Content is King น่าจะจริงดังที่เขาว่ามา
เรื่องการเขียนและการทำเว็บไซต์กับบล็อกนั้น ทั้งนักวิชาการและเซียนบล็อกเกอร์ทั้งหลายกล่าวตรงกันว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้บล็อกเป็นที่สนใจของทั้งบ็อตของ Search Engine และชาวบ้านนักค้นหาข้อมูลก็คือ “เนื้อหา” หรือที่ฝรั่งเรียกว่า “Content is King” เพราะทุกคนที่เข้าบล็อกและเว็บไซต์ต่าง ๆ ก็เพื่อจะอ่านเนื้อหาดี ๆ ตามหัวข้อที่ตนสนใจ
แล้วที่ว่าดีนั้นดีอย่างไร คำตอบในที่นี้ก็คือตอบสนองความอยากได้ใคร่รู้ได้มากและตรงกับความต้องการที่สุด หากไปเจอเว็บไหนที่มีเนื้อหาไม่ต้องกับที่ตนต้องการ ก็ย่อมจะไม่กลับไปอีก ดังนั้น บรรดามือมืดที่ชอบสแปม Key Word บรรดาเซียนทั้งหลายเขาจึงบอกนักบอกหนาว่าผลที่ได้ไม่ยั่งยืน

กระผมเองได้ลงมือทดสอบทดลองของเพื่อจะพิสูจน์ว่า สิ่งที่บรรดาเซียนทั้งหลายได้แถลงไว้นั้นเป็นจริงหรือไม่ หรือจำขี้ปากกันต่อ ๆ มา เช่น จอห์น โชว์ ว่าอย่างนี้คนนั้น ๆ ก็ว่าตามจอห์น โชว์ซึ่งเป็นเทพบล็อกของตน หรือ ดาเรน โรวส์ พูดว่าดีก็ว่าดีตามเป็นแถว ๆ และผลการทดสอบทดลองของตัวเองก็สรุปได้ว่า Content is King นั้นน่าจะจริงมากกว่าไม่จริง
สนามทดสอบของผมก็คือบล็อกของตัวเองนี่แหละ ทั้ง Kosoltalk.com กับ Blogologynet.com แต่จะขอยกตัวอย่างกรณีศึกษา (ว้าว! ดูเป็นวิชาการนิ ฮิ ๆ ) ของ Blogologynet.com มาดูเพียงแห่งเดียว เพราะวางเป้าหมาย ใส่คีเวิร์ด ตรงตามหลัก SEO มากกว่า (แม้จะมั่ว ๆ ก็ตามเถอะ) ส่วนโกศลทอล์คนั้นเป็นบล็อกเรื่อยเปื่อย หาความแน่นอนอันใดมิได้
Blogologynet.com ใส่ Meta Tag (ไม่รู้ว่าเรียกถูกหรือเปล่า) ว่า “Blogologynet.com : บล็อกศาสตร์และสื่อมวลชนออนไลน์,ทฤษฎีบล็อก,การเขียนบล็อก,บล็อกเกอร์,สื่อมวลชนออนไลน์,นิเทศศาสตร์ออนไลน์,สื่อสารมวลชนออนไลน์” ซึ่งเป็นคีเวิร์ดที่ตรงกับเนื้อหาที่นำเสนอในบล็อกและปรับปรุงล่าสุดจนคิดว่าลงตัวแล้ว จากนั้นก็ไม่ได้แตะต้องเปลี่ยนแปลงอีกนับได้เกือบปี
เนื้อหาที่นำมาใส่ไว้ในบล็อก แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ
1.บทความที่เขียนขึ้นสำหรับบล็อกนี้โดยเฉพาะ ทั้งจากการศึกษาค้นคว้าแล้วเขียนขึ้นมาเอง และจากการแปลบทความที่อ่านจากบล็อกต่าง ๆ อันได้แก่บล็อกของเซียนทั้งหลาย เช่น จอนห์ โชว์, ดาเรน โรว์ส, เดเนียล สก็อกโก,คริส โบรแกน เป็นต้น ซึ่งฃ้วนแต่เป็นบล็อกเกอร์ขั้นเทพ หาเงินได้ปีละนับล้านเหรียญ นั่นแล
