<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โกศลคนชอบคุย</title>
	<atom:link href="http://kosoltalk.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://kosoltalk.com</link>
	<description>รวมเรื่องสากกะเบือยันเรือรบ</description>
	<lastBuildDate>Fri, 09 Jul 2010 04:13:22 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>หนทางการพัฒนาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์</title>
		<link>http://kosoltalk.com/social-work</link>
		<comments>http://kosoltalk.com/social-work#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Jul 2010 04:00:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องจิปาถะผสม]]></category>
		<category><![CDATA[นักสังคมสงเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาชีพสังคมสงเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมสงเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[โสภณ พรโชคชัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kosoltalk.com/?p=2131</guid>
		<description><![CDATA[ดร.โสภณ พรโชคชัย :  ในวันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม 2553 ผมไปร่วมสัมมนาเรื่อง “การขับเคลื่อนงานสังคมสงเคราะห์: ทิศทางการพัฒนาองค์ความรู้และความเป็นวิชาชีพ” ณ ห้องราชา 2 โรงแรมปรินซ์ พาเลซ มหานาค กรุงเทพมหานคร  พอดีเวลาจำกัดและผมต้องรีบกลับก่อนปิดงาน จึงไม่มีโอกาสได้แสดงความเห็น  และขออนุญาตแสดงความเห็นไว้ ตามนี้เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาวิชาชีพ
ในความเข้าใจของผม “นักสังคมสงเคราะห์” คือ นักแก้ปัญหาสังคม โดยการแก้นี้หมายถึงการปฏิบัติการที่รวมความถึงการวิเคราะห์ การป้องกัน การวางแผน และการพัฒนาด้วย  ส่วนปัญหาสังคมนั้นหมายถึงปัญหา ทั้งต่อบุคคล กลุ่ม ชุมชนและสังคมโดยรวม ที่อาจเป็นในด้านเด็ก สตรี คนชรา ชุมชนแออัด ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการทางกายหรือจิต เป็นต้น และอาจเป็นในสถานที่ที่แตกต่างกันเช่น โรงพยาบาล คุก สถานสงเคราะห์ เป็นต้น

ในการแก้ปัญหาสังคมนั้น นักสังคมสงเคราะห์พึงมองเป็นองค์รวม ตั้งแต่การวิเคราะห์ การวางแผน การจัดทำ Roadmap ในการแก้ไขปัญหา เช่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดร.โสภณ พรโชคชัย : </strong> ในวันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม 2553 ผมไปร่วมสัมมนาเรื่อง <strong>“การขับเคลื่อนงานสังคมสงเคราะห์: ทิศทางการพัฒนาองค์ความรู้และความเป็นวิชาชีพ”</strong> ณ ห้องราชา 2 โรงแรมปรินซ์ พาเลซ มหานาค กรุงเทพมหานคร  พอดีเวลาจำกัดและผมต้องรีบกลับก่อนปิดงาน จึงไม่มีโอกาสได้แสดงความเห็น  และขออนุญาตแสดงความเห็นไว้ ตามนี้เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาวิชาชีพ</p>
<p>ในความเข้าใจของผม<strong> “นักสังคมสงเคราะห์” </strong>คือ นักแก้ปัญหาสังคม โดยการแก้นี้หมายถึงการปฏิบัติการที่รวมความถึงการวิเคราะห์ การป้องกัน การวางแผน และการพัฒนาด้วย  ส่วนปัญหาสังคมนั้นหมายถึงปัญหา ทั้งต่อบุคคล กลุ่ม ชุมชนและสังคมโดยรวม ที่อาจเป็นในด้านเด็ก สตรี คนชรา ชุมชนแออัด ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการทางกายหรือจิต เป็นต้น และอาจเป็นในสถานที่ที่แตกต่างกันเช่น โรงพยาบาล คุก สถานสงเคราะห์ เป็นต้น<br />
<span id="more-2131"></span><br />
ในการแก้ปัญหาสังคมนั้น นักสังคมสงเคราะห์พึงมองเป็นองค์รวม ตั้งแต่การวิเคราะห์ การวางแผน การจัดทำ Roadmap ในการแก้ไขปัญหา เช่น ปัญหาขอทาน ปัญหาในระดับมหภาค ระดับจุลภาคคืออะไร บทบาทในการป้องกัน แก้ไข เป็นอย่างไร การหน้าที่ของสถานสงเคราะห์และบทบาทของนักสังคมสงเคราะห์ในสถานสงเคราะห์ และการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น</p>
<p>แต่โดยที่เราขาดการมองปัญหาเป็นองค์รวม  แทนที่วิชาชีพของเราจะเป็นเสมือนผู้คอยดูแลการแก้ไขปัญหาทั้งหลาย เช่น นักรัฐศาสตร์ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ประสานส่วนราชการต่าง ๆ ในการบริหารราชการส่วนภูมิภาค  วิชาชีพสังคมสงเคราะห์จึงกลับมีบทบาทเป็นเพียงหย่อม ๆ  เฉพาะจุด  ขาดการเขื่อมต่อกัน  ขาดการ พัฒนาองค์ความรู้  และในขณะนี้จึงถูกวิชาชีพอื่นแย่งงาน แย่งบทบาทไปดำเนินการจนขาดความเป็นตัวตนที่ชัดเจนเท่าที่ควร</p>
<p>วิชาชีพสังคมสงเคราะห์เกิดขึ้นมาในยุคที่ประเทศไทยพยายามเข้าสู่ยุคสังคมสวัสดิการในปลายสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งเป็นยุคที่ค่อนข้างก้าวหน้า  ในยุคนั้นมีความพยายามในการออกใบอนุญาตวิชาชีพ มีกรมประชาสงเคราะห์ รวมทั้งมีความเป็นไปได้ที่จะมีหน่วยงานระดับกระทรวงด้านสังคมสงเคราะห์ แต่มาถดถอยในยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ที่พยายามไม่สานต่อดำริต่าง ๆ ของจอมพล ป.  ประกอบกับวิชาชีพนี้ถูกทำให้มีภาพเป็นกิจกรรมของ “คุณหญิงคุณนาย” แทนที่จะเป็นวิชาชีพแต่แรก  วิชาชีพนี้จึงได้รับการบิดเบือนและขาดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ</p>
<p>อาจกล่าวได้ว่านักสังคมสงเคราะห์ก็เหมือนกับนักวิชาชีพอื่น เช่น นักเศรษฐศาสตร์ นักสังคมศาสตร์ นักรัฐศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ แต่วิชาชีพเหล่านี้เป็นวิชาชีพในเชิงวิชาการ  แต่วิชาชีพของเราเน้นการปฏิบัติ เช่นเดียวกับวิชาชีพแพทย์ พยาบาล วิศวกร สถาปนิก นักกฎหมาย นักบัญชี เป็นต้น  หากวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ได้รับการพัฒนาโดยไม่ถูกบิดเบือนข้างต้น  วิชาชีพนี้ก็จะได้รับการยอมรับ โดยอาจมีนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ นักสังคมสงเคราะห์จิตเวช นักพัฒนาชุมชน (นักสังคมสงเคราะห์ชุมชน) นักประชาสงเคราะห์ (นักบริหารงานสังคมสงเคราะห์) ซึ่งเป็นการแตกแขนงนักสังคมสงเคราะห์ออกไป</p>
<p>อย่างไรก็ตามในขณะนี้อะไรต่าง ๆ ก็ดูคล้ายจะสายไปเสียแล้ว แต่ก็คงยังพอมีเวลาในการแก้ไข  ผมจึงขอเสนอแนวทางดังนี้:</p>
<p>1. การศึกษาถึงแนวทางการสร้างอัตลักษณ์ของ “นักสังคมสงเคราะห์” ของประเทศต่าง ๆ  สมาคมที่เกี่ยวข้องของเราได้จัดการประชุมในด้านนี้หลายครั้ง  ผมไม่แนใจว่าเราได้ศึกษาประสบการณ์ต่อสู้เพื่อพัฒนาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ของประเทศอื่นอย่างลึกซึ้งเพื่อนำมาปรับใช้ในประเทศไทยหรือไม่  การอาศัย Common Sense อย่างเดียวคงไม่พอ</p>
<p>2. การเร่ง จัดการศึกษาต่อเนื่อง (CPD: Continuing Professional Development Program) สำหรับนักวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รุ่นที่จบไปแล้ว ทั้งหลาย เพื่อปรับปรุงความรู้ให้ทันสมัยและสร้างเครือข่ายสังคมสงเคราะห์บนฐานความ รู้</p>
<p>3. การวิเคราะห์และวางแผนการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นำเสนอสู่สังคมในนามของคณะหรือสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงบทบาทของ นักสังคมสงเคราะห์อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>4. การวาง Roadmap ของการแก้ไขปัญหาสังคมต่าง ๆ เช่น ปัญหาสตรี เด็ก ชุมชน ฯลฯ โดยแสดงถึงบทบาทของนักสังคมสงเคราะห์ในขั้นตอนและสถานปฏิบัติงานต่าง ๆ บทบาทของนักวิชาชีพอื่น  ตลอดจนบทบาทการประสานงานกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง  เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่แสดงถึงการวิเคราะห์และวางแผนการแก้ไขปัญหา อย่างเป็นองค์รวม</p>
<p>สมาคมวิชาชีพ สถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  ถ้าในรายงานประจำปีของสมาคมหรือสถาบันการศึกษาของพวกเรายังไม่มีเรื่องเช่นนี้ นอกจากกิจกรรม “เบี้ยหัวแตก” แบบ “พระตีระฆังไปวัน ๆ” แล้ว  วิชาชีพของเราก็จะยังไม่พัฒนา  ลองตรวจสอบดูนะครับ</p>
<p><strong> เกี่ยวกับ โสภณ พรโชคชัย</strong></p>
<p><a href="http://www.facebook.com/sopon.pornchokchai">http://www.facebook.com/sopon.pornchokchai</a><br />
<a href="http://www.thaiappraisal.org/thai/contact/default_dr.sopon.htm">http://www.thaiappraisal.org/thai/contact/default_dr.sopon.htm</a></p>
<p><strong>หมายเหตุ</strong> ผมได้รับบทความนี้ทางอีเมล์จาก ดร.โสภณ พรโชคชัย ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันทำงานด้านการประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ ได้ส่งบทความนี้ให้น้อง ๆ ทางอีเมล์ อ่านแล้วเห็นว่าเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสังคมไทยโดยรวม แม้จะเกี่ยวข้องกับวิชาชีพหนึ่ง แต่วิชาชีพนั้นเกี่ยวพันกับการแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคม ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกสาขาอาชีพ จึงนำมาเผยแพร่ไว้ ณ ที่นี้ &#8211; - <em>โกศล อนุสิม</em></p>

