หนทางการพัฒนาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์

ดร.โสภณ พรโชคชัย : ในวันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม 2553 ผมไปร่วมสัมมนาเรื่อง “การขับเคลื่อนงานสังคมสงเคราะห์: ทิศทางการพัฒนาองค์ความรู้และความเป็นวิชาชีพ” ณ ห้องราชา 2 โรงแรมปรินซ์ พาเลซ มหานาค กรุงเทพมหานคร พอดีเวลาจำกัดและผมต้องรีบกลับก่อนปิดงาน จึงไม่มีโอกาสได้แสดงความเห็น และขออนุญาตแสดงความเห็นไว้ ตามนี้เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาวิชาชีพ
ในความเข้าใจของผม “นักสังคมสงเคราะห์” คือ นักแก้ปัญหาสังคม โดยการแก้นี้หมายถึงการปฏิบัติการที่รวมความถึงการวิเคราะห์ การป้องกัน การวางแผน และการพัฒนาด้วย ส่วนปัญหาสังคมนั้นหมายถึงปัญหา ทั้งต่อบุคคล กลุ่ม ชุมชนและสังคมโดยรวม ที่อาจเป็นในด้านเด็ก สตรี คนชรา ชุมชนแออัด ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการทางกายหรือจิต เป็นต้น และอาจเป็นในสถานที่ที่แตกต่างกันเช่น โรงพยาบาล คุก สถานสงเคราะห์ เป็นต้น

ขาย Kosoltalk.com ต่ำกว่าราคาประเมิน มีคนซื้อไหมครับ

Kosoltalk.com มีราคาประเมินอยู่ที่199,847.69 บาท โดยเว็บไซต์นักประเมินมูลค่าเว็บและบล็อก bizinformation.org นับว่าราคาสูงเกินความคาดหมายของเจ้าของจริงๆ ดังนั้น เมื่อเห็นราคาดีอย่างนี้จึงอยากขาย โดยขายต่ำกว่าราคาประเมิน ซึ่งจะยอมลดราคาให้เหลือเพียง 199,847 บาทถ้วน จะได้ไม่ลำบากหาเศษสตางค์ 69 สตางค์มาจ่ายให้ หรือไม่ต้องเขียนให้ลำบากบนเช็ค หรือม่ต้องใส่จุดให้ลำบากตอนโอนผ่านเอทีเอ็มหรือผ่านหน้าเน็ต

สโมสรนักเขียนภาคอีสาน ประชุมใหญ่ 17 ตุลาคม 52

นายกสโมสรนักเขียนภาคอีสาน สุมาลี สุวรรณกรส่งอีเมล์แจ้งกำหนดงานประชุมใหญ่สโมสรนักเขียนภาคอีสานประจำปี 2552 ว่าจะจัดที่จังหวัดขอนแก่นเหมือนเดิม ปีนี้ไม่ได้จัดที่ในตัวเมืองขอนแก่น แต่ไปจัดที่โรงเรียนซับสมบูรณ์พิทยาลัย อ.โคกโพธิ์ชัย วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม โดยตั้งชื่องานไว้ว่า “ 20 ปี สโมสรนักเขียนภาคอีสาน ย่างสู่ปีที่ 60 ของสมคิด สิงสง”

