เจ้าตัวเล็กหน้าตาบ้องแบ้วที่เรียกว่าแมว ยืนเกาะลูกกรงอยู่บ้าง นอนหลับอุตุอยู่บ้าง ปากแดงอมชมพู ขนยาวปุกปุยก็มี ขนสั้นมันเรียบก็มี ดูแล้วน่ารักน่าน่าอุ้ม คนที่ต้องการลูกแมวไปเลี้ยงเห็นแล้วนึกรักในทันที ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอาตัวไหนดี ดูแล้วดูอีก มองแล้วมองอีก ขออุ้มขอจับด้วยความทะนุถนอม ชื่นชมดมหอม ปากก็ส่งเสียงแสดงความรักเจ้าลุกแมวน้อย ในที่สุดก็ตัดสินใจซื้อ นำกลับไปเลี้ยงที่บ้านด้วยใจเป็นสุข
Written on April 11, 2009 | Posted in
กถาโกศลทอล์คโม้ |
6 Comments
วันนี้ (22 มกราคม 2552) เป็นวันครบรอบ 1 ปีของ Kosoltalk.com โดยนับจาก โพสต์แรก เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2551 จนมาถึงโพสต์ที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้ก็ครบ 222 พอดิบพอดี
เลขสวย สงสัยงวดนี้จะเบิ้ลตองสอง (ฮา)
ระยะเวลาหนึ่งปีก็นับว่าไม่น้อย ถ้าเป็นเด็กเกิดใหม่ก็เดินเตาะแตะ พูดเจาะจะได้แล้ว ซึ่ง Kosoltalk.com ก็คงอยู่ประมาณนั้น
Written on January 22, 2009 | Posted in
กถาโกศลทอล์คโม้ |
Leave a comment
วันนี้คือวันที่ 16 มกราคม เป็นวันครู วันครูย่อมเป็นวันที่นักเรียนจะต้องระลึกถึงพระคุณของครูเป็นพิเศษ เป็นวันเกียรติยศแห่งครู ซึ่งเป็นผู้ให้ความรู้ คือแสงสว่างแห่งปัญญาที่เป็นเครื่องมือเลี้ยงชีวิต
พ่อแม่ให้ชีวิตของเรามา ครูคือผู้ให้ปัญญา พระคุณของครูก็รองลงมาจากพ่อแม่ปู่ย่าตายาย หรือครูคือพระคุณที่สาม ต่อจากพ่อแม่นั่นเอง
ผมเชื่อว่า ทุกคนต้องมีคุณครูในดวงใจ หรือจดจำครูได้หลายๆคน นับแต่เรียนชั้นประถมจนถึงปริญญาตรี โท เอก ทุกคนล้วนแต่มีครูและจดจำครูได้
ตัวผมเองนั้น จดจำคุณครูได้ทุกคน มากบ้างน้อยบ้างตามความใกล้ชิด มีคุณครูที่ประทับใจหลายๆท่าน ดังจะขอกล่าวรำลึกถึงท่านดังนี้
Written on January 16, 2009 | Posted in
กถาโกศลทอล์คโม้ |
3 Comments
กาลครั้งหนึ่งเมื่อใดก็ไม่ทราบได้ ธนบัตรใบละ 20 บาทกับใบละ 1,000 บาท มีโอกาสเจอกันในกระเป๋าใส่เงินใบหนึ่ง ทั้งสองจึงได้พุดคุยไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบและแลกเปลี่ยนประสบการณ์
นับแต่ถูกผลิตขึ้นแล้วเดินทางสู่โลกกว้างผ่านตู้เอทีเอ็มของธนาคาร ธนบัตรทั้งสองก็เดินทางไปตามสถานที่ต่างๆแล้วแต่คนจะพาไป เปลี่ยนเจ้าของไปมากมายจนไม่สามารถจดจำได้
Written on October 20, 2008 | Posted in
กถาโกศลทอล์คโม้ |
Leave a comment
เมื่อเช้านี้ขณะขับรถบนท้องถนน เบื่อรายการวิเคราะห์ข่าวที่มีแต่เรื่องการเมือง จึงเปลี่ยนคลื่นจากเอฟเอ็มไปฟังคลื่นเอเอ็ม บังเอิญได้ฟังรายการหนึ่งเขาคุยเรื่องโรคภัยไข้เจ็บได้น่าฟังมาก โดยเขาได้คุยเรื่องโรคมะเร็ง ที่ทุกคนได้ยินชื่อแล้วคงไม่อยากข้องแวะด้วย โดยเฉพาะในฐานะคนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง
ผมนั้นเคยมีความใกล้ชิดกับโรคมะเร็งที่สุดคือตอนที่พ่อป่วยด้วยโรคมะเร็งปอด ได้รู้ผลการตรวจก่อนพ่อ ผมกับพี่ชายสองคุยคุยกับหมอที่ตรวจพบมะเร็งที่คลินิกของหมอ ความรู้สึกแรกก็คือตกใจและใจหาย เพราะหมอบอกว่า พ่อเป็นมะเร็งเข้าระยะสุดท้ายแล้ว หนทางรักษาให้หายไม่มี จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินปี
Written on September 8, 2008 | Posted in
กถาโกศลทอล์คโม้ |
Leave a comment
วันนี้ผมรื้อกล่องใส่หนังสือและต้นฉบับเก่าๆที่เก็บไว้นานหลายปีแล้ว เจอต้นฉบับทั้งที่เป็นลายมือและพิมพ์ดีด รวมถึงที่พิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ยุคแรกๆเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ตั้งแต่รุ่น CPU 286 MHz เครื่องพิมพ์ยังเป็นแบบหัวเข็มพิมพ์ได้แค่สีดำ ต่อมาก็พัฒนาเป็นรุ่น CPU 386 เครื่องพิมพ์เลเซอร์ขาวดำยี่ห้อ HP ผมใช้จนพัง ซ่อมอีกไม่ได้แล้ว เพิ่งขายให้รถซื้อของเก่าไปในราคา 50 บาทเมื่อสองสามเดือนก่อน ราคาซื้อครั้งแรกเมื่อปี 2538 รวมภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยก็ 8,000 บาทพอดี รวมเครื่องพิมพ์กับคอมพิวเตอร์ 386 จำได้ว่าสามหมื่นกว่าบาท คอมพิวเตอร์ 386 ยังใช้ได้ แต่ไม่ได้ใช้งานแล้ว เก็บใส่กล่องไว้เป็นอนุสรณ์
อ้าว จะคุยเรื่องที่เคยแปลหนังสือขาย แต่ออกข้างทางไปไกล หันมาเข้าเรื่องดีกว่า
ผมเจอต้นฉบับเก่าๆเป็นหลักฐานในการทำงาน ว่าครั้งหนึ่งเคยแปลเรื่องขายกับเขาเหมือนกัน ที่ผมแปลนั้นเป็นเรื่องสั้นของนักเขียนฝรั่ง สมัยหนุ่มนั้นชอบอ่านหนังสือพวกนี้ครับ เริ่มต้นจากอ่านเรื่องที่คนอื่นแปลแล้วชอบ อยากรู้ว่าต้นฉบับเขาเขียนเป็นยังไง อ่านแล้วจะได้อรรถรสเหมือนอ่านฉบับแปลหรือไม่ จึงหัดอ่านต้นฉบับ ด้วยการเปิดดิกชันนารี หรือพูดสนุกๆว่าถามอาจารย์ดิ๊ค พออ่านมากๆเข้าก็อาจหาญชาญชัยแปลบ้าง แปลแล้วส่งไปตามหนังสือต่างๆ ปรากฏว่าได้พิมพ์กับเขาเหมือนกัน
Written on September 6, 2008 | Posted in
กถาโกศลทอล์คโม้ |
Leave a comment
ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของโลกเป็นไปในอัตราที่เร็วขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่มนุษย์คิดค้นและสร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกด้านต่างๆ การเคลื่อนย้ายของสิ่งต่างๆจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่งมีความเป็นอิสระ (Free Flow) มากจนอาจถึงขนาดที่เรียกว่า แทบไม่มีขีดจำกัดมาเป็นอุปสรรคในการเคลื่อนย้าย โดยอาศัยระบบการจัดการผ่านโลกออนไลน์ ที่กลายเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด ทั้งในด้านความสะดวก ความรวดเร็ว และความปลอดภัย
ประจักษ์หลักฐานของความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและอิสระนี้ ได้แก่ การเคลื่อนย้ายเงินทุนของทั้งส่วนบุคคล นิติบุคคล ทุกขนาดจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่ง จากประเทศหนึ่งไปยังประเทศหนึ่ง ตัวอย่างเช่น นักลงทุนสามารถเคลื่อนย้ายเงินลงทุนของตนจากตลาดหุ้นไทยไปยังตลาดหุ้นใดๆก็ได้ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า โดยใช้เวลาโดยใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีผ่านระบบออนไลน์ เพียงเศษเสี้ยววินาทีนี่เอง หากนักลงทุนเป็นจำนวนมหาศาลตัดสินใจถอนเงินลงทุนทั้งหมดของตนจากตลาดทุนแห่งหนึ่งไปพร้อมกัน อาจทำให้ตลาดทุนแห่งนั้นล้มครืนลงในชั่วพริบตาได้