	<b>เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน</b>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://kosoltalk.com/csr-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-guru-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-%e0%b8%94%e0%b8%a3-%e0%b9%82%e0%b8%aa%e0%b8%a0" title="CSR จาก GURU และจดหมายจาก ดร. โสภณ พรโชคชัย (August 23, 2008)">CSR จาก GURU และจดหมายจาก ดร. โสภณ พรโชคชัย</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosoltalk.com/social-work/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ว่าด้วยการปฏิรูป</title>
		<link>http://kosoltalk.com/reforming-thailand</link>
		<comments>http://kosoltalk.com/reforming-thailand#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 01 Jul 2010 04:55:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิรูปการเมืองไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิรูปประเทศไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kosoltalk.com/?p=2127</guid>
		<description><![CDATA[การปฏิรูป เป็นศัพท์ที่ถูกนำมาใช้งานอย่างหนักในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน หลังเหตุการณ์จลาจลเผาประเทศเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 รัฐบาลประกาศแผนปฏิรูป ประเทศอย่างขนานใหญ่ สังคมไทยก็ขานรับกันเกือบทุกภาคส่วน ยกเว้นเพียงบางกลุ่มที่ไม่ยอมรับรัฐบาล จึงไม่ยอมรับแผนปฏิรูปประเทศ
นั่นเป็นเรื่องของการเมือง จะแก้ไขกันอย่างไรก็เป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องที่จะเจรจาตกลงกัน แต่จะอย่างไรเสียรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีก็ยืนยันว่า แผนปฏิรูปประเทศต้องเดินหน้าต่อไป แม้อายุของรัฐบาลนี้จะสิ้นสุดลง การปฏิรูปก็จะไม่สิ้นสุดตามอายุของรัฐบาล
การจะปฏิรูปอะไรสักอย่าง ย่อมหมายความว่า สิ่งที่มีอยู่นั้นใช้ไม่ได้ หรือใช้ได้ไม่เต็มที่ การปฏิรูปประเทศไทยที่กำลังเกิดขึ้นนั้น ก็เป็นเพราะระบบต่างๆ อันเป็นองคาพยพของประเทศเกิดความเสื่อม ไร้ประสิทธิภาพ ไม่เหมาะกับยุคสมัย ทำให้ประเทศชาติเสียหาย จึงต้องปฏิรูปคือทำให้ดีขึ้น ซึ่งมีทั้งการตัดสิ่งที่ไม่ดีออกไป และเพิ่มสิ่งที่ดีๆ เข้ามา สิ่งใดที่ใช้ได้ก็ใช้ต่อไป สิ่งใดที่ใช้ได้ไม่ดีแต่มีทางที่จะแก้ไขให้ดีขึ้นก็ทำ สิ่งใดที่ใช้ไม่ได้ ซ่อมก็ไม่ได้ เอาไว้ก็ไม่ดี ย่อมต้องทิ้งไป
ตลอดระยะเวลา 10 ที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบกับความเสื่อมโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด จากประเทศที่เป็นผู้นำของภูมิภาคทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านอำนาจต่อรองที่เข้มแข็ง บัดนี้ กลายเป็นประเทศที่ตามหลังเพื่อนบ้านในเกือบทุกด้าน สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้เกิดจากการกระทำของคนไทยทั้งสิ้น หาใช่การทำลายหรือการแทรกแซงจากภายนอกแต่อย่างใดไม่ เหมือนคำโบราณที่กล่าวไว้ว่าสนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อในตน กัดกร่อนตัวเองจากภายใน เมื่อมากขึ้น ๆ ก็ผุเปื่อยกลายเป็นเหล็กขึ้นสนิม หาความแข็งแรงและงดงามไม่ได้
การปฏิรูปประเทศจะสำเร็จไม่ได้เลย หาไม่ปฏิรูปจากภายใน นั่นคือ ประชาชนไทยทั้งหลายต้องปฏิรูปตัวเอง อย่าได้โยนภาระไว้กับรัฐบาล [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การปฏิรูป</strong> เป็นศัพท์ที่ถูกนำมาใช้งานอย่างหนักในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน หลังเหตุการณ์จลาจลเผาประเทศเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 รัฐบาลประกาศแผนปฏิรูป ประเทศอย่างขนานใหญ่ สังคมไทยก็ขานรับกันเกือบทุกภาคส่วน ยกเว้นเพียงบางกลุ่มที่ไม่ยอมรับรัฐบาล จึงไม่ยอมรับแผนปฏิรูปประเทศ</p>
<p>นั่นเป็นเรื่องของการเมือง จะแก้ไขกันอย่างไรก็เป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องที่จะเจรจาตกลงกัน แต่จะอย่างไรเสียรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีก็ยืนยันว่า แผนปฏิรูปประเทศต้องเดินหน้าต่อไป แม้อายุของรัฐบาลนี้จะสิ้นสุดลง การปฏิรูปก็จะไม่สิ้นสุดตามอายุของรัฐบาล</p>
<p>การจะปฏิรูปอะไรสักอย่าง ย่อมหมายความว่า สิ่งที่มีอยู่นั้นใช้ไม่ได้ หรือใช้ได้ไม่เต็มที่ การปฏิรูปประเทศไทยที่กำลังเกิดขึ้นนั้น ก็เป็นเพราะระบบต่างๆ อันเป็นองคาพยพของประเทศเกิดความเสื่อม ไร้ประสิทธิภาพ ไม่เหมาะกับยุคสมัย ทำให้ประเทศชาติเสียหาย จึงต้องปฏิรูปคือทำให้ดีขึ้น ซึ่งมีทั้งการตัดสิ่งที่ไม่ดีออกไป และเพิ่มสิ่งที่ดีๆ เข้ามา สิ่งใดที่ใช้ได้ก็ใช้ต่อไป สิ่งใดที่ใช้ได้ไม่ดีแต่มีทางที่จะแก้ไขให้ดีขึ้นก็ทำ สิ่งใดที่ใช้ไม่ได้ ซ่อมก็ไม่ได้ เอาไว้ก็ไม่ดี ย่อมต้องทิ้งไป</p>
<p>ตลอดระยะเวลา 10 ที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบกับความเสื่อมโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด จากประเทศที่เป็นผู้นำของภูมิภาคทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านอำนาจต่อรองที่เข้มแข็ง บัดนี้ กลายเป็นประเทศที่ตามหลังเพื่อนบ้านในเกือบทุกด้าน สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้เกิดจากการกระทำของคนไทยทั้งสิ้น หาใช่การทำลายหรือการแทรกแซงจากภายนอกแต่อย่างใดไม่ เหมือนคำโบราณที่กล่าวไว้ว่าสนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อในตน กัดกร่อนตัวเองจากภายใน เมื่อมากขึ้น ๆ ก็ผุเปื่อยกลายเป็นเหล็กขึ้นสนิม หาความแข็งแรงและงดงามไม่ได้</p>
<p>การปฏิรูปประเทศจะสำเร็จไม่ได้เลย หาไม่ปฏิรูปจากภายใน นั่นคือ ประชาชนไทยทั้งหลายต้องปฏิรูปตัวเอง อย่าได้โยนภาระไว้กับรัฐบาล และนายอานันท์ ปันยารชุน กับนายแพทย์ประเวศ วะสี ประธานคณะกรรมการทำงานเพื่อวางแนวทางการปฏิรูปประเทศ โดยประชาชนต้องเปลี่ยนแปลงความคิดและพฤติกรรมเสียใหม่ โดย</p>
<p><strong>1. เลิกเห็นกงจักรเป็นดอกบัว</strong> นั่นคือ เห็นผิดเป็นชอบ ละทิ้งศีลธรรม ละเลยกฎหมาย ตัวอย่างที่ชัดเจน ก็คือ ความคิดในลักษณะที่ “ใครจะโกงก็ไม่เป็นไร ขอให้ทำงาน” หรือ “โกงก็ไม่เป็นไร ขอให้มีผลงาน” ความคิดเช่นนี้ เป็นการละเลยความถูกต้องชอบธรรม และส่งเสริมการกระทำผิดอย่างใหญ่หลวง ซึ่งทำลายสังคมไทยจนกลายเป็นเหล็กขึ้นสนิม จนแทบจะขาดเป็นสองท่อนในเวลาเพียงแค่ 10 ปี</p>
<p><strong>2. เลิกรักสิทธิของตัวโดยไม่ทำหน้าที่</strong> นั่นคือ การเห็นแก่ประโยชน์ที่ตนจะมีจะได้แต่เพียงฝ่ายเดียว ใช้สิทธิของตนอย่างเห็นแก่ตัว แม้ว่าจะไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นและทำลายสังคมส่วนรวมก็ไม่สนใจ แต่เมื่อถึงคราวที่ต้องทำหน้าที่บ้าง กลับพยายามหลบหลีกเลี่ยง ผลักภาระไปให้ผู้อื่น หากรู้สึกว่าตนถูกละเมิดสิทธิแม้เรื่องเล็กน้อยก็จะออกมาปกป้องอย่างเอาเป็น เอาตาย โดยไม่นึกถึงเรื่องที่ตนเองไปละเมิดผู้อื่นในเรื่องที่หนักหนาสาหัสกว่า</p>
<p><strong>3. มีหิริโอตตัปปะ</strong> นั่นคือ ละอายและเกรงกลัวต่อบาป บาปในที่นี้ย่อมหมายถึง สิ่งที่ไม่ดีไม่งามทั้งปวง ทั้งเรื่องที่ละเมิดต่อศีลธรรมในศาสนาของตนและละเมิดกฎหมายของสังคม หิริ คือ ละอายในความผิดทั้งหลายทั้งปวงที่จะกระทำ ไม่ว่าคนจะรู้เห็นหรือไม่รู้เห็นก็ตาม โอตตัปปะ คือ ความเกรงกลัวในผลของการกระทำผิด ไม่ว่าคนจะรู้เห็นหรือไม่ การกระทำผิดย่อมเกิดผลโดยทันทีที่ได้กระทำ เมื่อมีความละอายและเกรงกลัวแล้ว การที่จะกระทำผิดต่อปัจเจกบุคคลและกระทำผิดต่อส่วนรวม ก็ย่อมไม่มี มีก็น้อย</p>
<p>หากประชาชนไทยไม่มีทั้ง 3 ข้อข้างต้น การปฏิรูปประเทศก็เห็นจะเป็นไปได้ยาก ต่างคนต่างฝ่ายก็จะยึดแต่ประโยชน์ของตนและพรรคพวก ไม่เห็นแก่ประโยชน์คนอื่นและประโยชน์ส่วนรวม ใช้ระบบต่างๆ ที่มีอยู่เพื่อประโยชน์ของตน ความคิดในเรื่อง “โกงก็ไม่เป็นไรขอให้มีผลงาน” ก็จะกลายเป็นสนิมในเหล็กที่นับวันแต่จะลุกลามมากขึ้นเรื่อยๆ จนกัดกินเนื้อเหล็กหมดสิ้นในไม่ช้า</p>
<p>องค์กรทั้งหลายหากเป็นเช่นที่ประเทศไทย เป็นอยู่ขณะนี้ และต้องการปฏิรูปองค์กรให้รอดพ้นจากความล่มจม ก็จำเป็นที่คนในองค์กรต้องปฏิรูปภายในด้วยเช่นกัน เพราะองค์กรที่มีแต่คน เห็นกงจักรเป็นดอกบัว รักสิทธิของตัวโดยไม่ทำหน้าที่ และไม่มีหิริโอตตัปปะ ต่างก็ล่มจมไปหมดสิ้นแล้ว</p>
<p><strong>โกศล อนุสิม</strong> พิมพ์ในคอลัมน์ <strong>เรียนธรรมในธุรกิจ</strong> หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 25 มิถุนายน 2553</p>
<p>อ่านเรื่องปฏิรูปเพิ่มเติม &gt;&gt; <a href="http://kosoltalk.com/what-is-thailand-reform">ปฏิรูปประเทศไทย ปฏิรูปอะไร ใครจะปฏิรูป</a></p>