ธรรมะสอนซีเอสอาร์

เมื่อราว 10 ปีก่อน กระแสธรรมาภิบาล หรือ Good Governance ไหลทะลักท่วมโลกธุรกิจทั้งไทยและเทศจนกลายเป็นลัทธิเอาอย่างเรื่องธรรมาภิบาลไปกันหมด โดยทำจริงบ้าง ทำหลอกบ้าง ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ได้แบบแท้บ้าง แบบเทียมบ้าง ก็ว่ากันไป เพราะหากไม่หยิบเอามาใส่ในองค์กรของตนก็คงกลัวจะเป็นที่รังเกียจของสังคมธรรมาภิบาล ซึ่งถึงตอนนี้ก็คงพอจะรู้แล้วว่าองค์กรใดบ้างที่มีธรรมาภิบาลจริงๆ
พ้นจากกระแสธรรมาภิบาลก็มาสู่กระแสรับผิดชอบสังคม หรือ Corporate Social Responsibility (CSR) บางที่ก็เรียกว่า Business for Social Responsibility (BSR) จะเรียกอะไรก็สุดแท้แต่ ความหมายก็คือการแสดงความรับผิดชอบแก่สังคม ด้วยการแบ่งปันกำไรมาทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะในรูปแบบต่างๆ พูดให้ง่ายเข้าก็คือ การคืนกำไรให้สังคมนั่นเอง
ปัจจุบัน CSR ดูเหมือนกลายเป็นลัทธิเอาอย่างเช่นเดียวกับ Good Governance ในอดีต นั่นคือ องค์กรน้อยใหญ่ต่างท่องคาถา CSR กันอย่างขนานใหญ่ มีโครงการร้อยแปดพันเก้าที่อ้างว่าเป็นการแสดงถึง Corporate Social Responsibility ขององค์กร ซึ่งจะจริงแท้แค่ไหนนั้นก็ไม่อาจทราบได้ และมีผู้ที่ทำได้เข้าใจแก่นแท้ของ CSR เพียงใด ข้อนี้ก็เป็นประเด็นที่น่าจะพิจารณากันด้วย
เท่าที่ผมได้อ่านเพื่อศึกษาเรื่อง CSR ที่ว่านี้ คนให้ความหมายไว้ร้อยแปดพันเก้าอย่าง [...]

IE8 Beta 2 เปิดให้แฟนคลับดาวน์โหลดทดลองใช้แล้ว

เครียดข่าวเหตุการณ์บ้านเมือง เลยหนีไปอ่าน เดอะนิวยอร์คไทม์ฉบับออนไลน์ เจอข่าวบารัคโอบามา และ สว.โจ ไบเด็น ก็เกิดอาการเบื่อข่าวการเมืองขึ้นมาทันที ดังนั้นจึงไล่ไปดูข่าวเท็คโนโลยี จ๊ะเอ๋กับข่าวไมโครซอฟท์ปล่อย IE8 รุ่น Beta 2 ออกมาให้แฟนานุแฟนทดลองใช้ เห็นว่าพี่น้องน่าจะสนใจจึงเก็บมาเล่าให้อ่านกันครับ
ข่าวเขาบอกว่า ทางไมโครซอฟท์ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดเว็บบราวเซอร์อยู่ 75 เปอร์เซ็นต์ ได้ปล่อย IE 8 Beta 1 ให้ลองใช้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ถึงตอนนี้ก็ได้เวลาปล่อยรุ่น 2 ออกมาให้ยลโฉมทดลองใช้กัน เจ้าไออี 8 รุ่นทดลองหมายเลข 2 นี้ มีคุณสมบัติดีเพิ่มเติมมากมาย ทำให้ง่ายในการใช้งาน มีความปลอดภัยสูง
ข้ามไปดูข้อมูลในหน้าดาวโหลดของ Microsoft.com บอกว่า IE 8 นี้เร็วขึ้นมากครับ ประเภทเปิดปุ๊บติดปั๊บ จะเข้าจะออกหน้าเว็บไหนก็สะดวกรวดเร็ว ทั้งยังปกป้องความเป็นส่วนตัวของเราไว้ ป้องกันพวกซอฟแวร์ตัวร้ายทั้งหลายที่ชอบแอบย่องเข้ามาล้วงคองูเห่าตอนเผลอด้วย ทั้งยังช่วยสืบเสาะหาต้นตอพวกชอบล้วงคองูเห่างูจงอางได้ง่ายขึ้น เขาว่างั้น
ขนาดของไฟล์ไม่มากไม่น้อยแค่ 15.9 MB ผมดาวโหลดมาแล้วแต่ยังไม่ได้ทดลองติดตั้งใช้งานดูเลย ใครจะเป็นหนูทดลอง…เอ๊ย ไม่ใช่ เป็นแนวหน้ากล้าตาย หัวหมู่ทะลวงฟัน ลองใช้แล้วเป็นประการใดมาบอกเล่าให้รู้บ้างก็จะเป็นพระคุณ
ถ้าใครสนใจจะทดลองใช้ก็ไปดาวโหลดได้ที่นี่ครับ [...]

