูกและใช้งานง่าย  คนที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีจึงสามารถรับเอาเข้ามาในชีวิตได้อย่างรวดเร็ว  ส่งผลต่อวิธีคิด การดำเนินชีวิตของพวกเขา  แม้จะยังไม่ปรากฏเด่นชัด แต่ก็มีเครื่องบ่งชี้หลายๆอย่าง ดังที่ผมเคยเขียนไว้ในตอนแรก [อ่านที่นี่] ที่จะได้ตั้งข้อสังเกต หรือสมมติฐานเพิ่มเติมในบทความนี้

            รูปแบบของการใช้ชีวิตของคนรุ่น Generation D (ขอเรียกว่า Generation D Type ไปพลางๆก่อน)  ข้อบ่งชี้ส่วนหนึ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ และจะปรากฏผลชัดเจนในอีกไม่ช้าไม่นานนี้ ประกอบด้วย 3 F 3 I

            อันดับแรก ว่าด้วยเรื่อง 3 F ได้แก่

            Freeload  มีเสรีภาพ  ในการคิด การรับรู้ การเรียนรู้ การใช้ชีวิต เปิดกว้างมากขึ้น เพราะมีช่องทางในการเรียนรู้รับรู้ข้อมูล ข่าวสารผ่านสื่อต่างๆ  (Free download) และการแสดงความคิดเห็น ความรู้ ความสามารถ ความเป็นตัวตน (Free upload) ได้โดยเปิดเผย เพราะการควบคุมบังคับจากสถาบันทางสังคม เช่น สถาบันครอบครัว โรงเรียน ไม่เข้มงวดเหมือนคนรุ่นก่อนๆ ทำให้คนรุ่นนี้มีเสรีภาพที่จะคิดและทำสิ่งต่างๆมากขึ้น

            Freelance มีทางเลือกในการประกอบอาชีพมากขึ้น การประกอบอาชีพไม่ได้เริ่มต้นหลังจากเรียนจบการศึกษาเสมอไป แต่คนรุ่นนี้สามารถประกอบอาชีพได้ตั้งแต่อายุยังน้อย  โอกาสในเรียนไปประกอบอาชีพไปมีมากขึ้น  โดยเฉพาะอาชีพที่เกี่ยวข้องหรือใช้เทคโนโลยีดิจิตอลเป็นเครื่องมือ  คนรุ่นนี้สามารถที่จะใช้ประกอบอาชีพเลี้ยงดูตัวเองได้มากขึ้น

            Freedom   มีเสรีภาพในการใช้ชีวิตมากขึ้น  ไม่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้กฎอันเข้มงวดของครอบครัว แบบแผนของสังคม หรือข้อจำกัดอื่นๆอีกหลายอย่าง  อันสืบเนื่องมาจากการที่มี Freeload และ  Freelance  นั่นเอง

            เมื่อมี 3 F เป็นเสมือนธงนำแล้ว ทำให้เกิด 3 I ตามมา ประกอบด้วย

            Intelligence มีสติปัญญา ความรู้ ไหวพริบ การรับรู้ที่กว้างขวางขึ้น อันเนื่องมาจากช่องทางในการเปิดรับข่าวสาร ข้อมูล ความรู้ มีหลากหลาย  คนรุ่นนี้หากสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ย่อมมีโอกาสที่จะศึกษาค้นคว้าให้รอบรู้และลึกซึ้งได้ผ่านเครื่องมือต่างๆที่ผลิตขึ้นโดยเทคโนโลยีดิจิตอล  โดยเฉพาะความรู้จากเครือข่ายข้อมูลอินเตอร์เน็ตที่มีมากมายมหาศาล หากใช้ให้เหมาะสมก็จะเกิดประสิทธิภาพและประสอทธิผลสูงสุด  ดังนั้น โอกาสที่คนรุ่นนี้จะสร้างสติปัญญาให้แก่ตัวเองจึงมีมากขึ้น

            Individual  มีความเป็นตัวของตัวเองสูง  ตั้งแต่ระดับธรรมดาไปจนถึงระดับที่เกินปกติ ระดับธรรมดาได้แก่ มีความมั่นอกมั่นใจในความคิด ความเชื่อ และการกระทำของตัวเอง ยืนหยัดและยืนยันในหลักการที่ตนเชื่อว่าถูกต้อง ส่วนในระดับที่เกินปกติได้แก่ การหย่อนยานในสำนึกสาธารณะ  บางกรณีก็ขาดการปฏิสัมพันธ์กับสังคมรอบข้าง  จนถึงขั้นเก็บตัว ปิดรับสิ่งต่างๆที่จะทำให้ตัวเองไม่พอใจ  ซึ่งเป็นขั้นอันตราย แต่โดยเฉลี่ยแล้ว คนรุ่นนี้มีความเป็นตัวของตัวเองสูง

            Independence มีอิสรภาพในชีวิตมากขึ้น  ไม่ผูกมัดอยู่กับสิ่งที่จะทำให้ตนเองรู้สึกว่าขาดความเป็นตัวของตัวเอง อันได้แก่ ระเบียบ แบบแผน กฎเกณฑ์ของสังคม  แต่ไม่ได้หมายความว่าคนรุ่นนี้จะพยายามละเมิดความถูกต้องๆ หากแต่พวกเขาหาวิธีการที่จะอยู่โดยมีข้อผู้มัดน้อยที่สุด เช่น การประกอบการงานแบบ Freelance หาทางในการใช้ชีวิตแบบ Free Life ให้มากที่สุด

            นี่คือข้อบ่งชี้ อีกชุดหนึ่งของคนรุ่น Digital (Generation D Type ) ที่รวบรวมจากการสังเกตการณ์การใช้ชีวิตของคนรุ่นนี้  ซึ่งเป็นเพียงข้อสมมุติฐานขั้นต้นที่ไม่ได้มีฐานจากงานศึกษาวิจัยทางวิชาการแต่อย่างใด

            สมมุติฐานดังกล่าวเกิดจากการสังเกต รวบรวม คิด พิเคราะห์ ไตร่ตรอง และคาดคะเนของผู้เขียนล้วนๆครับ

            ผมคิดว่า สังคมต้องให้ความสำคัญคนรุ่นนี้อย่างจริงจัง เพราะอีก 10-20 ปีข้างหน้าพวกเขาคือผู้ที่จะก้าวเข้ามารับภาระต่อจากคนรุ่นก่อน  การเรียนรู้พวกเขาก็คือการเรียนรู้อนาคตล่วงหน้า

            อนาคตจะเป็นเช่นไร ก็ขึ้นอยู่กับวันนี้เราให้อะไรพวกเขาบ้าง การที่จะสามารถให้อะไรพวกเขาได้ตรงจุดที่สุดก็คือเรียนรู้และเข้าใจพวกเขานั่นเอง.

Related Posts with Thumbnails เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน
This entry was posted on Wednesday, March 19th, 2008 and is filed under พันธุ์ดิจิตอล. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply

kbiztalk

ยินดีต้อนรับทุกท่าน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosoltalk.com หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

bookandwriter

xirbit

เืดือนนี้มีอะไร

หมวดหมู่สาระพัน

เสียงเพื่อนพูดคุย

เรื่องเก่าๆเอามาให้อ่าน

eXTReMe Tracker Free counter and web stats