	<b>เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน</b>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://kosoltalk.com/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4" title="ห้ามญาติ (July 14, 2008)">ห้ามญาติ</a> (0)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/how-to-rule-thailand" title="ปกครองประเทศไทยแบบใดดี (February 3, 2010)">ปกครองประเทศไทยแบบใดดี</a> (2)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/thai-politician" title="ส.ส., ส.ว., นักการเมืองมีมากก็เปลืองข้าวสุก (January 31, 2010)">ส.ส., ส.ว., นักการเมืองมีมากก็เปลืองข้าวสุก</a> (5)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/no-report-to-the-prime-minister" title="เรื่องที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ยังไม่ได้รับรายงาน (August 18, 2009)">เรื่องที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ยังไม่ได้รับรายงาน</a> (4)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/constitution-problem-in-thailand" title="รัฐธรรมนูญ จะแก้อีกกี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม (June 17, 2010)">รัฐธรรมนูญ จะแก้อีกกี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม</a> (3)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosoltalk.com/reforming-thailand/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปฏิรูปประเทศไทย ปฏิรูปอะไร ใครจะปฏิรูป</title>
		<link>http://kosoltalk.com/what-is-thailand-reform</link>
		<comments>http://kosoltalk.com/what-is-thailand-reform#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 Jun 2010 23:03:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[การแก้ไขปัญหาสังคมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิรูปประเทศ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kosoltalk.com/?p=2116</guid>
		<description><![CDATA[
นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศแผนการปฏิรูปประเทศท่ามกลางการตอบรับเป็นอย่างดีของภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมไทย เว้นแต่ฝ่ายค้านในสภาคือพรรคเพื่อไทย และฝ่ายค้านนอกสภาคือกลุ่ม นปช. ที่ไม่เห็นด้วย  และประกาศไม่รับแผนของนายกรัฐมนตรี ซึ่งการกระทำเช่นนี้ก็ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด  และนายกรัฐมนตรีก็เดินหน้าแผนปฏิรูปประเทศ ด้วยการแต่งตั้งบุคคลสำคัญสองคนคือ นายอานันท์ ปันยารชุน กับ นายแพทย์ประเวศ วะสี เข้ามาเป็นประธานคณะทำงาน 2 คณะ เพื่อจัดทำแผนปฏิรูป รวมทั้งดำเนินการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญควบคู่กันไป โดยมีนายสมบัติ ธำรงธัญญาวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เป็นประธาน

กระบวนการปฏิรูปประเทศที่กำลังดำเนินการอย่างครึกโครมดังกล่าวนั้น จะเกิดผลเช่นไร ก็ยังไม่สามารถจะประเมินได้  แต่เชื่อแน่ว่าประชาชนไทยส่วนมากต้องการเห็นประเทศชาติเดินหน้าต่อไป และเห็นด้วยว่า ประเทศไทยความเสื่อมโทรมอย่างหนัก จนอาจจะถึงกาลล่มสลายได้ ด้วยปัญหามากมายหมักมมอยู่ภายใน เหมือนโรคร้ายกัดกินร่างกายและอวัยวะภายใน  เริ่มแสดงอาการเจ็บป่วยให้เห็นจากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่ผ่านมา  ดังนั้นจึงต้องการการรักษาอย่างรวดเร็วและถูกกับโรค การรักษาที่ชื่อว่าการปฎิรูปประเทศจึงสมควรแล้วที่จะต้องเกิดขึ้น  แต่ผลการรักษาจะเป็นเช่นไร ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือแพทย์และความร่วมมือของคนไข้คือประชาชนไทยทุกคน
การปฏิรูปประเทศไทยดังกล่าว แม้กระบวนการที่ดำเนินการอยู่นี้ดูแล้วมีความหวัง มีความสวยสดงดงาม ทำให้ฝันเฟื่องไปได้ว่าจะเกิดความสำเร็จทำให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง  แต่เอาเข้าจริงแล้วยังไม่ชัดเจนว่า การปฏิรูปประเทศไทยดังกล่าว จะปฏิรูปอะไร ปฏิรูปอย่างไร ในแต่ละเรื่องที่จะปฏิรูป ใครจะรับผิดชอบ ประชาชนจะมีส่วนร่วมอย่างไรบ้าง  และการปฏิรูปดังกล่าวนี้ ใครจะสูญเสียอะไรไปบ้าง และจะมีใครยอมสูญเสียเพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปตามแผนการปฏิรูปบ้าง
หากจะมีการตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;">นายกรัฐมนตรี <strong>นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</strong> ประกาศแผนการปฏิรูปประเทศท่ามกลางการตอบรับเป็นอย่างดีของภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมไทย เว้นแต่ฝ่ายค้านในสภาคือพรรคเพื่อไทย และฝ่ายค้านนอกสภาคือกลุ่ม นปช. ที่ไม่เห็นด้วย  และประกาศไม่รับแผนของนายกรัฐมนตรี ซึ่งการกระทำเช่นนี้ก็ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด  และนายกรัฐมนตรีก็เดินหน้าแผนปฏิรูปประเทศ ด้วยการแต่งตั้งบุคคลสำคัญสองคนคือ <strong>นายอานันท์ ปันยารชุน</strong> กับ <strong>นายแพทย์ประเวศ วะสี </strong>เข้ามาเป็นประธานคณะทำงาน 2 คณะ เพื่อจัดทำแผนปฏิรูป รวมทั้งดำเนินการ<a href="http://kosoltalk.com/constitution-problem-in-thailand">ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ</a>ควบคู่กันไป โดยมีนาย<strong>สมบัติ ธำรงธัญญาวงศ์ </strong>อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เป็นประธาน</p>
<p style="text-align: justify;"><span id="more-2116"></span></p>
<p style="text-align: justify;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2117" style="border: 0pt none; margin: 10px;" title="thai-refrom" src="http://kosoltalk.com/wp-content/uploads/2010/06/thai-refrom-215x300.jpg" alt="thai-refrom" width="215" height="300" />กระบวนการปฏิรูปประเทศที่กำลังดำเนินการอย่างครึกโครมดังกล่าวนั้น จะเกิดผลเช่นไร ก็ยังไม่สามารถจะประเมินได้  แต่เชื่อแน่ว่าประชาชนไทยส่วนมากต้องการเห็นประเทศชาติเดินหน้าต่อไป และเห็นด้วยว่า ประเทศไทยความเสื่อมโทรมอย่างหนัก จนอาจจะถึงกาลล่มสลายได้ ด้วยปัญหามากมายหมักมมอยู่ภายใน เหมือนโรคร้ายกัดกินร่างกายและอวัยวะภายใน  เริ่มแสดงอาการเจ็บป่วยให้เห็นจากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่ผ่านมา  ดังนั้นจึงต้องการการรักษาอย่างรวดเร็วและถูกกับโรค การรักษาที่ชื่อว่าการปฎิรูปประเทศจึงสมควรแล้วที่จะต้องเกิดขึ้น  แต่ผลการรักษาจะเป็นเช่นไร ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือแพทย์และความร่วมมือของคนไข้คือประชาชนไทยทุกคน</p>
<p style="text-align: justify;">การปฏิรูปประเทศไทยดังกล่าว แม้กระบวนการที่ดำเนินการอยู่นี้ดูแล้วมีความหวัง มีความสวยสดงดงาม ทำให้ฝันเฟื่องไปได้ว่าจะเกิดความสำเร็จทำให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง  แต่เอาเข้าจริงแล้วยังไม่ชัดเจนว่า การปฏิรูปประเทศไทยดังกล่าว จะปฏิรูปอะไร ปฏิรูปอย่างไร ในแต่ละเรื่องที่จะปฏิรูป ใครจะรับผิดชอบ ประชาชนจะมีส่วนร่วมอย่างไรบ้าง  และการปฏิรูปดังกล่าวนี้ ใครจะสูญเสียอะไรไปบ้าง และจะมีใครยอมสูญเสียเพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปตามแผนการปฏิรูปบ้าง</p>
<p style="text-align: justify;">หากจะมีการตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต คนผู้เป็นอวัยวะที่จะถูกตัดนั้นจะยอมหรือไม่  จะยอมสละสิ่งที่ตนมีอยู่เพื่อประเทศชาติได้เพียงใด  หากมีการปฏิรูปกันอย่างจริงจัง ข้อนี้เป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p style="text-align: justify;">ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ระบบราชการที่มีความใหญ่โตมโหฬารแต่ไร้ประสิทธิภาพ เต็มไปด้วยการคอรัปชั่น (อย่าปฏิเสธว่าไม่มีคอรัปชั่น) หากมีการปฏิรูปกันอย่างจริงจัง จะต้องกำจัดขบวนการคอรัปชั่นให้หมดไปจากระบบราชการ รวมทั้งปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เกิดความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ สามารถเป็นเครื่องมือให้แก่รัฐในการพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างดี  แต่ถามว่า เรื่องคอรัปชั่นก็ดี เรื่องความอุ้ยอ้ายใหญ่โตไร้ประสิทธิภาพก็ดี มีใครได้ประโยชน์บ้าง แน่นอนว่า นักการเมืองย่อมมีส่วนในเรื่องนี้อย่างแน่นอน (อย่าได้ปฏิเสธว่าไม่มีส่วน)  ดังนั้น  นักการเมืองจะยอมเป็นอวัยวะที่ถูกตัดออกหรือไม่ จะยอมสูญเสียประโยชน์ที่ตนมีตนได้หรือไม่ ยังไม่นับข้าราชการจำนวนมหาศาลที่จะถูกผลกระทบเมื่อมีการปฏิรูประบบราชการ อันเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องมีในแผนปฏิรูปประเทศ หากไม่มีแล้วก็คงไม่ใช่การปฏิรูปที่แท้จริงได้</p>
<p style="text-align: justify;">นี่เป็นโจทย์เพียงโจทย์เดียวที่ยากจะหาคำตอบ  และจะมีโจทย์ยาก ๆ เช่นนี้อีกมากมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายสังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p style="text-align: justify;">การดำเนินการปฏิรูปดังกล่าว จะสำเร็จไปไม่ได้ ถ้าประชาชนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ไม่ให้ความร่วมมือ  โดยเริ่มจาก การตระหนักถึงความจริงที่ว่า วันนี้ประเทศไทยกำลังจะล่มสลาย หากไม่ช่วยกันแก้ไขก็จะถึงกาลอวสานต์  อันดับแรกสุดก็คือ ช่วยกันเคารพกฎหมาย ทำตามกติกา แม้เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่กระทำผิด  ทำหน้าที่ของเราให้ถูกต้อง  มีศีลและธรรมตามศาสนาของตน  หากทุกคนทำเช่นนี้ย่อมจะส่งผลต่อ ๆ กันไป ดุจดังผีเสื้อกระพือปีก ลมจากปีกของผีเสื้อก็สามารถทำให้เกิดพายุได้ ดังนั้น ประชาชนทั้งหลายร่วมกันทำสิ่งที่ดี ๆ เหมือนผีเสื้อกระพือปี เพื่อให้เกิดพายุแห่งความดีขึ้นในที่สุด</p>
<p style="text-align: justify;">แม้ดูว่าเป็นเรื่องยาก แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องกระทำเป็นอย่างยิ่ง หากเลือกทำเรื่องที่ง่ายกว่า คือการอยู่นิ่งเฉย ปล่อยให้ประเทศล่มจม สังคมล่มสลาย  เราก็จะล่มจมไปด้วย ซึ่งเชื่อแน่ว่า คนไทยส่วนมากไม่ต้องการเช่นนั้น</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ดังนั้นการปฏิรูปประเทศไทย ประชาชนต้องปฏิรูปตัวเองก่อนจึงจะได้ผลอย่างแท้จริง.</strong></p>
<p style="text-align: justify;">