2.บทความที่นำมาจากบล็อกอื่น ซึ่งเป็นบล็อกของผมเอง เห็นว่าเข้ากับแนวคิดของ Blogologynet.com จึงนำมาลงไว้ แต่มีจำนวนน้อย อาจประมาณ 20-30 บทความ
3.บทความของนักวิชาการ โดยขออนุญาตจากผู้เขียนอย่างถูกต้อง นำมาลงไว้เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจ ส่วนนี้มีน้อยที่สุด แต่เป็นประโยชน์ที่สุด เพราะผ่านการศึกษา วิจัย และเขียนตามหลักวิชาการ ต่างจากที่ผมเขียนเอง ส่วนมากแล้วใช้หลักวิชาเกินและหลักวิชากู คือไม่มีหลักการแล้วคะเนเอาเองนั่นแล
วิธีการทดสอบทดลองก็คือ
1.ใส่เนื้อหาไปตามปกติ ควบคู่กับทำ SEO ซึ่งก็ไม่ได้มากมายและถูกหลักแต่อย่างใด นั่นคือ ทำแบบมั่ว ๆ ด้วยนำไปใส่ไว้ตาม Book Mark ต่างๆ ส่วนมากแล้วก็มีอยู่ในปลั๊กอิน Thai Share This นั่นแหละครับ นอกเหนือจากนั้นก็ปล่อยไว้แบบแล้วแต่วาสนาและความปราณีของบ็อตจากเสริร์ชเอ็นจิ้นทั้งหลาย ทั้งเฮียกู้ อากู่ยาฮู อาตี๋บิง จะมาเก็บข้อมูลไปตามใจเขา
2. หยุดทำอะไรทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาและการทำ SEO โดยใส่เรื่องสุดท้ายเมื่อวันที่ 19 เดือนกันยายน 2552 เรื่อง 8 ข้อผิดพลาดที่บล็อกเกอร์ทำบ่อย โดยแปลมาจากบทความของ แดเนียล สก็อกโก (Daniel Scocco) สิ่งที่ทำหลังจากนั้นก็คือ เข้าไปตอบคำถาม ลบสแปม เอาAdsesnse ไปใส่บ้าง เท่านั้นเอง

ถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ใส่เนื้อเรื่องใด ๆ เพิ่มเติม นับตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2552 เป็นต้นมาก็เฝ้าดูสถิตคนเข้ามาที่บล็อกผ่านการเก็บสถิติของ extremetracking.com (เสียใจว่าเลิกให้บริการคนไทยแล้ว ไม่รู้ใครทำให้เจ็บ) ปรากฏว่ามีคนเข้ามาที่บล็อกเฉลี่ยแล้วประมาณ 20-30 คนทุกวัน ด้วยคีเวิร์ดที่เกี่ยวเนื่องกับ Meta Tag และตามที่มีในเนื้อหานั่นเอง
เมื่อเป็นดังนี้ ก็เลยโมเมสรุปเอาตามที่นักวิชาการและเซียนท่านว่า Content is king เพราะ
1.เนื้อหาดี คีเวิร์ดเด่น หลักฐานก็คือ extremetracking.com บันทึกคำค้นหาหรือคีเวิร์ดที่คนใช้ค้นหาแล้วเข้ามาที่บล็อก เป็นคีเวิร์ดที่ตรงตามเนื้อหาและที่ใส่ไว้ใน Meta Tagและตาม Tag ในเนื้อหา การใส่ แท็กดังกล่าวก็ใส่ตามความเป็นจริง ไม่ได้สแปมคีเวิร์ดแต่อย่างใด ดังนั้น บรรดาบ็อตของเสิร์ชเอ็นจิ้นต่าง ๆ เมื่อมาเจอเนื้อหาดี ไม่มีโกหกแหกตาผ่านสแปมคีเวิร์ด จึงเกิดความพอใจนำไปเก็บไว้ในฐานข้อมูล เมื่อมีคนค้นหาด้วยคีเวิร์ดที่ตรงกัน จึงตัดสินใจนำไปแสดงผลบนหน้าแรกหรือหน้าแรก ๆ เพราะคุณภาพของเนื้อดี คีเวิร์ดเด่น นำไปสู่การมาเยือนของผู้อ่านอย่างสม่ำเสมอ แม้จะไม่ได้ใส่เนื้อหาใหม่ หลายเดือนแล้ว