อีเมล์พารวย รวยด้วยอีเมล์

เมื่อสัก 10 ปีก่อน คงจำกันได้ที่แต่ละวันมีจดหมายมาถึงหลายฉบับ  ในหลายฉบับนั้นส่วนมากเป็นจดหมายที่ไม่ต้องการรับ คือจดหมายขายของ ทั้งห้างร้านต่างๆ บัตรเครดิต บริษัทประกันชีวิตประกันสุขภาพ จดหมายขายบ้านจัดสรร คอนโดฯ รถยนต์ ขายตรง และอีกสารพัด ถ้าเก็บไว้ทุกฉบับปีหนึ่งๆคงชั่งได้เป็นกิโลฯ
ปัจจุบันนี้ ปริมาณจดหมายที่ว่านี้ไม่ได้ลดน้อยลงเลย เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นจดหมายอิเล็คโทรนิกหรืออีเมล์  ทุกคนที่มีอีเมล์คงมีจดหมายประเภทดังกล่าวนี้อยู่ทุกๆวัน วันละหลายๆฉบับ บางทีก็ฉบับเดียวส่งหลายครั้งโดยคนเดียวกันบ้างและคนอื่นๆบ้าง เนื้อความตรงกันเป๊ะ เพราะเป็นจดหมายที่มาจากเครือข่ายเดียวกัน คือบริษัทที่ทำธุรกิจทางอินเตอร์เน็ตมาเป็นอันดับหนึ่ง ประเภทชักชวนเป็นสมาชิกทำธุรกิจ ทำแล้วรวยไวทันใจ บางแห่งบอกว่าได้ถึงวันละกว่าพันเหรียญสหรัฐกันเลย
อ่านแค่หัวข้อแล้วมันหวนหอม ยั่วน้ำลาย ถ้าไม่ใช่สมองตรองก่อนก็ต้องหลงไปกับความรวยที่ว่านั้นแน่ๆ
แต่พิจารณาให้ดี มีงานอะไรง่ายและได้เงินไวบ้าง ยกเว้นลักขโมยเขาแล้วรอดคุกมาได้ ความรวยที่มาพร้อมกับจดหมายอิเล็คโทรนิกส์ก็เช่นกัน คงไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
ผมได้แล้วก็ลบทิ้ง แต่พอมาคิดอีกทีก็สงสัยว่า การใช้จดหมายแบบนี้จะยังได้ผลอยู่หรือไม่ ถ้าไม่ได้คงไม่มีการส่งมากมาย ผมจึงคิดว่า ต้องลองดูสถิติหน่อย จึงตั้งใจจะเก็บจดหมายเหล่านี้สัก 1 เดือน ว่าจะมากแค่ไหน แล้วมาแยกแยะดูว่า มีเนื้อหาอย่างไรบ้าง อาจเป็นการเริ่มต้นในการศึกษาการใช้สื่อจดหมายอีเล็คโทรนิก ทางวิชาการเลยก็ได้ (ว่าไปนั่น)
อีกเดือนหนึ่งจะมารายงานผลครับ

