หลายคนคงรู้ว่า เมื่อไม่กี่วันก่อนมีข่าวเรื่องโทรศัพท์เบอร์ลึกลับที่โทรหาใครแล้ว ถ้าคนนั้นรับจะต้องตายสถานเดียว โดยพวกที่ลืต่างก็ยืนยันกันว่ามีคนตายจริง ๆ ซึ่งเรื่องนี้มีลือกันให้แซดในเว็บบอร์ดหลายแห่ง ทั้งยังล้นทะลักออกมาอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ด้วย
ในความคิดเห็นของผมนั้น เรื่องนี้ หากเชื่อโดยไม่ใช้ปัญญา ก็เป็นเรื่องน่าเชื่อ เพราะ “เขาเล่าว่า” มีคนตายจริง ๆ ดังนั้น ถ้า “ใครไม่เชื่ออย่าลบหลู่” ไม่เช่นนั้นถ้าเจอเข้ากับตัวจะหาว่าไม่เตือน กว่าจะรู้ตัวก็อยู่ในโลงแล้ว
Written on January 22, 2010 | Posted in
คุยตามข่าว |
4 Comments
มีคนพูดกันบ่อยว่า เดียวนี้คนไทยจะใส่เสื้อสีอะไรตามใจไม่ได้แล้ว ต้องดูก่อนว่าวันนี้ใครใหญ่บนท้องถนน สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน จะได้ไม่ใส่สีที่ขัดแย้งกัน เสี่ยงต่อชีวิตไปเปล่าๆ
นี่เหมือนพูดกันเล่นๆ แต่ไม่ใช่เล่นๆ เป็นภาวะตรึงเครียดของสังคม ที่แบ่งแยกฝ่ายโดยชัดเจน และต่างก็พร้อมที่จะทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่ง
เป็นฝันร้ายของประเทศไทยและคนไทยใช่หรือไม่ ทำไมจึงเป็นเช่นนี้?
Written on August 29, 2009 | Posted in
คุยตามข่าว |
1 Comment
เป็นเรื่องแปลกไหมครับ ประเทศไทยของเรา บรรดาผู้มีอำนาจและความรับผิดชอบทั้งหลาย ต่างรอให้มีผู้บอกจึงทำหน้าที่ของตนเอง
ข้าราชการในทีนี้ ผมหมายรวมถึงข้าราชการประจำคือปลัดกระทรวงทั้งหลายลงไปและข้าราชการเมืองตั้งแต่นายกรัฐมนตรีลงไป
ที่ผมหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาก็เนื่องมาจากได้ฟังพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่พระราชทานแก่ชาวไทยเมืองวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา มีหลายเรื่องที่ทรงห่วงใยว่าจะสูญหายไป ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเป็นชาติไทย ทรงต้องการให้ช่วยกันรักษาไว้ เช่น เรื่องโขน เป็นต้น
Written on August 13, 2009 | Posted in
คุยตามข่าว |
Leave a comment
ปัจจุบันนี้มีข่าวคลิปโป๊ดารานักแสดง คนในแวดวงบันเทิงทั้งไทยและต่างประเทศ หลุดเข้าไปในโลกอินเตอร์เน็ตบ่อยมาก ในรายที่น่าเห็นใจมากคือพวกที่ถูกแอบถ่ายด้วยความไม่เต็มใจ ที่น่าเห็นใจน้อยลงก็คือก็คือพวกที่ตั้งใจถ่ายเอง เพื่อเอาไว้ดูเองหรือ หรือเพื่ออะไรก็สุดแท้แต่ โดยไม่ต้องการจะให้ใครคนอื่นดูนอกเหนือจากคนที่ตัวเองอยากให้ดู พอหลุดเข้าไปเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตแล้วก็ทำให้คนทั้งบ้านทั้งเมืองได้ดูกัน จนทำให้อับอายขายหน้าอย่างที่สุด
เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับใครก็น่าเห็นใจ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ทำกันในที่ลับ ใครๆก็ทำกันในที่ลับ ไม่ต้องการให้ใครเห็น แม้อยากเห็นของคนอื่น การที่ใครก็ตามเอาภาพลับแบบนี้ของคนอื่นมาเปิดเผย ย่อมเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิของเขา มีความผิด
