คลิปเปลือย คลิปโป๊ คลิปหลุด กับการบังคับใช้กฎหมายคอมพิวเตอร์

กรณีนักร้องสองสาว โฟร์-มด ถูกแอบถ่ายคลิปวีดีโอที่ขณะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนำไปเผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ต จนตกเป็นข่าวเกรียวกราวทางสื่อต่างๆ สร้างความอับอายและความเสียแก่นักร้องสาวทั้งสอง ซึ่งถือว่ายังเป็นเยาวชนอยู่นั้น ขณะนี้ (22 กันยายน 2551) ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดคือผู้แอบถ่ายได้ รวมถึงผู้นำมาเผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ต แม้จะบอกว่ารู้ตัวคนทำหมดแล้ว แต่ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆจากทางตำรวจ ซึ่งเป็นผู้รักษากฎหมาย ดังนั้น ท้ายสุแล้วเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร ก็คงต้องติดตามกันดูต่อไป

การถ่ายคลิปวิดีโอในลักษณะการแอบถ่ายดังกล่าว ย่อมเข้าข่ายการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ทั้งยังละเมิดบทบัญญัติของกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิของบุคคล มีความผิดอย่างแน่นอน เมื่อนำคลิปวิดีโอที่ไม่เหมาะสมนั้นมาเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต ก็เข้าข่ายความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 (ประกาศใช้เมื่อ 18 มิถุนายน 2550 ราชกิจานุเบกษา เล่ม 124 ตอนที่ 27 ก) มาตรา 14 (4) ที่บัญญัติไว้ว่าผู้ใดที่ “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้” โดยกำหนดโทษไว้ ให้จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ประกอบกับมาตรา 16 บัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจาการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้น เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

บทบัญญัติที่ได้ยกมานั้น คงไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติม เพราะชัดเจนตรงไปตรงมาอยู่แล้ว ไม่ต้องตีความกันอีก ดังนั้น กรณีที่ถ่ายคลิปวิดีโอของนักร้องสองสองสาวโฟร์-มดแล้วนำมาเผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ต ผู้กระทำจึงย่อมจะมีความผิดตามมาตรา 14 (4) และมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 อย่างแน่นอน

เมื่อความผิดเกิดขึ้น นั่นคือ มีการนำภาพอันลามกสู่คอมพิวเตอร์ตามมาตรา 14 (4) จนมีคนดาวโหลดไปดูและส่งต่อกันเป็นจำนวนมาก จนปรากฏความเสียหายโดยชัดแจ้ง นั่นคือ ทำให้นักร้องสาวทั้งสองได้รับความอับอาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 16 ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของผู้รักษากฎหมาย ซึ่งด่านแรก็คือตำรวจ ที่จะต้องสืบสวน สอบสวน หาผู้กระทำผิดและจับกุมมาเข้าสู่กระบวนการไต่สวนความผิดตามกฎหมาย ซึ่งจากข่าวที่ปรากฏตามสื่อมวลชน ตำรวจก็บอกแก่สาธารณะโดยชัดเจนว่า รู้ตัวผู้กระทำผิดแล้ว

นอกจากตัวการผู้เริ่มต้น คือคนถ่ายคลิปวิดีโอและผู้นำมาเผยแพร่เป็นคนแรกแล้ว ผู้ที่ดาวโหลดไปดูแล้วส่งต่อไปให้คนอื่นๆดูด้วยนั้น ก็เข้าข่ายกระทำความผิดด้วยเช่นกัน เพราะมาตรา 14(5) บัญญัติว่าใครเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามตามมาตรา 14 (4) ก็มีความผิดเช่นเดียวกัน

ก่อนที่จะประกาศใช้นั้น พระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมกับความสภาพเป็นจริงในปัจจุบัน เพราะสร้างข้อจำกัดในการบริหารจัดการและการเผยแพร่ข้อมูลผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ให้อำนาจรัฐมากเกินไปในการกำกับควบคุมการใช้งานเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งปัจจุบันนี้มีการติดต่อสื่อสารเชื่อมโยงกันอย่างเสรี (Free Flow) ทั่วโลก แต่หากพิจารณาในมุมของผู้ออกกฎหมายคือรัฐแล้ว ย่อมอธิบายได้ว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ต้องการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่เหมาะสม และเพื่อปกป้อง คน สังคม ประเทศชาติให้พ้นจากอันตรายนั้น

การณ์ปรากฏว่า การกระทำความผิดจากการใช้งานเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ไม่เหมาะสม เกิดขึ้นทั้งก่อนและหลังการประกาศใช้กฎหมาย ซึ่งโดยส่วนมากแล้วยังไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ แม้แต่กรณีเว็บไซต์ของกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ ซึ่งเป็นผู้ผลักดันกฎหมายโดยตรง ถูกท้าทายจากแฮกเกอร์ด้วยการเจาะเข้าระบบแล้วจัดการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในหน้าแรกของเว็บไซต์ รัฐมนตรีในขณะนั้นประกาศจะจับตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ภายในเจ็ดวัน ผ่านมาจนบัดนี้ ครบหนึ่งปีแล้ว คนทำผิดในคดีดังกล่าวก็ยังลอยนวล