	<b>เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน</b>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://kosoltalk.com/the-way-of-power-3" title="อำนาจวิถี ๓ ทางขึ้นสู่อำนาจ (June 4, 2009)">อำนาจวิถี ๓ ทางขึ้นสู่อำนาจ</a> (0)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/people-in-politics-conflict-situation" title="คำเตือน : กงล้อประวัติศาสตร์มักหมุนกลับมาทับตีนประชาชน (June 1, 2010)">คำเตือน : กงล้อประวัติศาสตร์มักหมุนกลับมาทับตีนประชาชน</a> (0)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/stop-the-failed-state" title="ยุติสภาพรัฐล้มเหลวก่อนจะถึงอนาธิปไตย  รัฐบาลและคนไทยต้องใช้สติและปัญญาให้หนัก (April 26, 2010)">ยุติสภาพรัฐล้มเหลวก่อนจะถึงอนาธิปไตย  รัฐบาลและคนไทยต้องใช้สติและปัญญาให้หนัก</a> (0)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/thai-politician" title="ส.ส., ส.ว., นักการเมืองมีมากก็เปลืองข้าวสุก (January 31, 2010)">ส.ส., ส.ว., นักการเมืองมีมากก็เปลืองข้าวสุก</a> (5)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/the-king-we-love" title="เลือกสีของพระเจ้าอยู่หัว (August 29, 2009)">เลือกสีของพระเจ้าอยู่หัว</a> (1)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosoltalk.com/what-is-thailand-reform/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รัฐธรรมนูญ จะแก้อีกกี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม</title>
		<link>http://kosoltalk.com/constitution-problem-in-thailand</link>
		<comments>http://kosoltalk.com/constitution-problem-in-thailand#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Jun 2010 04:08:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[การแก้ไขรัฐธรรมนูญ]]></category>
		<category><![CDATA[คณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kosoltalk.com/?p=2110</guid>
		<description><![CDATA[
ในที่สุดรัฐบาลนายอภิสิทะธ เวชชาชีวะ ที่เพิ่งปรับคณะรัฐมนตรีไปเมื่อไม่นาน ก็ตั้งคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีศาสตราจารย์สมบัติ ธำรงธัญญวงศ์ เป็นประธาน เว็บไซต์หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจเสนอข่าวในวันนี้ (17 มิถุนายน 2553) ว่า ประธานคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้นัดคณะกรรมการประชุมกันเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ โดยวางกรอบในการประชุมหารือ ในอำนาจหน้าที่ไว้ 3 ข้อ คือ
1. การพิจารณาแนวทางแก้ไขรธน. ตามข้อเสนอคณะกรรมการสมานฉันท์ ทั้ง 6 ประเด็น
2.การสร้างความเข้มแข็งของการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์เป็นประมุข และ
3.การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน อย่างกว้างขวาง คาดว่า ในที่ประชุม น่าจะมีการประชุมหารือว่าแต่ละข้อ และน่าจะมีการสรุปว่า จะฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างไร
ส่วนผลประชุมจะเป็นอย่างไรนั้น สื่อมวลชนคงจะรายงานให้สาธารณชนทราบต่อไป
นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยเมื่อปี พ.ศ.2475 ประเทศไทยใช้รัฐธรรมนูญมาแล้ว 17 ฉบับ รวมถึงฉบับปัจจุบันที่ผ่านการลงประชามติจาประชาชนเมื่อปี พ.ศ.2550 ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีหลายมาตราไม่เป็นผระชาธิปไตย และมีการดำเนินการเพื่อที่จะแก้ไขตลอดมา
อันที่จริงแล้ว ปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญรวมทั้งกฎหมายทั้งหลายนั้น ไม่ได้อยู่ที่ตัวบทกำหมาย หากแต่อยู่ที่ความคิด พฤติกรรมและการกระทำของคนไทยเป็นสำคัญ รัฐธรรมนูญที่ยอมรับกันว่าดีที่สุดฉบับหนึ่งคือรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2540 ที่ผ่านกระบวนการร่างและจัดทำโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย แต่เมื่อบังคับใช้แล้วก็ยังเกิดปัญหาอันเนื่องมาจากพฤติกรรมของผู้ใช้คือคนไทยเอง โดยเฉพาะฝ่ายที่มีอำนาจบังคับใช้คือรัฐบาล (เป็นตัวแทนของประชาชน) กลับทำผิดรัฐธรรมนูญเสียเอง จนเป็นเหตุให้เกิดเหตุการความวุ่นวายทางการเมืองและถูกรัฐประหารล้มล้างไปในที่สุดเมื่อเดือนกันยายน 2549 ดังที่ทราบกันดีอยู่
การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ เชื่อแน่ว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;">ในที่สุดรัฐบาลนายอภิสิทะธ เวชชาชีวะ ที่เพิ่งปรับคณะรัฐมนตรีไปเมื่อไม่นาน ก็ตั้งคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีศาสตราจารย์สมบัติ ธำรงธัญญวงศ์ เป็นประธาน เว็บไซต์หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจเสนอข่าวในวันนี้ (17 มิถุนายน 2553) ว่า ประธานคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้นัดคณะกรรมการประชุมกันเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ โดยวางกรอบในการประชุมหารือ ในอำนาจหน้าที่ไว้ 3 ข้อ คือ</p>
<p style="text-align: justify;">1. การพิจารณาแนวทางแก้ไขรธน. ตามข้อเสนอคณะกรรมการสมานฉันท์ ทั้ง 6 ประเด็น</p>
<p style="text-align: justify;">2.การสร้างความเข้มแข็งของการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์เป็นประมุข และ</p>
<p style="text-align: justify;">3.การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน อย่างกว้างขวาง คาดว่า ในที่ประชุม น่าจะมีการประชุมหารือว่าแต่ละข้อ และน่าจะมีการสรุปว่า จะฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างไร</p>
<p style="text-align: justify;">ส่วนผลประชุมจะเป็นอย่างไรนั้น สื่อมวลชนคงจะรายงานให้สาธารณชนทราบต่อไป</p>
<p style="text-align: justify;">นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยเมื่อปี พ.ศ.2475 ประเทศไทยใช้รัฐธรรมนูญมาแล้ว 17 ฉบับ รวมถึงฉบับปัจจุบันที่ผ่านการลงประชามติจาประชาชนเมื่อปี พ.ศ.2550 ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีหลายมาตราไม่เป็นผระชาธิปไตย และมีการดำเนินการเพื่อที่จะแก้ไขตลอดมา</p>
<p style="text-align: justify;">อันที่จริงแล้ว ปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญรวมทั้งกฎหมายทั้งหลายนั้น ไม่ได้อยู่ที่ตัวบทกำหมาย หากแต่อยู่ที่ความคิด พฤติกรรมและการกระทำของคนไทยเป็นสำคัญ รัฐธรรมนูญที่ยอมรับกันว่าดีที่สุดฉบับหนึ่งคือรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2540 ที่ผ่านกระบวนการร่างและจัดทำโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย แต่เมื่อบังคับใช้แล้วก็ยังเกิดปัญหาอันเนื่องมาจากพฤติกรรมของผู้ใช้คือคนไทยเอง โดยเฉพาะฝ่ายที่มีอำนาจบังคับใช้คือรัฐบาล (เป็นตัวแทนของประชาชน) กลับทำผิดรัฐธรรมนูญเสียเอง จนเป็นเหตุให้เกิดเหตุการความวุ่นวายทางการเมืองและถูกรัฐประหารล้มล้างไปในที่สุดเมื่อเดือนกันยายน 2549 ดังที่ทราบกันดีอยู่</p>
<p style="text-align: justify;">การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ เชื่อแน่ว่า จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายของประเทศไทย เพราะตราบใดที่คนไทยยังไม่เคารพกฎหมายอย่างจริง ๆ จัง ๆ ไม่มีจิตสำนึกสาธารณะอย่างแท้จริง รวมทั้งไม่เลิกมือถือสากปากถือศีล ชอบเรียกร้องสิทธิแต่ไม่รับผิดชอบหน้าที่ แม้เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ยังชอบทำผิดกฎ นับตั้งแต่กฎจราจรขึ้นไป ทั้งคนข้ามถนนก็ไม่ข้ามทางม้าลายหรือสพานลอย (ข้ามถนนใต้สะพานลอย) ทั้งคนใช้รถก็ไม่ทำตามกฎ (ฝ่าไฟแดง,แซงไม่เลือกที่,กลับรถซ้อนคัน,ปรับและจ่ายค่าปรับการทำผิดกฎจราจรกันข้างถนน ฯลฯ) ซึ่งเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังไม่ทำกัน อย่าหวังเลยว่าเรื่องใหญ่จะเต็มใจปฏิบัติอย่างแท้จริง</p>
<p style="text-align: justify;">เรื่องเล็ก ๆ คนเล็ก ๆ ก็ชอบทำผิดกฎ เรื่องใหญ่ ๆ คนใหญ่ ๆ ก็ชอบทำผิดกติกา จึงปรากฎผลวิจัยออกมาเสมอ ๆ ว่าคนไทยยอมรับการทำผิดได้ เช่น  โกงก็ไม่เป็นไรขอให้ทำงาน ซึ่งเป็นอันตรายยิ่งนัก</p>
<p style="text-align: justify;">ดังนั้น ก่อนที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องแก้ไขที่คนก่อน ทำให้คนมีจิตสาธารณะ รักสิทธิและทำหน้าที่ จึงจะได้ผล</p>
<p style="text-align: justify;">หาไม่แล้ว จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รวมทั้งกฎหมายอื่น ๆ) ให้ดีอย่างไรก็ป่วยการ แก้ไขหรือทำใหม่อีกกี่ฉบับก็จะยังคงเหมือนเดิม.</p>
<p style="text-align: justify;">[อ่านเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญที่เขียนก่อนหน้านี้ได้ที่นี่ &gt;&gt; <a href="http://kosoltalk.com/thai-politics">คน กติกา กับปัญหารัฐธรรมนูญ</a>]</p>