ผู้นำฉบับสมเด็จฯ

ทฤษฎีการบริหารจัดการของตะวันตกโดยเฉพาะฝั่งอเมริกา ให้ความสำคัญกับผู้นำเป็นอย่างมาก วิชาการจัดการสมัยใหม่ที่มีการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยดังๆ อย่างเช่น ฮาวาร์ด ซึ่งชนชั้นนำในสังคมไทยไปร่ำเรียนมาคงนับได้เรือนแสน แล้วนำความคิดทฤษฎีมาใช้ขับเคลื่อนสังคมจนปรากฏผลดังเช่นปัจจุบันนี้ นักวิชาการฝรั่งก็เขียนตำราเรื่องผู้นำออกมาขายกันเป็นว่าเล่น ขายดีจนผู้เขียนรวยไปตามๆกัน ดังมีแปลเป็นภาษาไทยวางขายอยู่เป็นจำนวนมาก ชื่อเรื่องก็ประเภทกฎเหล็กของการเป็นผู้นำ ทำนองนั้น
อันที่จริงแล้ว สังคมไทยเราก็มีแนวคิดเรื่องผู้นำอยู่เช่นกัน ผู้นำของเราในสมัยโบราณซึ่งก็พระมหากษัตริย์ก็ใช้แนวคิดเรื่องผู้นำเป็นหลักชัยในการบริหารจัดการ ที่สำคัญก็คือแนวคิดเรื่องทศพิศราชธรรมหรือธรรมของพระราชา ที่ได้รับมาอินเดีย ซึ่งพระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ก็ทรงปรับใช้ให้เหมาะสมตามยุคสมัย อีกอย่างหนึ่งก็คือธรรมะแห่งพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะหมวดธรรมพรหมวิหารสี่นั้น นับว่าเป็นสุดยอดของเครื่องมือที่ผู้นำใช้ในการบริหารจัดการสังคม

เชิญนักเขียนอีสานโสเหล่ที่ขอนแก่น 4 ก.ค. พร้อมเปิดตัวหนังสือ “สาบอีสาน”

นายกสโมสรนักเขียนภาคอีสาน สุมาลี สุวรรณกร ส่งจดหมายถึงสมาชิกและผู้สนใจแจ้งว่าจะจัดงานชุมนุมขึ้นที่ขอนแก่น ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2551 นี้  พร้อมทั้งเปิดตัวหนังสือรวมเรื่องสั้น “สาบอีสาน” ด้วย จึงขอเชิญนักเขียนภาคอีสานและเพื่อนพ้องมิตรสหาย รวมทั้งผู้สนใจ เข้าร่วมงานได้ทุกๆคน
ในงานนี้มีการตั้งวงเสวนา โดยตั้งชื่อไว้ว่า   โสเหล่ – เสวนา  ”มองสาบอีสานผ่านเมืองขอนแก่น”  ดังที่ประธานแจ้งมาตามจดหมาย และขอแจ้งต่อดังนี้…
 หลักการและเหตุผล: “สโมสรนักเขียนภาคอีสาน” ซึ่งเป็นองค์กรกิจกรรม โดยการรวมตัวกันของบรรดานักคิด นักเขียน  และนักกิจกรรม ในพื้นที่ภาคอีสานมายาวนานกว่า 25 ปี ซึ่งที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคม โดยเฉพาะการกระตุ้น และ ปลุกกระแส การรักวรรณกรรม ให้กับเด็กและเยาวชน พร้อมกับถ่ายทอดประสบการณ์เป็นผลงานออกสู่สายตานักอ่านทั่วประเทศ
นอกจากนั้นทุกๆ ปี ยังจัดกิจกรรม “ค่ายเยาวชนนักเขียนน้อย” เพื่อปลูกฝัง กระตุ้น และแนะนำให้เด็กและเยาวชน รัก และสนใจการเขียนหนังสือ พร้อมกับ สืบทอดงานด้านวรรณกรรม ทั้ง บทกวี เรื่องสั้น นวนิยาย สารคดี  และเพลง 

