Cyber War : สงครามโลกเสมือนสะเทือนโลกจริง

บริษัทแมคาฟีอิงค์ ผู้เป็นเจ้าของระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นบริษัทอเมริกัน เจ้าของผลิตภัณฑ์แมคาฟีแอนตี้ไวรัสที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์คงรู้จักกันดี ได้ออกข่าวเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2552 ว่า ณ บัดนี้โลกกำลังแข่งขันสะสมอาวุธชนิดใหม่ นั่นคือ “อาวุธไซเบอร์” เพื่อเอาไว้ใช้โจมตีและรับมือกับการถูกโจมตีจากประเทศคู่แข่ง ซึ่งประเทศที่มีอาวุธไซเบอร์ที่ก้าวหน้ากว่าคนอื่นๆก็คือ ได้แก่ จีน ฝรั่งเศส อิสราเอล รัสเซีย และสหรัฐฯ คงเรียกได้ว่าเป็นมหาอำนาจอาวุธไซเบอร์ในโลกเสมือนนั่นเอง

พิจารณาดูให้ดี ประเทศในรายชื่อข้างบนนั้น มีความเกี่ยวข้องกันในเรื่องอาวุธในโลกความจริงอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือ เป็นประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครองทั้งสิ้น 4 ประเทศใหญ่คือ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย และสหรัฐฯ ต่างก็เป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์ซึ่งพอจะประเมินได้ว่า แต่ละประเทศมีหัวรบนิวเคลียร์อยู่ประมาณเท่าใด แต่สำหรับอิสราเอลนั้น ข้อมูลเรื่องนี้ยังมืดมนในการรับรู้ของชาวโลก

อาวุธไซเบอร์ที่ว่านั้น เป็นเครื่องที่เตรียมไว้ใช้ก่อการร้ายทำลายเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในกิจการต่างๆของชาติอื่น ความร้ายแรงของการสร้างอาวุธไซเบอร์จะนำไปสู่สงครามเย็นในโลกไซเบอร์ (cyber cold war) ว่ากันถึงขนาดนั้น

คนที่อายุสัก 40 ปีขึ้นไป คงจดจำได้ว่า ยุคสงครามเย็นที่ผ่านมานั้น โลกอยู่ในสภาพอกสั่นขวัญแขวนมากเพียงใด การเผชิญหน้ากันของสองฝ่ายคือฝ่ายคอมมิวนิสต์ที่นำโดยอดีตสหภาพโซเวียต (มีจีนเป็นพันธมิตรในช่วงต้น แล้วแตกคอกันภายหลัง) กับ ฝ่ายเสรีนิยมที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำ โดยมีประเทศในยุโรป เช่น เยอรมันตะวันตก อังกฤษ ฝรั่งเศส ฯลฯ เป็นสมาชิก นั้นน่ากลัวขนาดไหน โลกต้องผจญกับสงครามย่อยๆแทบทุกภูมิภาค กับทั้งยังหวาดผวาว่าจะเกิดสงครามนิวเคลียร์ ซึ่งหวุดหวิดจะเกิดขึ้นจริงๆในวิกฤตการณ์คิวบาสมัยประธานาธิบดีจอห์น เอฟ.เคเนดี้ของสหรัฐอเมริกาและประธานาธิปดีนิกิตาร์ ครุสชอฟ ของสหภาพโซเวียต

มาถึงตอนนี้ คำว่าสงครามเย็นโลกไซเบอร์ คนที่มีประสบการณ์กับสงครามเย็นในโลกจริงๆในอดีต ก็คงจะกังวลอยู่บ้างแหละ ผมคนหนึ่งล่ะฟังแล้วเห็นว่าน่ากังวลไม่น้อย

ลองนึกดูสิครับ ถ้าเกิดว่ามีประเทศไหน หรือใครสักคนที่มีเงินหนาๆแล้วหมั่นไส้ประเทศไทย ใช้อาวุธลับและอาวุธเถื่อนคุณภาพสูงของโลกไซเบอร์โจมตีระบบคอมพิวเตอร์ของชาติเรา ทั้งระบบไฟฟ้า ระบบประปา สาธารณูปโภคต่างๆ รวมไปถึงหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะด้านความมั่นคง ระบบคอมพิวเตอร์เดี้ยงลงทันใด ตลาดหลักทรัพย์ก็ซื้อขายไม่ได้ แถมข้อมูลก็หายเกลี้ยง ถูกระเบิดนิวเคลียร์ไซเบอร์จนหายวับ คิดดูสิว่าจะสูญเสียขนาดไหน

นึกไปนึกมาก็นึกถึงหนังเรื่องคนเหล็กอีกจนได้ ถ้าหากเกิดว่าอาวุธไซเบอร์ที่ว่านั้นเกิดมีความคิดขึ้นมา หรือเกิดข้อผิดพลาดบานปลาย กลายเป็นจุดชนวนระเบิดนิวเคลียร์ โลกนี้จะเสียหายแค่ไหน บรรทัดนี้อาจจะน่ากลัวหน่อย แต่ก็มีโอกาสจะเกิดขึ้นเหมือนกัน เพราะคนนั้นสุดจะหยั่งใจได้ คนบ้าที่เป็นอัจฉริยะซึ่งมีศักยภาพพอที่จะป่วนโลกไซเบอร์จนพาลทำเอาโลกจริงเสียหายไปด้วยก็น่าจะมีอยู่ไม่น้อย

