...

เศรษฐศาสตร์นอกตำราว่าด้วยเรื่องพริตตี้

ใครที่ไปชมงานเปิดตัวสินค้า  คงจะเห้นว่าทุก ๆงานจะขาดพริตตี้ไม่ได้ ไม่ว่างานจะเล็กหรือใหญ่ ย่อมต้องมีพริตตี้สวย ๆ แต่งตัวดีมีไสตล์ มองแล้วชื่นใจสบายตา  แต่มีใครคิดสักนิดไหมว่า ทำไมงานดังกล่าวต้องมีพริตตี้  แล้วพริตตี้มาทำอะไรที่ในงาน

ททท. บอกว่านักท่องเที่ยวมาไทย 16 ล้านคน – ยุคทองของ Hotel Affiliate กลับมาแล้ว

เห็นข่าวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บอกว่าปี 2553 จะมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาเที่ยวไทยถึง 15.8-16 ล้านคน คนไทยก็จะเที่ยวกันมากถึง 90 ล้านคน (แสดงว่าคนหนึ่งไปเที่ยวหลายครั้งต่อปี) ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงบรรดานักหาเงิน Hotel Affiliate ก็คงยิ้มได้เบิกบาน โดยเฉพาะเจ้าพ่อต๊ะ ทรงชัย ณ อำภัย คิดว่าเป็นอย่างไรครับกับข่าวนี้ เพราะตอนที่มีการประท้วงเมื่อปีที่แล้ว ได้ยินเสียงบ่นจากท่านต๊ะว่า ฉิกหาย แล้ว เพราะนักท่องเที่ยวเปิดตูดไปหมด เมื่อปีนี้มีข่าวดี ก็ต้องเร่งมือกันล่ะมัง มิน่าท่านต๊ะไม่ยอมโพสต์บล็อกหลายวัน สงสัยคงไปทำเสียวสร้างยอดขายให้เว็บจองโรงแรมอยู่กระมัง

ดิจิตอลมีเดียรุกสื่อสิ่งพิมพ์ เอาคลิปวิดีโอใส่ในนิตยสาร

เมื่อหลายวันก่อน อ่านข่าวใน CNET.com เจอข่าวนิตยสารอเมริกันบันเทิงชื่อ Entertainment Weekly ประกาศว่าจะใส่คลิปวิดีโอโฆษณาสินค้าในนิตยสารฉบับที่วางขายในวันที่ 18 กันยายนที่จะถึงนี้ โดยวางขายในเมืองนิวยอร์คและลอสแองเจลิส ส่วนพื้นที่อ่านๆก็เป็นฉบับธรรมดาไม่มีทีวีจอจิ๋วแต่อย่างใด
หากใครนึกภาพไม่ออก ก็ลองนึกถึงภาพยนต์เรื่องแฮรี พอร์ตเตอร์ จะมีภาพที่เราคุ้นเคยมากอย่างหนึ่งก็คือ หนังสือพิมพ์ที่บรรดาพ่อมดน้อยใหญ่ทั้งหลายอ่านนั้น จะมีภาพข่าวเป็นภาพเคลื่อนไหวในหนังสือพิมพ์ มาถึงตอนนี้ไม่มีแค่ในหนังเท่านั้น แต่จะมีของจริงให้ดูกันจะๆแล้ว
สำหรับโฆษณาที่จะปรากฏในนิตยสารนั้น เป็นโฆษณาละครซิตคอมที่ฉายทางโทรทัศน์ของสถานีซีบีเอส (CBS) และโฆษณษแป๊บซี่แม็กซ์โซดาของค่ายแป๊บซี่ โดยใช้เทคโนโลยีจอจิ๋วบางเฉียบ หน่าแค่ 2.7 มิลลิเมตรเท่านั้น มีแบตเตอร์รี่บรรจุไฟฟ้าอยู่ได้ 60-70 ชั่วโมง แถมยังชาร์ตไฟได้อีกต่างหาก สร้างสรรค์โดยบริษัทอเมริชิพ (Americhip) นับเป็นนวัตกรรมดิจิตอลที่น่าทึ่งที่สุดอย่างหนึ่ง

ต่อแต่นี้ไป สื่อดิจิตอลจะไม่ได้มีแค่ในเว็บไซต์และจอขนาดยักษ์ตามสี่แยกแล้ว เมื่อมีการพัฒนาคุณภาพดีและมีราคาถูกกว่านี้ เราคงได้เห็นหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หนังสือเล่ม ไบปลิวขายของต่างติดจอทีวีจิ๋วโฆษณากันเกร่อ เหมือนหนังสือพิมพ์ที่แฮรี่ พอร์ตเตอร์อ่าน คงไม่นานเกินรอ
………………………………..
<< ละครซิตคอมเรื่อง “The Big Bang Theory” ที่จะลงเป็นคลิปวิดีโิอในนิตยสาร ( Credit image: blogs.wsj.com)
………………………………..
ผู้บุกเบิกเป็นรายแรกคืออเมริชิพก็คงจะรวยก่อนเพื่อน ผู้ใช้บริการรายแรกอย่างซีบีเอสกับแป๊บซี่ก็คงรวยกันกันก่อนใครๆ นี่นับว่าเป็นพลังใหม่ของสื่อดิจิตอลโดยแท้
สำหรับเมืองบางกอก [...]