การเปลี่ยนที่รวดเร็วและการเคลื่อนย้ายอย่างอิสระของระบบการเงินการลงทุนดังกล่าว เป็นเพียงหนึ่งในสิ่งทั้งหลายทั้งปวงของโลกปัจจุบันที่อยู่ในลักษณะเดียวกันนี้ ดังนั้น การเรียนรู้เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลง เพื่อที่จะสามารถรับมือและสร้างภูมิคุ้มกันให้เกิดขึ้นในแต่ละสังคมของแต่ประเทศ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด โดยเฉพาะสังคมที่ไม่ใช่เป็นต้นแบบของการคิดค้นเทคโนโลยีอย่างเช่นสังคมไทยนั้น จะต้องเร่งเรียนรู้การปรับตัวให้สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยตนเองและสามารถแข่งขันกับผู้อื่นในกระแสของความเปลี่ยนแปลงอันเชี่ยวกรากนี้
Written on September 6, 2008 | Posted in
กถาโกศลทอล์คโม้ |
Leave a comment
คนไทยทุกสาขาอาชีพโกอินเตอร์กันเป็นว่าเล่น ไม่ว่าจะเป็นนักเขียน อย่างเช่นท่านปองพล อดิเรกสาร ที่เขียนหนังสือภาษาอังกฤษขายดีโด่งดัง จนฮอลลีวู้ดซื้อไปทำหนังแล้วก็มี หรือดารานักร้องเป็นจำนวนมาก อาทิ หนูทาทายัง ที่ออกอัลบั้มซองฮิตหลายเพลงแล้ว ทั้งยังมีท่าเต้นกระชากใจหนุ่มอ่อนหนุ่มแก่ในเอ็มวีฮือฮามาแล้ว หรือนักร้องลูกทุ่งมากมายหลายหลากโกอินเตอร์ร้องเพลงเมืองฝรั่ง รวยกันมาหลายราย
ทีนี้ก็ถึงตาบล็อกเกอร์ไทยบ้างล่ะ เห็นหนูไนซ์คนเก่งแห่ง 7Enize.com เขียนบล็อกภาษาอังกฤษเก่งจริงๆ เป็นแรงบันดาลใจให้โกศลคนชอบโม้ เอาบล็อกภาษาไทยอันเก่าดั้งเดิมมาทำเป็นบล็อกภาษาอังกฤษ Go Inter บ้างกะให้ฝรั่งอ่าน (ถ้าเขาอ่านที่เราเขียนแล้วรู้เรื่องนะ เหอๆ) หลังจากที่ตามอ่านของฝรั่งมาจนลายตา
บล็อกนี้มีชื่อว่า Kosolanusim.com แต่ก่อนเป็นเว็บภาษาไทย เน้นเรื่องข่าวสารวรรณกรรม หนังสือนักเขียน และเป็นที่เผยแพร่ผลงานเรื่องสั้น นวนิยาย บทกวีและบทความต่างๆของผมเอง มีคนเข้าใช้ไม่น้อย อาจารย์กู้ให้ PageRank 2 แน่ะพี่น้อง
Written on September 5, 2008 | Posted in
กถาโกศลทอล์คโม้ |
Leave a comment
ผมเป็นคนไทยคนหนึ่งที่เฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เช่นเดียวกับคนไทยอีกเป็นจำนวนมาก นับตั้งแต่การชุมนุมที่สะพานมัฆวานจนถึงปัจจุบัน (29 สิงหาคม 2551) ที่ทำเนียบรัฐบาล หรือย้อนไกลไปกว่านั้นก็คือ การชุมนุมครั้งแรกเพื่อต่อต้านรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก่อนวันที่ 19 กันยายน 2549 ซึ่งผมประกาศอย่างชัดเจนว่าสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ ด้วยการลงชื่อสนับสนุนผ่านการรณรงค์ขององค์กรนักเขียนพร้อมกับเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก ดังที่เผยแพร่ตามสื่อในเวลานั้น