อย่าง 5 ประเทศที่ข่าวบอกว่าเป็นหัวหอกในการพัฒนาอาวุธไซเบอร์ที่ยกมาไว้ข้างต้นนั้น ก็ล้วนแต่มีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง นับปริมาณรวมกันแล้วสามารถทำลายโลกได้เป็นร้อยๆครั้ง เกิดมีมือดีที่อยากจะลองของ เจาะเข้าระบบคอมพิวเตอร์สั่งปล่อยอาวุธเข้าให้ แล้วจะเป็นอย่างไรกันหนอมนุษย์

เรื่องที่ผมเขียนมานั้นอาจจะเป็นหนังหรือนิยายไปหน่อย ก็ช่างมันเถอะ คิดเฉพาะเรื่องการจู่โจมทำลายระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานสำคัญๆของชาติที่ตกเป็นเหยื่อ หากไม่สามารถป้องกันได้ ความเสียหายก็มีมากอักโขแล้วล่ะครับ

เขียนมาถึงตรงนี้ก็ให้เป็นห่วงประเทศเราเหมือนกัน ขนาดกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ ซึ่งมีหน้าที่บริหารจัดการเรื่องนี้แท้ๆ เว็บไซต์ถูกโจมตีจนผ่านมาหลายปีแล้วยังจับผู้กระทำผิดไม่ได้เลย ทั้งที่ตอนเกิดเหตุรัฐมนตรีในขณะนั้นบอกว่าจะจับได้ภายใน 7 วัน

เกิดใครบางคนที่โกรธประเทศไทย ร่วมมือกับบางประเทศที่มีเขตแดนติดกันซึ่งมีเรื่องกันอยู่ ใช้กองกำลังและอาวุธไซเบอร์บุกโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ของไทย กวาดเงินจากระบบธนาคารไปสัก 70,000-80,000 ล้านบาท แถมระเบิดระบบทิ้ง ทีนี้จะทำยังไง ไม่แย่หรือ

หนาวไหมครับ หนาวไหม กระทรวงไอซีทีโปรดตอบ.

….

อ่านเพิ่มเติม

: Web World Wars – สงครามโลกไซเบอร์
: การก่อการร้ายในโลกไซเบอร์


Related Posts with Thumbnails เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน
This entry was posted on Monday, November 23rd, 2009 and is filed under อินเตอร์เน็ต บล็อกและเว็บ. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

6 Responses to “Cyber War : สงครามโลกเสมือนสะเทือนโลกจริง”

  1. iDayBlog on November 23rd, 2009 at 8:33 pm

    เทคโนโลยีเหมือนดาบสองคม ระบบธนาคารต่างๆต้องผ่านการทดสอบระบบมาเป็นอย่างดี ผ่านแฮคเกอร์หรือแครกเกอร์ เพื่อชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ หรือจุดเสียที่ทางอื่นๆจะโจมตี อย่างว่าล่ะครับ เทคโนโลยี ยิ่งก้าวหน้า ยิ่งยากต่อการเข้าใจ

  2. ทรงชัย on November 27th, 2009 at 1:29 pm

    ดีในตัวชั่วด้านใน อยุ่ที่ว่าจะจัดมาแบบไหนครับพี่

  3. โกศล อนุสิม on November 27th, 2009 at 2:31 pm

    @ สวัสดีนายเดย์ ดาบสองคมจริงๆ ว่าแต่ไม่รู้จะโดนคมไหน นี่แหละน่ากลัวเนาะ

    @ สวัสดีท่านต๊ะ จัดมาแบบดีๆก็แล้วกัน แบบเลือดสาดบาดทะยักไม่รับครับ ฮาๆ

  4. โต้ง on December 3rd, 2009 at 10:37 am

    พ้มว่า..คงจะเอา 100,000 ล้าน น่ะคร้าบ.. เพราะต้องคิดดอกเบี้ยด้วย

  5. โกศล อนุสิม on December 4th, 2009 at 3:50 pm

    @ พ้มว่า อาจจะสูญหมดครับ ตามกรรมแล

  6. Terachai Chaorattana on February 7th, 2010 at 10:36 pm

    We had a lot of internet game shops, they,the player, were our cyber soldiers.Tell them to be prepare for cyber world war 1.They will save our system.

Leave a Reply

kbiztalk

ยินดีต้อนรับทุกท่าน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosoltalk.com หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

bookandwriter

xirbit

เืดือนนี้มีอะไร

หมวดหมู่สาระพัน

เสียงเพื่อนพูดคุย

เรื่องเก่าๆเอามาให้อ่าน

eXTReMe Tracker Free counter and web stats