	<b>เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน</b>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://kosoltalk.com/politics-conflict-of-constitution-2550" title="เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเห็นด้วยกับ สุรวิชช์ วรวรรณ (January 29, 2010)">เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเห็นด้วยกับ สุรวิชช์ วรวรรณ</a> (0)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/thai-politician" title="ส.ส., ส.ว., นักการเมืองมีมากก็เปลืองข้าวสุก (January 31, 2010)">ส.ส., ส.ว., นักการเมืองมีมากก็เปลืองข้าวสุก</a> (5)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/talk-about-thailand-politics" title="บ่นบ้าเรื่องการเมืองไทยแต่ไม่เบื่อ (March 6, 2010)">บ่นบ้าเรื่องการเมืองไทยแต่ไม่เบื่อ</a> (0)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/the-way-of-power-2" title="อำนาจวิถี ๒ : อำนาจเป็นศัตรูกับผู้ครอบครองที่ไม่ซื่อตรง (June 3, 2009)">อำนาจวิถี ๒ : อำนาจเป็นศัตรูกับผู้ครอบครองที่ไม่ซื่อตรง</a> (0)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/politics-problem" title="การเมืองเรื่องประหลาด : ไม่อยากเป็นผู้นำฝ่ายค้านแต่อยากเป็นนายกรัฐมนตรี (March 5, 2009)">การเมืองเรื่องประหลาด : ไม่อยากเป็นผู้นำฝ่ายค้านแต่อยากเป็นนายกรัฐมนตรี</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosoltalk.com/constitution-problem-in-thailand/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พี่ Goo ทำไปได้ ปีใหม่ให้ PR4 กลางปีเหลือ 2</title>
		<link>http://kosoltalk.com/google-page-rank</link>
		<comments>http://kosoltalk.com/google-page-rank#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Jun 2010 02:43:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[กถาโกศลทอล์คโม้]]></category>
		<category><![CDATA[Google Pagerank]]></category>
		<category><![CDATA[PR]]></category>
		<category><![CDATA[อินเตอร์เน็ต บล็อกและเว็บ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kosoltalk.com/?p=2108</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อปีใหม่ 2553 Kosoltalk.com ได้รับของขวัญปีใหม่จากคุณพี่ Google คือได้รับ PR4 จึงตื่นเต้นเป็นอันมาก ครึ้มอกครึ้มใจอยู่ว่า บล็อกเรานี้คงมีคุณภาพไม่น้อย คุณพี่กูจึงให้คะแนนมากปานนั้น ทั้งยังนึกไม่ออกว่าจะเอาคะแนนที่ได้ไปทำอะไรดี
พอมาถึงกลางปีเดือนมิถุนายนนี้ พี่กูปรับ PRลงมาเหลือ 2 แหม ทำไปได้ ยังไม่ได้ใช้คะแนนที่ได้มาตอนต้นปีไปใช้งานเลย พี่ท่านยึดคืนไปตั้ง 2 คะแนนเลย
นี่แหละน้อพระท่านว่า มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ มีมากก็หมดได้ มีน้อยก็เพิ่มได้ ไม่มีอะไรแน่นอน
สงสัยว่า ด้วยความขี้เกียจที่ไม่ค่อยเขียนบล็อก แถมที่เขียนมาก็ไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอัน พี่กูเลยเตือนให้ขยันได้แล้วด้วยลด PR ลงไปซะครึ่งหนึ่ง
ไม่มีอะไรมากหรอกครับ แค่เขียนเล่นเป็นบันทึกไว้เท่านั้น ไม่ได้จริงจังอะไร เพราะนอกจากเอาไว้คุยเล่นโก้ ๆ แล้ว ก็ไม่รู้ว่าเอา PR ไปใช้อะไรได้บ้างกับบล็อกจิปาถะเช่นนี้
แต่ก็หวังไว้ว่า ปีใหม่ปีหน้า 2554 พี่กูจะคืนคะแนน 2 คะแนนที่ยึดไปคืนมา แถมให้อีก 1 เป็น PR5 เป็นของขวัญปี 54
ฝันไว้ไกลเลยที่นี้ ฮา.

	เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน
	
	Content is King น่าจะจริงดังที่เขาว่ามา (4)
	เราได้อะไรจากกรณี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อปีใหม่ 2553 Kosoltalk.com ได้รับของขวัญปีใหม่จากคุณพี่ Google คือได้รับ PR4 จึงตื่นเต้นเป็นอันมาก ครึ้มอกครึ้มใจอยู่ว่า บล็อกเรานี้คงมีคุณภาพไม่น้อย คุณพี่กูจึงให้คะแนนมากปานนั้น ทั้งยังนึกไม่ออกว่าจะเอาคะแนนที่ได้ไปทำอะไรดี</p>
<p>พอมาถึงกลางปีเดือนมิถุนายนนี้ พี่กูปรับ PRลงมาเหลือ 2 แหม ทำไปได้ ยังไม่ได้ใช้คะแนนที่ได้มาตอนต้นปีไปใช้งานเลย พี่ท่านยึดคืนไปตั้ง 2 คะแนนเลย</p>
<p>นี่แหละน้อพระท่านว่า มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ มีมากก็หมดได้ มีน้อยก็เพิ่มได้ ไม่มีอะไรแน่นอน</p>
<p>สงสัยว่า ด้วยความขี้เกียจที่ไม่ค่อยเขียนบล็อก แถมที่เขียนมาก็ไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอัน พี่กูเลยเตือนให้ขยันได้แล้วด้วยลด PR ลงไปซะครึ่งหนึ่ง</p>
<p>ไม่มีอะไรมากหรอกครับ แค่เขียนเล่นเป็นบันทึกไว้เท่านั้น ไม่ได้จริงจังอะไร เพราะนอกจากเอาไว้คุยเล่นโก้ ๆ แล้ว ก็ไม่รู้ว่าเอา PR ไปใช้อะไรได้บ้างกับบล็อกจิปาถะเช่นนี้</p>
<p>แต่ก็หวังไว้ว่า ปีใหม่ปีหน้า 2554 พี่กูจะคืนคะแนน 2 คะแนนที่ยึดไปคืนมา แถมให้อีก 1 เป็น PR5 เป็นของขวัญปี 54</p>
<p>ฝันไว้ไกลเลยที่นี้ ฮา.</p>

	<b>เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน</b>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://kosoltalk.com/content-is-king" title="Content is King น่าจะจริงดังที่เขาว่ามา (January 25, 2010)">Content is King น่าจะจริงดังที่เขาว่ามา</a> (4)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/when-the-god-blogger-met-the-most-lazy-blogger" title="When The God Blogger Met The Most Lazy Blogger (January 20, 2010)">When The God Blogger Met The Most Lazy Blogger</a> (1)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/kapook" title="เราได้อะไรจากกรณี xxx.kapook.com (March 28, 2008)">เราได้อะไรจากกรณี xxx.kapook.com</a> (4)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosoltalk.com/google-page-rank/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เหตุผลที่ผมเลือก สข. จากพรรคประชาธิปัตย์</title>
		<link>http://kosoltalk.com/bangkok-election-vote</link>
		<comments>http://kosoltalk.com/bangkok-election-vote#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 Jun 2010 06:24:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง สข.]]></category>
		<category><![CDATA[พรรคประชาธิปัตย์]]></category>
		<category><![CDATA[พรรคเพื่อไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kosoltalk.com/?p=2105</guid>
		<description><![CDATA[ผมในฐานะพลเมืองของกรุงเทพฯ (เกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี) และพลเมืองของประเทศไทย ได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งทุกครั้ง ทำหน้าที่เลือกตัวแทนในทุกระดับ ล่าสุดคือเมื่อวานนี้ (6 มิถุนายน 2553) ได้ทำหน้าที่เลือกตั้งสมาชิกสภาเขต (สข.) บึงกุ่มตั้งแต่ช่วงเช้า
ผมเลือกพรรคประชาธิปัตย์ โดยที่ผมไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคนี้หรือพรรคไหน และโดยไม่มีใครมาจัดตั้งหรือชี้นำผม แต่ผมเลือกโดยใช้สติปัญญาของตนอย่างอิสระ และทำเช่นนี้มาทุกครั้ง

ปกติแล้วผมออกจะไม่ชอบพรรคประชาธิปัตย์ด้วยซ้ำ เพราะผมเห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ชอบเล่นการเมืองแบบอีแอบ คือในยามหน้าสิ่วหน้าขวานมักจะเงียบ เมื่อผ่านไปแล้วก็ออกมาแสดงตนเป็นฝ่ายเทพแบบเนียน ๆ แต่ผมชอบพรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพราะเป็นฝ่ายค้าน &#8220;มืออาชีพ&#8221; ทำหน้าที่ด้วยหลักการสมกับเป็นเจ้าหลักการ  แต่พอเป็นรัฐบาลทีไร หลักการมักจะเป็นหลักกูเอาดื้อ ๆ จนกองเชียร์กลับตัวแทบจะไม่ทัน
เหตุที่ผมเลือก สข. พรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ เพราะมีแข่งกันเพียง 2 พรรค คือพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย อันเป็นพรรคที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผมจึงเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เลือกพรรคเพื่อไทย
ผมเห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อประชาชนไทย ดูได้จาก ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร ที่ไม่มีผลงานอะไรที่บ่งบอกว่า ทำหน้าที่ตัวแทนปวงชนชาวไทย หากแต่ปรากฎชัดแจ้งว่าทำหน้าที่เพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยก็พอจะยอมรับได้ แต่ตอนนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมในฐานะพลเมืองของกรุงเทพฯ (เกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี) และพลเมืองของประเทศไทย ได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งทุกครั้ง ทำหน้าที่เลือกตัวแทนในทุกระดับ ล่าสุดคือเมื่อวานนี้ (6 มิถุนายน 2553) ได้ทำหน้าที่เลือกตั้งสมาชิกสภาเขต (สข.) บึงกุ่มตั้งแต่ช่วงเช้า</p>
<p>ผมเลือกพรรคประชาธิปัตย์ โดยที่ผมไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคนี้หรือพรรคไหน และโดยไม่มีใครมาจัดตั้งหรือชี้นำผม แต่ผมเลือกโดยใช้สติปัญญาของตนอย่างอิสระ และทำเช่นนี้มาทุกครั้ง<br />
<span id="more-2105"></span><br />
ปกติแล้วผมออกจะไม่ชอบพรรคประชาธิปัตย์ด้วยซ้ำ เพราะผมเห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ชอบเล่นการเมืองแบบอีแอบ คือในยามหน้าสิ่วหน้าขวานมักจะเงียบ เมื่อผ่านไปแล้วก็ออกมาแสดงตนเป็นฝ่ายเทพแบบเนียน ๆ แต่ผมชอบพรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพราะเป็นฝ่ายค้าน &#8220;มืออาชีพ&#8221; ทำหน้าที่ด้วยหลักการสมกับเป็นเจ้าหลักการ  แต่พอเป็นรัฐบาลทีไร หลักการมักจะเป็นหลักกูเอาดื้อ ๆ จนกองเชียร์กลับตัวแทบจะไม่ทัน</p>
<p>เหตุที่ผมเลือก สข. พรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ เพราะมีแข่งกันเพียง 2 พรรค คือพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย อันเป็นพรรคที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผมจึงเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เลือกพรรคเพื่อไทย</p>
<p>ผมเห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อประชาชนไทย ดูได้จาก ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร ที่ไม่มีผลงานอะไรที่บ่งบอกว่า ทำหน้าที่ตัวแทนปวงชนชาวไทย หากแต่ปรากฎชัดแจ้งว่าทำหน้าที่เพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยก็พอจะยอมรับได้ แต่ตอนนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดแล้ว ทั้งประกาศตนว่าเป็นพลเมืองของประเทศอื่น ดังนั้น การที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยทำหน้าที่เพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงเป็นการทำนอกเหนือหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทย เมื่อ ส.ส.เป็นเช่นนั้นแล้ว ผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะเลือก สข. จากพรรคเพื่อไทย เพราะเข้าไปเป็น สข. แล้วก็ไม่มั่นใจว่าจะทำหน้าที่เพื่อชาวบึงกุ่มจริง ๆ หรือไม่</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ แม้ผมจะไม่ค่อยชอบพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็เลือก สข. จากพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเมื่อเทียบกันแล้วเห็นชัดเจนว่านักการเมืองจากพรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่ของตัวแทนปวงชนชาวไทยอย่างเต็มที่ หากมีพรรคการเมืองอื่นที่ทำงานการเมืองเช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ ผมก็อาจเลือกพรรคอื่นแทนพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นได้</p>
<p>หากมีการเลือก ตั้ง ส.ส. เมื่อใด ผมก็จะเลือก ส.ส. ด้วยหลักการเดียวกันนี้</p>
<p>ตอนนี้ พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลและเป็นผู้บริการ กทม. แม้ผมจะไม่ชอบพรรคประชาธิปัตย์แต่ก็ไม่ถึงกับไม่ไว้วางใจ  แม้พรรคนี้จะเป็นฝ่ายค้านมืออาชีพในความคิดของผม แต่เป็นรัฐบาลก็ยังดีกว่าให้พรรคเพื่อไทยเป็น เป็นผู้บริการ กทม. ก็ยังดีกว่าให้พรรคเพื่อไทยเป็น  ผมเชื่อว่า ในพรรคประชาธิปัตย์มีคนดีมากกว่าคนไม่ดี  ถ้าพรรคใดมีคนดีมากว่าที่พรรคประชาธิปัตย์มี ผมก็จะเลือกพรรคนั้น</p>
<p>แต่วันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ทำได้ดีกว่าพรรคอื่น ก็ต้องยกให้โดยไม่เกี่ยวกับเรื่องมีหัวหน้ารูปหล่อแต่อย่างใด</p>
<p>สวัสดี.</p>