บทความ สมสกุล เผ่าจินดามุข : รอพบทฤษฎี Freeconomics

ใครว่าของฟรีไม่มีในโลก เพราะ คริส แอนเดอร์สัน บรรณาธิการบริหาร Wired เจ้าของหนังสือ The Longtail ที่มีเนื้อหาวิเคราะห์เจาะลึกธุรกิจยุคดิจิตอลอันโด่งดัง ได้บอกไว้ว่า ของฟรีคืออนาคตของธุรกิจ โดยเขียนหนังสือเผยแพร่แนวคิดของเขาในชื่อ Free ซึ่ง สมสกุล เผ่าจินดามุข ได้เขียนแนะนำไว้ในบทความชื่อ “6 ก.ค.รอพบทฤษฎี Freeconomics” ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และได้ขออนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อในที่นี้

เศรษฐกิจเกิดวิกฤต แต่สินค้า amazon.com ขายดี

ผมได้อ่านบทความเรื่อง แสงสว่างท่ามกลางความมืด ของ อาจารย์ ดร.ไสว บุญมา ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ โดยอาจารย์ได้เขียนถึงบริษัทเอมซอน ที่ขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์ Amazon.com โดยบอกเล่าถึงนิตยสาร Business Week ฉบับประจำวันที่ 2 มีนาคม ว่าได้ตีพิมพ์บทความของเจน่า แมคเกรเกอร์ ที่เขียนถึงอเมซอนว่าขายสินค้าได้มากขึ้นและทำกำไรได้อย่างงดงาม ในขณะที่เกิดวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ โดยธุรกิจส่วนมากต่างขาดทุนและปลดคนงานเป็นว่าเล่น ผิดกับอเมซอนที่ขายได้ขายดี

อาจารย์ ดร.ไสว บุญมา ได้นำเรื่องที่เผยแพร่ตามสื่อดังกล่าว มาเล่าต่อ โดยบอกว่าเหตุที่ทำให้ Amazon.com ขายดีนั้นมีเหตุอยู่ 3 ประการซึ่งผมขอยกข้อความของอาจารย์มาไว้ในที่นี้คือ

หลังวิกฤติเศรษฐกิจคราวนี้ จะมีอะไรเกิดขึ้น

 
วิกฤตการณ์เศรษฐกิจที่กำลังเกิดอยู่ในปัจจุบันนี้ ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายมีความเห็นแตกต่างกัน บ้างก็ว่าจะกินระยะเวลาหนึ่งปี บ้างก็ว่าสองปี สำหรับประเทศไทยนั้น บ้างก็ว่าอาการหนักกว่าปี พ.ศ.2540 บ้างก็ว่าอาการไม่หนักหนาสาหัสเท่า แต่สรุปแล้วก็คือ วิกฤตคราวนี้สร้างความโกลาหลวุ่นวายให้แก่ผู้คนทั่วทั้งโลก ผิดกับ ปี พ.ศ.2540 ที่จำกัดพื้นที่อยู่เฉพาะแถบถิ่นเอเชีย
ขณะที่วิกฤตเศรษฐกิจกำลังลุกลามเหมือนไฟไหม้ลามทุ่งไปทั่วโลก มีการประชุมที่เรียกว่า “World Economic Forum” ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่บรรดาผู้นำทางการเมือง ผู้นำทางเศรษฐกิจ ผู้นำทางวิชาการ ไปประชุมกันเพื่อถกเถียงปัญหาเรื่องเศรษฐกิจโลก โดยปีนี้พวกเขาคุยกันในประเด็นเกี่ยวกับจะทำอย่างไรหลังวิกฤติเศรษฐกิจคราวนี้ ซึ่งเป็นการมองข้ามปัจจุบันไปเป็นเรื่องอนาคต หรือที่นิยมเรียกกันว่า “มองข้ามช็อต” นั่นแล
การประชุมครั้งนี้มีขึ้น 3 วัน ตั้งแต่ 30 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ ขณะที่เขียนต้นฉบับอยู่นี้เป็นเช้ามืดของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ (ตามเวลาในประเทศไทย) เป็นวันสุดท้ายของการประชุม ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทยก็ได้กล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมไปแล้ว ในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องการสร้างความมั่นคงด้านอาหารโลก และได้เสนอทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหาด้วย
บรรดาผู้นำทั้งหลายได้เสนอความคิดอันฉลาดปราดเปรื่องของพวกเขาในที่ประชุมระดับโลก แต่ประชาชนเดินดินธรรมดาหามีเวทีเช่นนั้นให้แสดงความฉลาดแบบติดดินไม่ จำต้องหาเวทีให้แก่ตัวเองโดยการอาศัยบล็อกที่เขาว่าเป็นสื่อภาคพลเมืองนี่แหละเป็นเวทีในการประกาศวิสัยทัศน์ (ว่าเข้าไปนั้น) แบบบ้านๆ คาดการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ โดยระยะเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ.2552-2562 เป็นเวลา 10 ปี [...]