แต่จะโยนโทษผู้ที่เอามาเผยแพร่ฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก (เฉพาะในกรณีที่เจ้าของภาพถ่ายเอง) เพราะไม่มีเหตุก็ไม่มีผล เหตุก็คือมีการถ่ายภาพนั้น ผลก็คือมีการเอาไปเผยแพร่ ดังนั้น ถ้าไม่มีเหตุคือการถ่ายภาพ ผลก็ไม่มี แม้จะมีใครเห็นด้วยตาแต่ก็เอามาเผยแพร่เป็นคลิปไม่ได้
เมื่อเป็นดังนี้ก็ต้องมองที่ตนเองด้วยครับ ไม่ใช่มองที่คนอื่นเพียงอย่างเดียว
ยังจำได้ไหมที่พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า ความลับไม่มีในโลก นี่เป็นความจริงแท้ที่คนเราต้องใส่ใจ ทำชั่ว ทำดี ที่ไหนก็ไม่เป็นความลับ อย่างน้อยตัวผู้ทำก็รู้อยู่แก่ใจ ถ่ายคลิปไว้คิดว่าจะเก็บงำได้มิดชิด แต่ผลก็ปรากฏเสมอมาว่าหลุดรอดออกไปให้คนอื่นได้ดูด้วย ตั้งแต่สมัยยังไม่มีกล้องโทรศัพท์มือถือ ยังไม่มีคลิปตามเว็บไซต์ต่างๆ มีแต่กล้องบันทึกวิดีโอและแผ่นซีดี ก็ยังมีการแอบเผยแพร่วิดีโอลับเช่นกัน ดังนั้น จึงพิสูจน์ได้ว่า ความลับนั้นไม่มีจริงๆ
Written on October 9, 2008 | Posted in
คุยตามข่าว |
Leave a comment
มีบางคนบอกว่า ข่าวลือคือข่าวจริงที่มาก่อนเวลา คำพูดนี้อาจจริงในบางกรณีไม่ใช่ทั้งหมด แต่ที่จริงแท้แน่นอนก็คือ ข่าวลือสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่งแน่นอน
ข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวปล่อย นับเป็นข่าวประเภทเดียวกัน ที่มีต้นตอมาจากผู้ให้ข่าวที่มีจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ข่าวประเภทนี้มักเป็นเรื่องร้ายๆมากว่าเรื่องดีๆ และตอนนี้ ข่าวลือได้ระบาดบนโลกอินเตอร์เน็ตแล้ว โดยล่าสุดผู้ที่โดนเต็มๆคือบริษัทแอปเปิลและสตีฟ จ็อบส์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ
ข่าวลือที่ว่านี้ก็คือ สตีฟ จ็อบส์ เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย ซึ่งข่าวลือดังกล่าวมีแนวโน้มให้คนเชื่อได้ง่าย เพราะสตีฟ จ็อบส์เคยเป็นโรคร้ายคือมะเร็งมาแล้ว ดังนั้น เมื่อข่าวลือแพร่สะพัดบนอินเตอร์เน็ต คนจึงเชื่อกันง่าย ส่งผลต่อราคาหุ้นของแอปเปิลในตลาดร่วงลงถึง 10 % คิดเป็นมูลค่านับพันล้านเหรียญสหรัฐ
ต้นตอข่าวลือมาจากเว็บไซต์ ireport.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์หนึ่งของ CNN สำนักข่าวชื่อดังที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี โดย ireport.com เป็นเว็บไซต์ที่เปิดรับข่าวจากนักข่าวพลเมือง (Citizen Reporter) จากทั่วโลก แต่ CNN ก็ประกาศไว้อย่างชัดแจ้งว่า ไม่รับรองความถูกต้องของข่าวที่ปรากฏในเว็บไซต์นี้ ข่าวใดที่ CNN ตรวจสอบแน่นอนแล้วจึงจะนำไปเผยแพร่ผ่าน CNN
Written on October 8, 2008 | Posted in