เหตุการณ์การละเมิด พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ที่เกิดขึ้นกับสองนักร้องสาว โฟร์-มด ที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ย่อมเป็นที่จับตามองจากสาธารณชนว่า ผู้รับผิดชอบจะสามารถนำคนผิดมาลงโทษตามบทบัญญัติของกฎหมายได้หรือไม่ หากสามารถทำได้ย่อมจะเป็นการพิสูจน์ได้อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งว่า มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างได้ผล แต่ถ้าหากเงียบหายไปเหมือนคดีเว็บไซต์ของกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ ก็แสดงว่า การบังคับใช้กฎหมายอาจล้มเหลวไม่เป็นท่า แม้มีกฎหมายแต่ก็ไม่แตกต่างจากการไม่มีกฎหมาย หากเป็นเช่นนั้นสังคมไทยและผู้รับผิดชอบจะต้องร่วมกันพิจารณาอย่างจริงจังว่า จะทำอย่างไรจึงจะทำให้กฎหมายเกิดความศักดิ์สิทธิ์ สามารถลงโทษผู้กระทำผิดได้จริง.

สำหรับใครก็ตามที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้โดยมาตามคีเวิร์ดเพื่อจะดูคลิปดังกล่าว ก็ขอบอกกล่าวไว้ ณ ที่นี้ว่า จงเลิกความคิดและพฤติกรรมเช่นนั้นเสียเถิด เพราะนอกจากจะเป็นการผิดศีลธรรมแล้วยังผิดกฎหมายอีกด้วย ดูสิ่งที่เป็นสาระแก่นสารแก่ชีวิตไม่ดีกว่าหรือ.


เรื่องในหมวดเดียวกันที่แนะนำให้อ่าน

*ข่าวสดๆ ข่าวคาวๆ ข่าวฉาวโฉ่ : ใครเป็นเหยื่อที่แท้จริง
*Forward Mail อย่า Forward มั่ว ถ้ากลัวติดคุก
*30 ปี Spam Mail 7 กลลวงในยุค Web2.0 ระวังจะตกหลุมพราง

Related Posts with Thumbnails เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน
This entry was posted on Monday, September 22nd, 2008 and is filed under สังคม ศิลปะ วัฒนธรรม และท่องเที่ยว. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

No Responses to “คลิปเปลือย คลิปโป๊ คลิปหลุด กับการบังคับใช้กฎหมายคอมพิวเตอร์”

  1. 108blog on September 22nd, 2008 at 6:06 pm

    ถ้าไม่เป็นข่าวก็คงไม่ดังถึงขนาดนี้ แค่คลิปธรรมดา อาจจะคิดว่าเป็นคนหน้าคล้ายๆ อีกไม่นานเรื่องก็จะเงียบ แต่เมื่อเป็นข่าวแล้วทำให้คนอยากรู้อยากเห็น
    จึงเป็นที่มาหา แจกจ่าย ส่งต่อ

  2. โกศล อนุสิม on September 24th, 2008 at 1:26 pm

    อาจเป็นเพราะเป้นคนดังจึงเป็นข่าว คนสนใจ ทำให้เป็นที่จับตามองถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่กรณีเช่นนี้คงเกิดขึ้นอีกมาก มากมาย ที่ไม่เป็นข่าว จึงต้องพิสูจน์กันว่า การบังคับใช้ได้ผลหรือไม่

  3. ข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวปล่อย บนโลกออนไลน์ | โกศล อนุสิม : คุยหลายเรื่องหลากรส on October 8th, 2008 at 3:26 am

    [...] : ใครเป็นเหยื่อที่แท้จริง *คลิปเปลือย คลิปโป๊ คลิปหลุด กับการบ… *เซียนไอทีเขาว่าคนจะใช้ Google Chrome [...]

  4. คลิปโป๊ดารา | โกศล อนุสิม : คุยหลายเรื่องหลากรส on October 9th, 2008 at 5:53 am

    [...] ลองอ่านดู : *คลิปเปลือย คลิปโป๊ คลิปหลุด กับการบ… *ข่าวสดๆ ข่าวคาวๆ ข่าวฉาวโฉ่ : [...]

  5. Dirty Wars Episode 1 : Attack of the Clips | โกศล อนุสิม : คุยหลายเรื่องหลากรส on November 20th, 2008 at 1:03 pm

    [...] นับจากรณีของนักร้องสองสาวโฟร์มด มาจนถึงกรณีล่าสุดคือชายหน้าเหมือนนายกรัฐมนตรีและชายหน้าเหมือนนายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นหลักฐานพิสูจน์ได้แล้วว่า การใช้คลิปเป็นเครื่องมือทำร้ายกันได้เกิดขึ้นแล้ว แม้จะพิสูจน์ได้ภายหลังว่า สิ่งที่อยู่ในคลิปนั้นไม่ใช่ความจริง (ซึ่งมีการตัดต่อเติมแต่งกันได้) แต่ความเสียหายก็เกิดขึ้นแล้วแก่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ [...]

Leave a Reply

kbiztalk

ยินดีต้อนรับทุกท่าน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosoltalk.com หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

bookandwriter

xirbit

เืดือนนี้มีอะไร

หมวดหมู่สาระพัน

เสียงเพื่อนพูดคุย

เรื่องเก่าๆเอามาให้อ่าน

eXTReMe Tracker Free counter and web stats