2.มาแล้วกลับมาอีก โดยคนที่เข้ามาดัวยการค้นหาจาก Search Engine เมื่อเข้ามาแล้วได้เนื้อหาตรงตามต้องการ จึงกลับเข้ามาใหม่อีกครั้งหรือหลายครั้ง ทำให้สถิติการเข้าบล็อกมีความสม่ำเสมอ ไม่สูงขึ้นพรวดพราดแล้วต่ำเตี้ยติดดินเพราะการแสปมคีเวิร์ด หากแต่เพิ่มขึ้นและลดลงตามธรรมชาติของการใช้งานจริง ๆ
ดังนั้นจึง ซ.ต.พ. แบบเชื่อเกินครึ่งไม่เชื่อน้อยกว่าครึ่งว่า ที่เป็นดังนี้เพราะเนื้อหาดี ตรงกับความต้องการและนำไปใช้งานได้นั่นเอง ฉะนั้น คำกล่าที่ว่า Content is King จึงน่าจะจริงนั่นเอง
ข้อเสนอแนะแก่ตัวเองก็คือ ควรจะเลิกขี้เกียจด้วยข้ออ้างเพื่อทดสอบทดลองได้แล้ว จงสร้างสรรค์เนื้อหาดี ๆ ใส่เข้าไป ทำ SEO ให้ถูกหลัก จะได้ติดอันดับดี ๆ คนที่ต้องการความรู้จะได้ค้นหาได้สะดวก เลิกขี้เกียจได้แล้ว ปีใหม่บอกตั้งใจจะขยัน ๆ ก็ทำตามที่พูดซะ ฉอด ๆๆๆๆๆ 2553 ?ฒํ ๒๑++๖๗๕฿%บลา ๆๆๆๆ$#@_+*:G g[]v เบลอ ๆๆๆๆ
รายงานการวิจัยเรื่อง Content is King ก็จบลงเท่านี้ หวังว่าผู้อ่านจะได้ประโยชน์ตามสมควรแห่งสติปัญญาของท่านและน่าจะคุ้มค่าแก่เวลาที่เสียไปจากการอ่านรายงานวิจัยนี้.









เรื่อง SEO ผมไม่ค่อยจริงจังกับมันมากมายครับ…เพียงแต่ต้องการบันทึกเรื่องราวที่ผ่านมาเก็บไว้ให้ลูกชายได้อ่านตอนดตครับผม
เนื้อหาผมว่าสำคัญจริงๆ ครับ
โดยเฉพาะบล็อกที่เขียนเองไม่ซ้ำใครนี่ index ไว อันดับดีอย่างเห็นได้ชัดครับ
ลุงโกศลพูดถึง extremetracking นึกขึ้นได้ว่ามี account แต่น่าเสียดาย…
จำชื่อ login กะ pass ไม่ได้แล้ว เสียดายครับ TT
พ่อปันปัน– ขอบคุณครับที่มาเยี่ยม ดีครับ ลูกจะได้รู้เรื่องตัวเอง ส่วนผมต้องเล่าให้ฟัง เล่าไปฮาไป สนุกดีเหมือนกัน
นายหนุ่ม — ขอบคุณครับที่มาเยือน เรื่อง Index ไวนี่ของลุงที่นี่ก็ไวเหมือนกัน ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ขึ้นแล้ว ส่วนอันดับยังหาหน้าแรกไม่ค่อยเจอ สงสัยอยูหน้าที่ร้อยเป็นส่วนมาก ฮา ๆ
แนะนำความรู้ด้านการทำseoและผู้ที่สนใจที่จะโปรโมทเว็บของคุณทางเราก็มีบริการรับทำseo
รับทำseoที่ท่านสามารถไว้ว้างใจได้และทางเรามีทีมงานที่มีประสบการ์ณในการทำseo
แนะนำเทคนิคการทำseo
http://uptoseo.blogspot.com/