คุยตามข่าว |
Leave a comment
โลกกำลังบอบช้ำเพราะการกระทำของมนุษย์ โดยการทำลายธรรมชาติให้เสียสมดุล จนเกิดผลร้ายกลับมาทำลายมนุษย์ ที่เห็นชัดเจนก็คือภาวะโลกร้อน จึงต้องหาทางแก้ไขปัญหากันจ้าละหวั่น ต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้กันเมื่อเกือบสายไปเสียแล้ว มิหนำซ้ำยังทำจริงบ้างทำเอาหน้าบ้าง ทางที่จะพ้นหายนะจึงยังเป็นแค่แผนที่บนแผ่นกระดาษ
เศรษฐกิจล่มที่กำลังถล่มโลกอยู่ตอนนี้ก็เช่นกัน คราวนี้เริ่มต้นที่สหรัฐอเมริกา เกิดจากปัญหาซับไพรม์ (sub prime) หรือเรียกเป็นภาษาไทยว่าสินเชื่อด้อยคุณภาพ นั่นคือ การปล่อยกู้ในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐฯ ในประเภทต่ำกว่ามาตรฐานทั่วไปมากเกินพอดี เหตุที่เรียกสินเชื่อด้อยคุณภาพก็เพราะสินทรัพย์ที่นำมาค้ำประกันมีมูลค่าจำกว่ามาตรฐานและเครดิตของผู้กู้ก็มีต่ำกว่ามาตรฐานของผู้กู้ทั่วไป ซึ่งสถาบันการเงินที่ให้ลูกค้าด้อยคุณภาพกู้ก็เพราะอยากได้ลูกค้าเพิ่ม โดยออกตราสารหนี้ขายให้แก่ผู้ลงทุนซึ่งก็คือกองทุนต่างๆทั่วโลก เพื่อนำเงินมาปล่อยกู้ พอผู้กู้ชำระคืนไม่ได้ก็ยึดสินทรัพย์ที่ใช้ค้ำประกัน มาขายทอดตลาดเพื่อนพเงินไปคืนแก่ผู้ลงทุน ปัญหาก็คือราคาอสังหาริมทรัพย์ตกต่ำ ขายไม่ได้ราคา เงินจะเอาไม่คืนผู้ลงทุนไม่มี เกิดปัญหาเงินขาดมือกันเป็นทอดๆ จนกลายเป็นปัญหาเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อทั้งโลกอยู่ในขณะนี้
ต้นตอของปัญหาก็เกิดจากความโลภของผู้คนในระบบธุรกิจ ซึ่งก็คือมนุษย์เรานี่แหละ ไม่ว่าชาติใด สมัยใด ผมดำผมแดง ผิวดำผิวขาวผิวเหลือง ก็ล้วนแต่ประกอบไปด้วยความโลภ จึงแสวงหากำไรเกินพอดี ปัญหาจึงเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ ประเทศของเราก็เจอวิกฤติเช่นนี้มาแล้วในปี 2540 ซึ่งเกิดจาการแสวงหากำไรเกินความพอดีเช่นกัน
Written on September 29, 2008 | Posted in
คุยตามข่าว |
Leave a comment
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2551 ที่ผ่านมา นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ได้พูดในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ถึงเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยยกพระพุทธดำรัสเรื่องอริยสัจสี่ขึ้นมากล่าวอ้างสรุปความได้ว่า พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนเรื่องอริยสัจสี่ ให้ดับทุกข์ที่เหตุ มีเหตุที่ใดก็ให้ดับที่นั่น นายสมัครจึงรวบรัดเอาว่า เหตุความวุ่นวายทางการเมืองที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ทั้งเรื่องการให้ใบเหลืองใบแดง สส. ก็ดี เรื่องการมีผู้ยื่นถอดถอนรัฐมนตรีก็ดี เรื่องจะมีการเสนอยุบพรรคการเมืองก็ดี เรื่องบทบาทฝ่ายตุลาการที่เข้ามาตัดสินคดีความเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินก็ดี ล้วนเกิดจากรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น ดังนั้น จึงต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะนายสมัคร สุนทรเวช เข้าใจว่า นี่เป็นการดับที่ต้นเหตุตามพระพุทธดำรัสเรื่องอริสัจสี่ที่ตนยกขึ้นมากล่าวอ้าง