คำสิงห์ ศรีนอก และ “ลาวคำหอม” ผู้เป็นภูเขาวรรณกรรม

ผมรู้จักชื่อของลุงคำสิงห์ ศรีนอก หรือ “ลาวคำหอม” ตั้งแต่ยังนุ่งกางเกงขาสั้นไปโรงเรียน ผ่านการบอกเล่าของครูหมวดสังคมศึกษา โรงเรียนเดชอุดม ณ ที่ซึ่งผมเรียนมัธยมปลาย อันเป็น “ม.ศ. 5 รุ่นสุดท้าย” ของประเทศ ก่อนที่ระบบการจัดการศึกษาจะมั่วแบบไม่นิ่มดังเช่นทุกวันนี้
ครูสังคมศึกษาทั้งหมวด เป็นผู้เปิดโลกให้แก่ผม ทำให้รู้จักนักเขียนโดยการอ่านหนังสือ เน้นเฉพาะ “แนวสร้างสรรค์และเพื่อชีวิต” ทั้งระดับ ระพีพร อุชเชนี เสนีย์ เสาวพงศ์ ลาวคำหอม ไล่เรียงมาจนถึง สุชาติ สวัสดิ์ศรี (ที่ทำให้ผมมีปัญหากับ “ความเงียบ” มายาวนาน) วิทยากร เชียงกูล สมคิด สิงสง ประเสริฐ จันดำ เป็นอาทิ
ครูสังคมศึกษาแนะนำผมให้รู้จักกับผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้ทางตัวหนังสือ ก่อนที่ผมจะมารู้จักตัวจริงหลายๆท่านเมื่อเข้ามาเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัย
ผมรู้จักลุงคำสิงห์ ศรีนอก ผ่าน “ลาวคำหอม” และ “ฟ้าบ่กั้น” ประทับใจ ซาบซึ้ง ฮึกเหิม ตามประสาคนหนุ่ม ละมีส่วนในการเป็นแรงบันดาลใจให้อยากเป็นคนเขียนหนังสือ

พ่อใหญ่ปรีชา พิณทอง เสาหลักใหญ่ภูมิปัญญาอีสาน

เกิดเป็นลูกเมืองอุบลราชธานี หากไม่เขียนถึงพ่อใหญ่ปรีชา พิณทอง เสาหลักใหญ่แห่งภูมิปัญญาอีสาน ซึ่งเป็นนักปราชญ์แห่งเมืองอุบลราชธานี ก็คงไม่งามนักที่จะบอกว่าตัวเองเป็นลูกอุบลฯ
ผมเคยได้คุยกับพ่อใหญ่ปรีชา พิณทอง เมื่อหลายปีก่อน สมัยยังทำหนังสือพิมพ์ โดยไปหาพ่อใหญ่ที่บ้านเมืองอุบลฯ อันที่จริงแล้วผมก็สนิทสนมกับลูกชายของพ่อใหญ่คือ ปริญญา พิณทอง ซึ่งเป็นรุ่นน้องที่ธรรมศาสตร์ อยู่ชมรมนักศึกษาอีสานเช่นเดียวกัน เมื่อแยกย้ายกันออกจากมหาวิทยาลัยก็ยังติดต่อกันอยู่ เมื่อกลับบ้านที่นาจะหลวย ผมก็แวะไปหาปริญญาอยู่เสมอ อันเป็นมูลเหตุให้ได้ไปกราบคารวะพ่อใหญ่ปรีชาถึงเรือน
พ่อใหญ่ปรีชานั้นนับเป็นนักปราชญ์โดยแท้ ท่านเก่งทั้งด้านอักษรศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี ของอีสาน มีความเข้าใจลุ่มลึกและกว้างขวาง มีผลงานหนังสือเป็นอันมาก ทั้งประวัติศาสตร์ท้องถิ่น การชำระวรรณกรรมท้องถิ่น รวมถึงการสร้างพจนานุกรมคำอีสาน ไทย อังกฤษ อันเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่มีค่ายิ่ง พจนานุกรมของพ่อใหญ่นั้น ได้ยกวรรณกรรมอีสานมาประกอบคำอธิบายไว้ด้วย ทำให้สามารถอาศัยเค้าเงื่อนให้สืบต่อไปยังต้นเรื่องของวรรณกรรมนั้นๆ ถ้าสนใจเรื่องวรรณกรรมอีสาน หากไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ก็เปิดพจนานุกรมของพ่อใหญ่อ่านดู ก็จะรู้ข้อมูลชี้นำเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี

kbiztalk

ยินดีต้อนรับทุกท่าน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosoltalk.com หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

bookandwriter

xirbit

เืดือนนี้มีอะไร

หมวดหมู่สาระพัน

เสียงเพื่อนพูดคุย

เรื่องเก่าๆเอามาให้อ่าน

eXTReMe Tracker Free counter and web stats