นับตั้งแต่การชุมนุมเพื่อต่อต้านรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นรัฐบาลตัวแทนหรือนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่พยายามดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อลบล้างความผิดของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดในขณะที่บริหารราชการแผ่นดิน แม้ผมจะไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของพันธมิตรฯในขณะนั้น ที่ดำเนินการเคลื่อนไหวเร็วเกินไป เหมือนเป็นการชวนทะเลาะ แต่ผมก็เข้าใจได้ว่า การชุมนุมนั้นเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เป็นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง ซึ่งรัฐบาลจะขัดขวางหวงห้ามไม่ได้ ตราบใดที่การชุมนุมอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น อีกทั้งการพยายามดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ.2550 ของรัฐบาลนั้น ก็ไม่มีความชอบธรรมอยู่แล้ว ผมจึงไม่ได้แสดงความเห็นคัดค้านการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตร แม้จะไม่เห็นด้วยก็ตาม
Written on August 29, 2008 | Posted in
กถาโกศลทอล์คโม้ |
Leave a comment
ตำรานรลักษณ์ทั้งจีน ไทย แขก ฝรั่ง ได้จัดประเภทคนไว้มากมายหลายหลากเป็นแนวทางในการดูคน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทั้งการทำนายทายทักดวงชะตา จนกระทั่งใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกคนเข้าทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่รู้จักกันดีในเมืองไทยก็เห็นจะเป็นตำรานรลักษณ์จีน หรือที่รู้จักกันว่าตำราดูโหงวเฮ้ง ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะสังคมไทยได้รับอิทธิพลทางชนชาติและวัฒนธรรมจากจีนเป็นหลักใหญ่มาแต่นมนาน ผ่านชาวไทยเชื้อสายจีนที่มีเป็นจำนวนมากในหมู่ประชากรไทย
ที่กล่าวมานี้เป็นตำราดูลักษณะร่างกาย อันเป็นเรื่องภายนอก แต่ตำราที่ยกมาในวันนี้ เป็นตำราขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงตรัสไว้แก่พระเจ้าปเสนทิโกศล เป็นการจัดประเภทของคนจากการกระทำ ซึ่งการกระทำจะเป็นเช่นใดนั้น ย่อมเป็นผลมาจากภายในคือความคิดและจิตใจ โดยทรงตรัสว่า บุคคลมี 4 ประเภท ดังนี้
1. พวกมืดมาแล้วมืดไป ก็คือ บุคคลที่เกิดในตระกูลต่ำ ยากจน ทุกข์เข็ญ รูปชั่วตัวดำ เมื่อเกิดมาแล้วก็ยังประพฤติไม่ดี ทำแต่ความชั่วทั้งกายวาจาใจ ตายไปย่อมจะไปสู่ทุคติ คือนรก เป็นต้น เรียกว่ามืดมาแล้วก็มืดต่อไป หรืออาจเทียบได้ว่าเป็นประเภทต้นก็คด ปลายก็งอ
2. พวกมืดมาแล้วสว่างไป คือพวกที่เกิดในตระกูลต่ำ ยากจนทุกข์เข็ญ รูปชั่วตัวดำ แต่ในชีวิตทำดี ประพฤติดีทั้งกายวาจาใจ ตายไปย่อมสู่สุคติ คือ สวรรค์ เป็นต้น เรียกว่ามืดมาแล้วสว่างไป หรืออาจเทียบได้ว่าเป็นประเภทต้นคดปลายตรง
3. พวกสว่างมาแล้วมืดไป คือพวกที่เกิดในตระกูลดี ชนชั้นสูง พวกเศรษฐี มีความสุขสบาย [...]
Written on August 21, 2008 | Posted in
กถาโกศลทอล์คโม้ |
Leave a comment