ระวังสื่อดิจิตอล รุกเงียบ ละเมิดและครอบงำ
เคยเขียนมาก่อนหน้านี้ว่า วันที่ 18 กันยายนนี้ นิตยสารบันเทิงของอเมริกา คือ Entertainment Weekly จะเปิดศักราชของการตลาดยุคใหม่ โดยใช้นวัตกรรมจอทีวีขนาดบางเฉียบเพียง 2.7 มิลลิเมตรติดไว้ในนิตยสาร พอคนเปิดหน้านั้นขึ้นมาก็จะเห็นโฆษณาเคลื่อนไหวเหมือนดูทีวี ซึ่งเป็นโฆษณาละครซิตคอมของสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส (CBS) และโฆษณาเป๊บซี่แม็กซ์ นับว่าเป็นการเปิดมิติใหม่ของการโฆษณาเลยทีเดียว
สำหรับเจ้าของโฆษณาและผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ นิตยสาร Entertainment Weekly สถานีโทรทัศน์ซีบีเอส และบริษัทเป็บซี รวมทั้งผู้เป็นเจ้าของนวัตกรรมจอทีวีบางจิ๋ว คือบริษัทอเมริชิป ก็ต้องดีใจเป็นที่สุดที่เป็นผู้บุกเบิกการโฆษณาแบบใหม่นี้ อันหมายถึงได้รับทั้งชื่อเสียงและผลประโยชน์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีคืออเมริชิปนั้น เชื่อแน่ว่า เมื่อการโฆษณาแบบนี้เป็นที่นิยมมากขึ้น ย่อมจะได้รับผลประโยชน์มากมายในการขายเทคโนโลยีให้แก่เจ้าของสินค้าที่ต้องการโฆษณาแบบนี้บ้าง
สื่อดิจิตอล (หรือ ดิจิทัล) นับวันแต่จะได้รับการพัฒนาให้ใช้งานได้ง่ายสะดวกสบายและเข้าถึงผู้รับได้มากขึ้น ปัจจุบันจะเห็นได้ทั่วไป เช่น จอโฆษณาขนาดใหญ่โตตามสี่แยกต่างๆ และตามอาคารของบริษัทใหญ่ๆที่เข้ามาแทนที่ป้ายหรือคัทเอาท์ โทรศัพท์มือถือก็เป็นช่องทางหลักอย่างหนึ่งที่ใช้งานกับสื่อดิจิตอล มีเนื้อหามากมายที่ส่งผ่านโทรศัพท์มือถือสู่ผู้ใช้บริการ ทั้งโดยสมัครใจรับข่าวสารและโดยการยัดเยียดของให้บริการ แม้กระทั่งตู้เอทีเอ็มก็กลายเป็นช่องทางสื่อสารของเจ้าของสินค้า โฆษณาสินค้าและบริการของตนอย่างกว้างขวาง ทั้งหลายทั้งปวงนี้คือการสื่อสารผ่านสื่อดิจิตอล
มองในแง่การตอบสนองความต้องการของคน สื่อดิจิตอลนับว่าสร้างความสะดวกสบาย รวดเร็ว ทันใจ ให้แก่ผู้ใช้งาน ยกตัวอย่างโทรศัพท์มือถือที่ต่ออินเตอร์เน็ตได้ ที่เรียกสมาร์ทโฟน (Smart Phone) บ้าง ทัชโฟน (Touch Phone) บ้าง ซึ่งใช้งานได้ทั้งในฐานะเครื่องโทรศัพท์และเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋ว สามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ต รับส่งข้อมูลได้แทบจะไม่ต่างคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือคอมพิวเตอร์โน้ตบุค นอกจากจะเป็นเครื่องมือในการรับและส่งข้อมูลข่าวสารแล้ว ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือผลิตข่าวสารแบบง่ายๆได้อีกด้วย นั่นคือ ถ่ายภาพนิ่งและเคลื่อนไหว ที่เรียกว่าคลิปวิดีโอ และบันทึกเสียงที่เรียกว่าคลิปเสียงหรือทำทั้งสองอย่างพร้อมๆกันได้
ความสะดวกสบายของผู้ใช้งานทำให้ผู้ให้บริการที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยี สามารถใช้สื่อดิจิตอลแสวงหาผลประโยชน์ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด นักการตลาดจึงอาศัยสื่อดิจิตอล เป็นเครื่องมือในการนำเสนอข้อความโฆษณารูปแบบต่างๆที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้งในระดับกว้างและเจาะจงกลุ่มได้มากขึ้น
สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ สื่อดิจิตอลตอบสนองความต้องการของทั้งผู้รับสื่อและใช้สื่อได้สะดวกสบายขึ้น จนอาจจะทำให้เกิดการละเมิดความเป็นส่วนตัวและอาจลุกลามไปถึงสิทธิส่วนบุคคลได้ ตัวอย่างเช่น การส่งข้อความสั้น หรือเอสเอ็มเอสโฆษณาสินค้าและบริการต่างๆไปถึงผู้ใช้โทรศัพท์ โดยที่ไม่ได้ขอรับบริการ สร้างความรำคาญและเสียเวลาเป็นอย่างมาก หรือการส่งข้อความไปถึงกลุ่มผู้รับข่าวสารที่สมัครใจรับข่าวสารอย่างใดอย่างหนึ่ง ในลักษณะตอกย้ำซ้ำไปซ้ำมาจนอาจทำให้เกิดการครอบงำขึ้นได้ รวมไปถึงการใช้เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข้อความ ภาพและเสียงที่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและผิดกฎหมาย เช่น คลิปภาพและเสียง ดังที่ปรากฏอยู่เสมอๆ แม้แต่นายกรัฐมนตรีก็ยังตกเป็นเหยื่อของการใช้สื่อดิจิตอลในทางที่ผิด โดยมีผู้ไม่ประสงค์ดีตัดต่อคลิปเสียงเผยแพร่ ดังที่เป็นข่าวเมื่อไม่นานมานี้
ความจริงนั้น เครื่องมือทุกชนิดล้วนมีข้อดีและข้อเสีย มีทั้งประโยชน์และโทษ ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าจะใช้ไปในทางใด ดังเช่นมีดแกะสลัก เมื่ออยู่ในมือช่างย่อมเป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์งานศิลปะอันงดงาม แต่ถ้าหากอยู่ในมือคนไม่ดีก็กลายเป็นอาวุธในการทำร้ายผู้อื่นได้ สื่อดิจิตอลก็เช่นกัน หากผู้ใช้งานขาดความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น ไม่มีคุณธรรมและจริยธรรม ก็เป็นเครื่องมือสร้างความเสียหายได้
ที่สำคัญ การใช้งานสื่อดิจิตอล โดยเฉพาะผู้รับสารนั้น จะต้องมีวิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร แม้จะสะดวกสบายแต่ก็ควรจะใช้ปัญญาในการพิจารณาว่าข้อมูลข่าวสารที่ได้รับนั้นมีประโยชน์มากน้อยเพียงใด หากทำได้ก็จะรอดพ้นจากการถูกครอบงำและละเมิดความเป็นส่วนตัว รวมถึงสิทธิส่วนตนได้
หากเชื่อไปทั้งหมด ก็อาจจะตกเป็นเหยื่อของลัทธิบริโภคเกินความเป็นที่เผยแพร่โดยนักการตลาดทั้งหลายที่รุกเงียบผ่านสื่อดิจิตอล จนอาจจะถูกละเมิดและถูกครอบงำโดยไม่รู้ตัว.
โกศล อนุสิม
11 กันยายน 2552




Leave a Reply