Written on July 15, 2008 | Posted in
คุยตามข่าว |
Leave a comment
พระพุทธองค์ทรงห้ามพระญาติที่จะทำสงครามกันเพราะแย่งน้ำทำนาจากแม่น้ำโหริณี เหตุเกิดจากชาวบ้านสองฝ่ายที่มีเขตแดนติดกัน แย่งกันวิดน้ำเข้านา พอทะเลาะกันก็ไปฟ้องคนที่อยู่เหนือตนขึ้นไป ว่าฝ่ายหนึ่งมาแย่งน้ำไปใช้คนเดียว คนที่สูงกว่าก็ไปฟ้องคนที่สูงกว่าเรื่อยๆ ในที่สุดก็เป็นเรื่องราวใหญ่โต กลายเป็นความขัดแย้งของสองแคว้นสองประเทศ ที่ต่างก็เป็นญาติกัน ถึงขนาดยกกองทัพจะทำศึกให้เด็ดขาด พระพุทธองค์ทรงเสด็จออกห้ามทัพทั้งสองไม่ให้รบกัน ทรงสืบสาวราวเรื่องจนได้ความจริง การเสด็จทรงห้ามทัพพระญาติไม่ให้รบกันนี้ เป็นที่มาของพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ซึ่งคนโบราณท่านสร้างไว้เพื่อเตือนสติคน
เรื่องราวของน้ำผึ้งหยดเดียวในนิทานอีสป ก็เป็นเรื่องในลักษณะเดียวกับการแย่งน้ำทำนาของพระญาติแห่งพระพุทธองค์ และเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นตลอดมา ทั้งในระดับคนต่อคน ครอบครัวต่อครอบครัว ตระกูลต่อตระกุล กลุ่มต่อกลุ่ม รัฐต่อรัฐ ประเทศต่อประเทศ ที่เกิดการล้างผลาญกันโดยเริ่มมาจากเหตุเล็กน้อย หากพุดคุยกันก็อาจจะไม่เกิดบานปลายใหญ่โต
Written on July 14, 2008 | Posted in
คุยตามข่าว |
Leave a comment
การปกครองทุกระบบในทุกประเทศ รัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดในการปกครอง รัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับ รวมถึงฉบับ พ.ศ. 2550 มีบทบัญญัติไว้ว่า กฎหมายใดที่ขัดกับรับธรรมนูญถือว่าใช้บังคับไม่ได้ อันแสดงให้เห็นถึงสถานะสูงสุดของรัฐธรรมนูญ
ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแล้ว 18 ฉบับ รวมถึงฉบับ พ.ศ.2550 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และกำลังเป็นปัญหาสร้างความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง นำโดยพรรคพลังประชาชน อันเป็นร่างทรงของพรรคไทยรักไทยเดิม ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยมีข้อรังเกียจว่า มีที่มาที่ไปไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะมีการร่างขึ้นภายใต้รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร แต่ก็ถูกคัดค้านจากฝ่ายค้านและขบวนการประชาชนในนามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่กล่าวหาว่า พรรคพลังประชาชนและรัฐบาลต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม มิใช่เพื่อประชาชน
ปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นดังกล่าว รวมถึงที่ผ่านมาตั้งแต่ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญฉบับแรกในปี พ.ศ.2475 ส่วนมากแล้ว รัฐธรรมนูญตกเป็นเหยื่อของความขัดแย้งทางการเมือง เพราะรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ ถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นประชาธิปไตย มีการทำลายหรือล้มล้างรัฐธรรมนูญอยู่เสมอ ล่าสุด รัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2540 ก็ถูกล้มล้างโดยคณะรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 และรัฐธรรมนูญ ฉบับปี พ.ศ.2550 ก็กำลังจะถูกแก้ไขอีก ในข้อหาไม่เป็นประชาธิปไตย
จากเหตุการณ์ล้มล้างและแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นมาตลอดกว่า 70 ปีของระบอบประชาธิปไตยไทย จึงทำให้เป็นที่น่าสงสัยว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นปัญหาจริงหรือไม่ กฎกติกาสูงสุดถูกทำลายและล้มล้างไปเพราะเหตุใด แม้จะมีบทบัญญัติของกฎหมายกำหนดโทษไว้สำหรับกรณีล้มล้างรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีผู้กระทำเช่นนั้นอยู่เรื่อยๆ และก็ใช้รัฐธรรมนูญนั่นแหละนิรโทษกรรมความผิดให้แก่ตัวเอง
พฤติกรรมของการล้มล้างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา [...]
Written on April 28, 2008 | Posted in
คุยตามข่าว |
Leave a comment
ผมอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจเมื่อหลายวันก่อน มีบทวิเคราะห์เกี่ยวกับแนวโน้มของตลาดการซื้อขายข้าวในอนาคตว่า สินค้าเกษตรสำหรับบริโภคโดยเฉพาะข้าวจะเป็นสินค้าที่มีความต้องการเป็นอย่างมากในอนาคต กองทุนเพื่อการเก็งกำไรขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Hedge fund มีแนวโน้มที่จะเข้ามาทำธุรกิจเก็งกำไรข้าวอย่างเป็นจริงเป็นจัง
หากอ่านข่าวนี้เพียงผิวเผินก็เป็นเพียงข่าวเศรษฐกิจธรรมดาๆเท่านั้น แต่หากอ่านอย่างพินิจพิจารณาแล้วคิดต่อไปลึกๆ ก็จะเห็นความน่ากลัวในข่าวนี้ หากบรรดา Hedge fund ทั้งหลายเข้ามาสู่ธุรกิจเก็งกำไรข้าวและสินค้าเกษตรจริงๆ
น่ากลัวเพราะอะไรครับ?
น่ากลัวก็เพราะเหตุว่า กองทุนเหล่านี้ไม่สนใจอะไร นอกจากกำไร ยิ่งได้กำไรมากเท่าใด พวกนี้ก็จะปั่นราคาของให้มากขึ้นเท่านั้น เพราะเครือข่ายทางธุรกิจการเงินของกองทุนเหล่านี้มีอยู่มากมายทั่วโลก มูลค่ารวมของ Hedge fund ทั้งหมดอาจจะมากกว่างบประมาณแผ่นดินของทุกประเทศรวมกันเสียอีก ดังนั้น การใช้อิทธิพลอำนาจเงินปั่นราคาโดยการสร้างอุปสงค์หรือ Demand เทียมให้เกิดขึ้น ทำให้สินค้าที่มีอยู่ไม่พอแก่ความต้องการ หรือ อุปทาน (Supply) ไม่พอเพียง (แบบเทียมๆ) ทำให้พวกเขาสามารถโก่งราคาได้ ทีนี้แหละครับ คนเดือดร้อนก็คือพวกเราๆท่านๆนี่แหละ
Written on April 11, 2008 | Posted in
กถาโกศลทอล์คโม้,
คุยตามข่าว |
Leave a comment