	<b>เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน</b>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://kosoltalk.com/the-way-of-power-3" title="อำนาจวิถี ๓ ทางขึ้นสู่อำนาจ (June 4, 2009)">อำนาจวิถี ๓ ทางขึ้นสู่อำนาจ</a> (0)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/reforming-thailand" title="ว่าด้วยการปฏิรูป (July 1, 2010)">ว่าด้วยการปฏิรูป</a> (0)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/thai-politician" title="ส.ส., ส.ว., นักการเมืองมีมากก็เปลืองข้าวสุก (January 31, 2010)">ส.ส., ส.ว., นักการเมืองมีมากก็เปลืองข้าวสุก</a> (5)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4" title="ห้ามญาติ (July 14, 2008)">ห้ามญาติ</a> (0)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/no-report-to-the-prime-minister" title="เรื่องที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ยังไม่ได้รับรายงาน (August 18, 2009)">เรื่องที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ยังไม่ได้รับรายงาน</a> (4)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosoltalk.com/bangkok-election-vote/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คำเตือน : กงล้อประวัติศาสตร์มักหมุนกลับมาทับตีนประชาชน</title>
		<link>http://kosoltalk.com/people-in-politics-conflict-situation</link>
		<comments>http://kosoltalk.com/people-in-politics-conflict-situation#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 02:49:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[การเมืองไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ความขัดแย้งทางการเมือ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์การเมือง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kosoltalk.com/?p=2102</guid>
		<description><![CDATA[ประวัติศาสตร์การเมืองนับตั้งโบราณมาจนถึงปัจจุบัน คือการแย่งชิงอำนาจกันระหว่างผู้นำ ไม่ว่าจะในยุคผู้นำที่ขึ้นสู่อำนาจด้วยการสู้รบ โค่นล้ม ยึดครองอำนาจจากผู้อื่น หรือผู้นำที่มาโดยวิถีการเลือกตั้ง ที่เรียกกันว่าประชาธิปไตย

การแย่งชิงอำนาจกัน ระหว่างผู้นำทางการเมือง เมื่อไม่มีใครแพ้ใครชนะและไม่มีใครยอมใคร  ก็จะนำไปสู่ความขัดแย้งที่ต้องใช้กำลังห้ำหั่นกันในหลากหลายรูปแบบ  โดยใช้ประชาชนเป็นข้ออ้างสร้างความชอบธรรมแก่ตนเอง  และประชาชนทั้งหลายก็จะถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งของผู้นำทางการเมืองทั้งโย รู้ตัวและไม่รู้ตัว 
เมื่อประชาชนทั้งที่บริสุทธิ์ิ์และที่เป็นเครื่องมือของคู่ขัดแย้งและเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยตายไปสักจำนวนหนึ่ง  ผู้นำทางการเมืองที่แย่งชิงอำนาจกัน ก็จะหาทางเจรจาเพื่อตกลงผลประโยชน์  เมื่อตกลงได้ก็เลิกราและจบลงด้วยการไม่เอาผิดกันผ่านกลไกลรัฐสภา  กงล้อประวัติศาสตร์มักจะทับรอยเดิมเช่นนี้  คือหมุนกลับมาทับตีนประชาชนเหมือนเดิม
กงล้อประวัติศาสตร์อันเลวร้ายได้หมุนกลับมาทับตีนประชาชนไทยไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 บัดนี้ ประชาชนไทยต้องคิดแล้วว่า  ทำอย่างไรกงล้อประวัติศาสตร์อันเลวร้ายจึงจะไม่หมุนกลับมาทับตีนตัวเองอีกในอนาคต. 

	เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน
	
	เรื่องที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ยังไม่ได้รับรายงาน (4)
	อนาคตของประเทศในมือคนหนุ่มที่แวดล้อมด้วยคนแก่ (0)
	การเมืองเรื่องประหลาด : ไม่อยากเป็นผู้นำฝ่ายค้านแต่อยากเป็นนายกรัฐมนตรี (0)
	บ่นบ้าเรื่องการเมืองไทยแต่ไม่เบื่อ (0)
	คนอื่นขึ้นจากหล่มแต่เรายังจมอยู่ในหล่มที่ขุดเอง (0)


]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="text-align: justify;">ประวัติศาสตร์การเมืองนับตั้งโบราณมาจนถึงปัจจุบัน คือการแย่งชิงอำนาจกันระหว่างผู้นำ ไม่ว่าจะในยุคผู้นำที่ขึ้นสู่อำนาจด้วยการสู้รบ โค่นล้ม ยึดครองอำนาจจากผู้อื่น หรือผู้นำที่มาโดยวิถีการเลือกตั้ง ที่เรียกกันว่าประชาธิปไตย</div>
<div style="text-align: justify;"></div>
<div style="text-align: justify;"><span style="font-size: x-small;">การแย่งชิงอำนาจกัน ระหว่างผู้นำทางการเมือง เมื่อไม่มีใครแพ้ใครชนะและไม่มีใครยอมใคร  ก็จะนำไปสู่ความขัดแย้งที่ต้องใช้กำลังห้ำหั่นกันในหลากหลายรูปแบบ  โดยใช้ประชาชนเป็นข้ออ้างสร้างความชอบธรรมแก่ตนเอง  และประชาชนทั้งหลายก็จะถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งของผู้นำทางการเมืองทั้งโย รู้ตัวและไม่รู้ตัว </span></p>
<p><span style="font-size: x-small;">เมื่อประชาชนทั้งที่บริสุทธิ์ิ์และที่เป็นเครื่องมือของคู่ขัดแย้งและเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยตายไปสักจำนวนหนึ่ง  ผู้นำทางการเมืองที่แย่งชิงอำนาจกัน ก็จะหาทางเจรจาเพื่อตกลงผลประโยชน์  เมื่อตกลงได้ก็เลิกราและจบลงด้วยการไม่เอาผิดกันผ่านกลไกลรัฐสภา  กงล้อประวัติศาสตร์มักจะทับรอยเดิมเช่นนี้  คือหมุนกลับมาทับตีนประชาชนเหมือนเดิม</p>
<p>กงล้อประวัติศาสตร์อันเลวร้ายได้หมุนกลับมาทับตีนประชาชนไทยไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 บัดนี้ ประชาชนไทยต้องคิดแล้วว่า  ทำอย่างไรกงล้อประวัติศาสตร์อันเลวร้ายจึงจะไม่หมุนกลับมาทับตีนตัวเองอีกในอนาคต. </span></div>

	<b>เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน</b>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://kosoltalk.com/honesty-of-politicial" title="เสียสัตย์เพื่อทำสิ่งที่สำคัญได้จริงหรือ (May 28, 2009)">เสียสัตย์เพื่อทำสิ่งที่สำคัญได้จริงหรือ</a> (0)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4" title="ห้ามญาติ (July 14, 2008)">ห้ามญาติ</a> (0)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/the-king-we-love" title="เลือกสีของพระเจ้าอยู่หัว (August 29, 2009)">เลือกสีของพระเจ้าอยู่หัว</a> (1)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/the-way-of-power-1" title="อำนาจวิถี ๑ : ศึกษาเพื่อเป็นบทเรียน (March 19, 2009)">อำนาจวิถี ๑ : ศึกษาเพื่อเป็นบทเรียน</a> (0)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/how-to-rule-thailand" title="ปกครองประเทศไทยแบบใดดี (February 3, 2010)">ปกครองประเทศไทยแบบใดดี</a> (2)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosoltalk.com/people-in-politics-conflict-situation/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขอแสดงความเสียใจและไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต</title>
		<link>http://kosoltalk.com/stop</link>
		<comments>http://kosoltalk.com/stop#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 15 May 2010 15:36:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[กถาโกศลทอล์คโม้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kosoltalk.com/?p=2094</guid>
		<description><![CDATA[ขอแสดงความเสียใจแก่ผู้บาดเจ็บและขอไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต ทุกคนจากเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศของเรานี้
.
ขอจงใช้เป็น อุทาหรณ์เตือนใจแก่พวกเราในอนาคตว่า ความขัดแย้งนั้นหากแก้ไขไม่ได้ก็จะนำไปสู่ความรุนแรง
.
ไม่ว่าฝ่ายใด ถูก ฝ่ายใดผิด หากเกิดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินขึ้นก็หาใช่สิ่งที่ดีงามไม่
.
ขอเรียกร้องให้แกนนำ นปช. และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ก็ขอเรียกร้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ด้วย รวมทั้งนักการเมืองพรรคเพื่อไทย ขอได้ดำเนินการยกเลิกการชุมนุมที่ผิดกฎหมายนี้ เพื่อให้ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมและผู้บริสุทธิ์ได้พ้นไปจากความเดือดร้อน
.
ขอความกรุณาเจ้าหน้ารัฐผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน โปรดได้ใช้ความระมัดระวังให้มากที่สุด ในการรักษาทั้งชีวิตของท่านและประชาชนผู้บริสุทธิ์เต็มกำลังความสามารถของ ท่าน ขอให้เกิดความสูญเสียแก่ชีวิตให้น้อยที่สุด
.
ขอร้องนักสิทธิ มนุษยชนทั้งหลาย นักสันติวิธีทั้งมวล นักวิชาการทั้งปวง  ได้ใช้ปัญญาพิจารณาอย่างรอบคอบ ก่อนที่ท่านจะแสดง ความเห็น ประนาม และกล่าวโทษฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ทั้งนี้เพื่อ ประโยชน์แก่คนหมู่มาก เพื่อสิทธิของคนทุกกลุ่ม และเพื่อรักษาระเบียบ กฎเกณฑ์และกฎหมายบ้านเมือง
.
ท้ายที่สุด พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ใครทำกรรมใดไว้ เมื่อวาระกรรมมาถึง ไม่ว่ากรรมดีหรือชั่ว ย่อมได้รับกรรมนั้นสนองโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ จงเชื่อกฎของกรรมจะได้ไม่ทำชั่วเพิ่มขึ้น
.
เมตตาคุณัง อรหังเมตตา.
.
โกศล อนุสิม
15 พฤษภาคม 2553

	เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน
	
	ขออภัยครับ ยังไม่มีเรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน
	

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขอแสดงความเสียใจแก่ผู้บาดเจ็บและขอไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต ทุกคนจากเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศของเรานี้<br />
<span style="color: #ffffff;">.</span><br />
ขอจงใช้เป็น อุทาหรณ์เตือนใจแก่พวกเราในอนาคตว่า ความขัดแย้งนั้นหากแก้ไขไม่ได้ก็จะนำไปสู่ความรุนแรง<br />
<span style="color: #ffffff;">.</span><br />
ไม่ว่าฝ่ายใด ถูก ฝ่ายใดผิด หากเกิดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินขึ้นก็หาใช่สิ่งที่ดีงามไม่<br />
<span style="color: #ffffff;">.</span><br />
ขอเรียกร้องให้แกนนำ นปช. และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ก็ขอเรียกร้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ด้วย รวมทั้งนักการเมืองพรรคเพื่อไทย ขอได้ดำเนินการยกเลิกการชุมนุมที่ผิดกฎหมายนี้ เพื่อให้ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมและผู้บริสุทธิ์ได้พ้นไปจากความเดือดร้อน<br />
<span style="color: #ffffff;">.</span><br />
ขอความกรุณาเจ้าหน้ารัฐผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน โปรดได้ใช้ความระมัดระวังให้มากที่สุด ในการรักษาทั้งชีวิตของท่านและประชาชนผู้บริสุทธิ์เต็มกำลังความสามารถของ ท่าน ขอให้เกิดความสูญเสียแก่ชีวิตให้น้อยที่สุด<br />
<span style="color: #ffffff;">.</span><br />
ขอร้องนักสิทธิ มนุษยชนทั้งหลาย นักสันติวิธีทั้งมวล นักวิชาการทั้งปวง  ได้ใช้ปัญญาพิจารณาอย่างรอบคอบ ก่อนที่ท่านจะแสดง ความเห็น ประนาม และกล่าวโทษฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ทั้งนี้เพื่อ ประโยชน์แก่คนหมู่มาก เพื่อสิทธิของคนทุกกลุ่ม และเพื่อรักษาระเบียบ กฎเกณฑ์และกฎหมายบ้านเมือง<br />
<span style="color: #ffffff;">.</span><br />
ท้ายที่สุด พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ใครทำกรรมใดไว้ เมื่อวาระกรรมมาถึง ไม่ว่ากรรมดีหรือชั่ว ย่อมได้รับกรรมนั้นสนองโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ จงเชื่อกฎของกรรมจะได้ไม่ทำชั่วเพิ่มขึ้น<br />
<span style="color: #ffffff;">.</span><br />
เมตตาคุณัง อรหังเมตตา.<br />
<span style="color: #ffffff;">.</span><br />
โกศล อนุสิม<br />
15 พฤษภาคม 2553</p>

	<b>เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน</b>
	<ul class="st-related-posts">
	<li>ขออภัยครับ ยังไม่มีเรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน</li>
	</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosoltalk.com/stop/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ยุติสภาพรัฐล้มเหลวก่อนจะถึงอนาธิปไตย  รัฐบาลและคนไทยต้องใช้สติและปัญญาให้หนัก</title>
		<link>http://kosoltalk.com/stop-the-failed-state</link>
		<comments>http://kosoltalk.com/stop-the-failed-state#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Apr 2010 04:38:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[การประท้วง]]></category>
		<category><![CDATA[ยุติความขัดแย้งทางการเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐล้มเหลว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kosoltalk.com/?p=2087</guid>
		<description><![CDATA[ 
ความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองขณะนี้  กล่าวได้ว่า อยู่ในสภาพที่ใกล้สิ่งที่เรียกว่ารัฐล้มเหลว ( failed state) เข้าไปทุกทีแล้ว  เห็นได้จาการที่รัฐไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเต็มที่ มีการก่อการร้าย ก่อความวุ่นวาย ประท้วงโดยใช้ความรุนแรง ปิดกั้นเสรีภาพของผู้อื่น  แม้กระทั่งการปิดล้อม บังคับ เจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งตำรวจและทหาร มิให้เดินทางเคลื่อนย้ายกำลังไปที่ใด  ของกลุ่มผู้ประท้วงที่อยู่ฝ่ายตรงกันข้ามรัฐบาล
สภาพเช่นนี้หากดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุด  จาการประท้วงทางการเมืองที่ใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย มาเป็นการก่อความวุ่นวายโดยละเมิดกฎหมาย หากรัฐไม่สามารถที่จะใช้กฎหมายบังคับเพื่อให้ยุติการละเมิดกฎหมายของฝูงชนได้  ย่อมหมายความว่า  อำนาจของรัฐไม่มีอยู่อยู่จริง  แม้ตัวตนของรัฐอันได้แก่รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐจะมีอยู่ก็ตาม
 เมื่อเป็นเช่นนี้ ประชาชนอีกฝ่ายหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยและได้รับผลกระทบจากผู้ประท้วง  ดังที่เกิดขึ้นไม่น้อยในขณะนี้  เมื่อเห็นว่าไม่สามารถที่จะพึ่งรัฐได้แล้ว ก็มีโอกาสที่จะหาหนทางปกป้องตนเอง  ซึ่งจะกลายเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างประชาชนสองฝ่าย  ต่างฝ่ายต่างใช้กำลังเข้าหักหาญกัน อันเป็นสภาพอนาธิปไตยนั่นเอง
ก่อนที่เหตุการณ์จะพัฒนาไปถึงจุดนั้น  จำเป็นที่จะต้องหาทางยุติปัญหาตั้งแต่เดียวนี้  โดยรัฐต้องกล้าหาญที่จะบังคับใช้กฎหมายตามสภาพความเป็นจริง  ใครทำผิดกฎหมายก็ดำเนินการอย่างเหมาะสม ไม่ว่าฝ่ายใดกระทำผิด เพื่อจำกัดวงของความวุ่นวายมิให้ขยายขอบเขตไปมากว่านี้  หากรัฐซึ่งในที่นี้คือรัฐบาลมีความเข้มแข็ง  ตรงไปตรงมา  กล้าที่จะกระทำการและรับผิดชอบไม่ว่าผลจะออกมาเช่นใด  ย่อมจะสามารถยุติหรือจำกัดความวุ่นวายมิให้ขยายวงและเพิ่มความรุนแรงได้
ประชาชนไทยควรจะใช้สติและปัญญาในการแก้ไขปัญหา  การแสดงออกทางการเมืองไม่ควรที่จะใช้ความรุนแรงใด ๆ ทั้งด้านคำพูด สื่อ และการกระทำใด ๆ   แม้ฝ่ายอื่นจะกระทำการโดยใช้ความรุนแรง หากฝ่ายที่ไม่เห็นไม่ตอบตอบโต้ด้วยความรุนแรง แสดงออกด้วยสติปัญญา อหิงสา สันติอย่างแท้จริง  เชื่อแน่ว่าจะเป็นตัวอย่างให้แก่คนอื่น ๆ ได้ร่วมแรงร่วมใจกันมากขึ้น  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong> </strong></p>
<p>ความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองขณะนี้  กล่าวได้ว่า อยู่ในสภาพที่ใกล้สิ่งที่เรียกว่ารัฐล้มเหลว ( failed state) เข้าไปทุกทีแล้ว  เห็นได้จาการที่รัฐไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเต็มที่ มีการก่อการร้าย ก่อความวุ่นวาย ประท้วงโดยใช้ความรุนแรง ปิดกั้นเสรีภาพของผู้อื่น  แม้กระทั่งการปิดล้อม บังคับ เจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งตำรวจและทหาร มิให้เดินทางเคลื่อนย้ายกำลังไปที่ใด  ของกลุ่มผู้ประท้วงที่อยู่ฝ่ายตรงกันข้ามรัฐบาล</p>
<p>สภาพเช่นนี้หากดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุด  จาการประท้วงทางการเมืองที่ใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย มาเป็นการก่อความวุ่นวายโดยละเมิดกฎหมาย หากรัฐไม่สามารถที่จะใช้กฎหมายบังคับเพื่อให้ยุติการละเมิดกฎหมายของฝูงชนได้  ย่อมหมายความว่า  อำนาจของรัฐไม่มีอยู่อยู่จริง  แม้ตัวตนของรัฐอันได้แก่รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐจะมีอยู่ก็ตาม</p>
<p><span id="more-2087"></span> เมื่อเป็นเช่นนี้ ประชาชนอีกฝ่ายหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยและได้รับผลกระทบจากผู้ประท้วง  ดังที่เกิดขึ้นไม่น้อยในขณะนี้  เมื่อเห็นว่าไม่สามารถที่จะพึ่งรัฐได้แล้ว ก็มีโอกาสที่จะหาหนทางปกป้องตนเอง  ซึ่งจะกลายเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างประชาชนสองฝ่าย  ต่างฝ่ายต่างใช้กำลังเข้าหักหาญกัน อันเป็นสภาพอนาธิปไตยนั่นเอง</p>
<p>ก่อนที่เหตุการณ์จะพัฒนาไปถึงจุดนั้น  จำเป็นที่จะต้องหาทางยุติปัญหาตั้งแต่เดียวนี้  โดยรัฐต้องกล้าหาญที่จะบังคับใช้กฎหมายตามสภาพความเป็นจริง  ใครทำผิดกฎหมายก็ดำเนินการอย่างเหมาะสม ไม่ว่าฝ่ายใดกระทำผิด เพื่อจำกัดวงของความวุ่นวายมิให้ขยายขอบเขตไปมากว่านี้  หากรัฐซึ่งในที่นี้คือรัฐบาลมีความเข้มแข็ง  ตรงไปตรงมา  กล้าที่จะกระทำการและรับผิดชอบไม่ว่าผลจะออกมาเช่นใด  ย่อมจะสามารถยุติหรือจำกัดความวุ่นวายมิให้ขยายวงและเพิ่มความรุนแรงได้</p>
<p>ประชาชนไทยควรจะใช้สติและปัญญาในการแก้ไขปัญหา  การแสดงออกทางการเมืองไม่ควรที่จะใช้ความรุนแรงใด ๆ ทั้งด้านคำพูด สื่อ และการกระทำใด ๆ   แม้ฝ่ายอื่นจะกระทำการโดยใช้ความรุนแรง หากฝ่ายที่ไม่เห็นไม่ตอบตอบโต้ด้วยความรุนแรง แสดงออกด้วยสติปัญญา อหิงสา สันติอย่างแท้จริง  เชื่อแน่ว่าจะเป็นตัวอย่างให้แก่คนอื่น ๆ ได้ร่วมแรงร่วมใจกันมากขึ้น  ส่วนผู้ที่ใช้ความรุนแรง กระทำผิดกฎหมาย ก็ปล่อยให้รัฐดำเนินการไปตามกระบวนการของกฎหมาย แม้อาจจะช้าไปบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าการลุกขึ้นมาจัดการกันเองด้วยวิธีการละเมิดกฎหมาย ซึ่งมีแต่จะเพิ่มความวุ่นวายกลายเป็นสภาพอนาธิปไตยในที่สุด ซึ่งไม่เกิดผลดีแก่ใคร</p>
<p>ข้อเสนอนี้อาจมีคนจำนวนไม่น้อยไม่เห็นด้วย เหตุเพราะเห็นอีกฝ่ายหนึ่งใช้ความรุนแรงแต่ฝ่ายเดียว จึงต้องการให้รัฐจัดการอย่างเด็ดขาด  หากคิดอย่างผิวเผินก็คล้ายจะเป็นวิธีการที่ดีรวบรัดชัดเจนในการนำความสงบสุขคืนสู่สังคม แต่เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว การกระทำเช่นนั้น ไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่า จะเกิดความสงบสุขอย่างแท้จริงตามต้องการ</p>
<p>ที่สำคัญ  รัฐคือรัฐบาล จะต้องแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสามารถให้ความคุ้มครองแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ด้วยความเสมอภาค ใช้สติปัญญาและมีความซื่อสัตย์จริงใจในการปฏิบัติหน้าที่แล้ว หากมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการใด ๆในการยุติปัญหา หลังจากนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเชื่อแน่ว่าประชาชนจะสนับสนุนและปกป้องรัฐบาลเช่นกัน</p>
<p><strong>โกศล อนุสิม</strong><br />
๒๖ เมษายน ๒๕๕๓</p>

	<b>เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน</b>
	<ul class="st-related-posts">
	<li><a href="http://kosoltalk.com/constitution-problem-in-thailand" title="รัฐธรรมนูญ จะแก้อีกกี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม (June 17, 2010)">รัฐธรรมนูญ จะแก้อีกกี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม</a> (3)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/how-to-rule-thailand" title="ปกครองประเทศไทยแบบใดดี (February 3, 2010)">ปกครองประเทศไทยแบบใดดี</a> (2)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/people-in-politics-conflict-situation" title="คำเตือน : กงล้อประวัติศาสตร์มักหมุนกลับมาทับตีนประชาชน (June 1, 2010)">คำเตือน : กงล้อประวัติศาสตร์มักหมุนกลับมาทับตีนประชาชน</a> (0)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/what-is-thailand-reform" title="ปฏิรูปประเทศไทย ปฏิรูปอะไร ใครจะปฏิรูป (June 20, 2010)">ปฏิรูปประเทศไทย ปฏิรูปอะไร ใครจะปฏิรูป</a> (6)</li>
	<li><a href="http://kosoltalk.com/future-of-country-in-young-leader-hand" title="อนาคตของประเทศในมือคนหนุ่มที่แวดล้อมด้วยคนแก่ (January 21, 2009)">อนาคตของประเทศในมือคนหนุ่มที่แวดล้อมด้วยคนแก่</a> (0)</li>
</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosoltalk.com/stop-the-failed-state/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สแปมคอมเมนต์แนวเฉียดสร้างสรรค์ หลอกเราเกือบสำเร็จ</title>
		<link>http://kosoltalk.com/spam-comment</link>
		<comments>http://kosoltalk.com/spam-comment#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Apr 2010 03:31:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โกศล อนุสิม</dc:creator>
				<category><![CDATA[อินเตอร์เน็ต บล็อกและเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[คอมเมนต์สแปม]]></category>
		<category><![CDATA[อินเตอร์เน็ต บล็อก และเว็บ]]></category>
		<category><![CDATA[แปมคอมเมนต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kosoltalk.com/?p=2084</guid>
		<description><![CDATA[ปัญหาสแปมคอมเมนต์ของคงสร้างความปวดหัวแก่ผู้ทำบล็อกทุกท่านนะครับ แม้ว่าจะมีโปรแกรมป้องกันสแปมออกมามากมาย แต่พวกสแปมเมอรืก็เก่งเหลือหลาย หาวิธีการส่งมารบกวนได้ไม่หยุด ยิ่งป้องกันเท่าไร ก็พัฒนาวิธีการขึ้นมาเท่านั้น
หากคิดว่าเป็นสิ่งรบกวนก็น่ารำคาญ แต่คิดอีกมุมมว่า เป็นเรื่องท้าทายความสามารถ ความขยันของเรา ก็สนุกนะครับ กับการสู้รบตบมือสแปมคอมเมนต์นี้

หลังจากที่หายไปพักหนึ่ง ด้วยอานุภาพของโปรแกรมกรองมสแปม Akismet ของ WP กับ Captcha Code ปรากฏว่าในระยะราว ๆ 1 เดือนมาแล้ว ผมเจอสแปมรูปแบบใหม่ ขอเรียกว่า &#8220;แนวเฉียดสร้างสรรค์&#8221; ก็แล้วกัน
นั่นคือ สแปมเมอร์เขาคัดลอกข้อความจากเนื้อหาในบล้อกมาใส่ไว้ในคอมเมนต์ ดูเผิน ๆก็เป็นข้อความที่ดี มีประโยชน์  แต่พออ่านละเอียดแล้วกลับกลายเป็นว่า เป็นข้อความจากเนื้อหาที่เราเขียนบ้าง จากคอมเมนต์ของผู้อ่านบ้าง แรก ๆก็ไม่ได้เอะใจ แต่พอซ้ำกันเลยตรวจสอบดู ดังที่ยกมาให้เห็นเป็นตัวอย่างในรูปนั่นแหละครับ
เกือบหลอกเราสำเร็จเสียแล้วซี  หรือจะถือว่าหลอกสำเร็จแล้วก็ได้ เพราะหลงให้ผ่านไปหลายข้อความกว่าจะจับได้
พวกที่ทำแบบนี้สังเกตุดูแล้วคงต้องการแบ็คลิงก์เพราะใส่ URL ของบล็อกไว้ทุกคอมเมนต์ ดูแล้วก็สงสัยอยู่ว่าจะต้องการไปทำอะไร ไม่เห็นจะมีประโยชน์โภชน์ผลอันใด เพราะเนื้อหาของบล็อกเราไม่เกี่ยวกับบล้อกมันซะหน่อย  หลาย ๆ ลิงก์เป็นลิงก์ของบล็อกเปล่าเสียด้วยซ้ำ
อย่างว่าแหละ คนที่คิดชั่ว ๆมันก็คิดชั่ว ๆ อยู่ตลอดศก  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ปัญหาสแปมคอมเมนต์ของคงสร้างความปวดหัวแก่ผู้ทำบล็อกทุกท่านนะครับ แม้ว่าจะมีโปรแกรมป้องกันสแปมออกมามากมาย แต่พวกสแปมเมอรืก็เก่งเหลือหลาย หาวิธีการส่งมารบกวนได้ไม่หยุด ยิ่งป้องกันเท่าไร ก็พัฒนาวิธีการขึ้นมาเท่านั้น</p>
<p>หากคิดว่าเป็นสิ่งรบกวนก็น่ารำคาญ แต่คิดอีกมุมมว่า เป็นเรื่องท้าทายความสามารถ ความขยันของเรา ก็สนุกนะครับ กับการสู้รบตบมือสแปมคอมเมนต์นี้<br />
<span id="more-2084"></span><br />
<img class="alignleft size-medium wp-image-2085" style="border: 0pt none; margin: 10px;" title="spamcomment" src="http://kosoltalk.com/wp-content/uploads/2010/04/spamcomment-292x300.jpg" alt="spamcomment" width="292" height="300" />หลังจากที่หายไปพักหนึ่ง ด้วยอานุภาพของโปรแกรมกรองมสแปม Akismet ของ WP กับ Captcha Code ปรากฏว่าในระยะราว ๆ 1 เดือนมาแล้ว ผมเจอสแปมรูปแบบใหม่ ขอเรียกว่า &#8220;แนวเฉียดสร้างสรรค์&#8221; ก็แล้วกัน</p>
<p>นั่นคือ สแปมเมอร์เขาคัดลอกข้อความจากเนื้อหาในบล้อกมาใส่ไว้ในคอมเมนต์ ดูเผิน ๆก็เป็นข้อความที่ดี มีประโยชน์  แต่พออ่านละเอียดแล้วกลับกลายเป็นว่า เป็นข้อความจากเนื้อหาที่เราเขียนบ้าง จากคอมเมนต์ของผู้อ่านบ้าง แรก ๆก็ไม่ได้เอะใจ แต่พอซ้ำกันเลยตรวจสอบดู ดังที่ยกมาให้เห็นเป็นตัวอย่างในรูปนั่นแหละครับ</p>
<p>เกือบหลอกเราสำเร็จเสียแล้วซี  หรือจะถือว่าหลอกสำเร็จแล้วก็ได้ เพราะหลงให้ผ่านไปหลายข้อความกว่าจะจับได้</p>
<p>พวกที่ทำแบบนี้สังเกตุดูแล้วคงต้องการแบ็คลิงก์เพราะใส่ URL ของบล็อกไว้ทุกคอมเมนต์ ดูแล้วก็สงสัยอยู่ว่าจะต้องการไปทำอะไร ไม่เห็นจะมีประโยชน์โภชน์ผลอันใด เพราะเนื้อหาของบล็อกเราไม่เกี่ยวกับบล้อกมันซะหน่อย  หลาย ๆ ลิงก์เป็นลิงก์ของบล็อกเปล่าเสียด้วยซ้ำ</p>
<p>อย่างว่าแหละ คนที่คิดชั่ว ๆมันก็คิดชั่ว ๆ อยู่ตลอดศก  แก้ไขไม่ได้ เราก็หาทางป้องกันเอาเองก็แล้วกันน้อ</p>
<p>อยากได้โปรแกรม Captcha ที่เป็นอักษรไทยเหมือนที่เว็บไซต์ <a href="http://www.gotoknow.com">Gotoknow.com</a> พวกฝรั่งที่ทำสแปมมันจะได้งงเป็นไก่ตาแตก เพราะมันไม่มีแป้นพิมพดีดอักษารไทย <a href="http://xirbit.com">ท่านลิงกินผัก</a> เคยคุยเรื่องนี้ เขียนโปรแกรมมั่งสิท่าน จะขอใช้ด้วยบ้าง แฮ่ ๆ</p>

	<b>เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน</b>
	<ul class="st-related-posts">
	<li>ขออภัยครับ ยังไม่มีเรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน</li>
	</ul>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kosoltalk.com/spam-comment/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