กฎหมายภาษีที่ดินและภาษีมรดกไทย : ฝันเห็นทะเลสาบกลางทะเลทราย

 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกรณ์ จาติกวณิช ได้ออกมาพูดถึงการจัดเก็บภาษีที่ดินกับภาษีมรดก ได้กลายเป็นหัวข้อถกเถียงกันขึ้นในสังคมไทย โดยมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
การเก็บภาษีทั้งสองประเภท โดยหลักการแล้ว จะช่วยให้เกิดผลดีในหลายทาง อาทิ
การเก็บภาษีมรดก ทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้น กระจายความมั่งไปสู่คนในสังคม เพราะการเก็บภาษีมรดกเป็นการเก็บจากส่วนเกินที่คนร่ำรวยครอบครองอยู่ในอัตราที่เหมาะสมจำนวนหนึ่ง นำไปสร้างประโยชน์แก่คนเป็นจำนวนมาก ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มีการเก็บภาษีมรดกในอัตราที่สูงมาก บรรดาผู้มั่งคั่งทั้งหลายจึงนิยมตั้งมูลนิธิเพื่อการกุศลในนามของตนเอง หรือตระกูลของตน แล้วบริจาคเงินให้มูลนิธินั้นเพื่อสร้างประโยชน์แก่สาธารณะ เป็นช่องทางที่จะทำให้ไม่ต้องยุ่งยากในเรื่องภาษีมรดก ตัวอย่างที่มีในปัจจุบันก็เช่น นายบิล เก็ต เจ้าของบริษัทไมโครซอฟท์ เป็นต้น
การเก็บภาษีที่ดิน นอกจากทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มแล้ว ก็เป็นการกระจายความมั่งไปสู่คนจำนวนมากเช่นกัน ที่สำคัญก็คือ กระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์จากที่ดินเพิ่มมากขึ้น เพราะที่ดินที่มีการครอบครองโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ใดๆ ปล่อยให้เป็นที่ว่างเปล่า ทำให้สูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจ ต้องจ่ายภาษีในอัตราที่แพงขึ้นกว่าที่ดินที่ใช้ทำประโยชน์ ดังนั้น หากมีการเก็บภาษีที่ดินก็จะกระตุ้นให้มีการใช้ประโยชน์จากที่ดินเพิ่มมากขึ้น เพราะตามหลักเศรษฐศาสตร์นั้น ที่ดินคือปัจจัยการผลิตที่สำคัญ

Success Adsense Affiliate ของ ปภาดา อมรนุรัตน์กุล

บรรดามนุษย์ Adsense พันธุ์ไทยทั้งมือเก่ามือใหม่จำนวนไม่น้อยคงคุ้นเคยชื่อ ปภาดา อมรนุรัตน์กุล หรือเปิ้ล ผู้เขียนหนังสือ “รวยด้วยคลิก Google AdSense ขุมทรัพย์บนโลกออนไลน์” และเรื่อง “Google Webmaster เครื่องมือลับ Google สำหรับเว็บมาสเตอร์” และเป็นเจ้าของบล็อก goople-adsense.com ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการหารายได้ด้วย Google AdSense โดยได้บอกเล่าประสบการณ์การหารายได้ ตลอดจนเทคนิคต่างๆแก่ผู้สนใจ
ด้วยประสบการณ์ดังกล่าว คงเรียกได้ว่า ปภาดา อมรนุรัตน์กุล ผู้นี้ เป็นผู้ที่รู้เรื่องการหายรายได้จากเว็บไซต์กูเกิ้ลระดับที่ดีมากคนหนึ่งของไทย
ผมติดตามเรื่องราวของ ปภาดา อมรนุรัตน์กุล และงานของเธอมาได้ปีกว่าๆแล้ว ผมสนใจการทำงานของบรรดาบล็อกเกอร์ทั้งหลายในประเด็นการสื่อสารมากว่าเรื่องอื่น โดยหลักใหญ่ใจความก็คือ ผมเป็นคนที่เรียนเรื่องสื่อสาร และหากินกับเรื่องนี้มาตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา เมื่อเกิดสื่อสมัยใหม่ดังเช่น เว็บไซต์ที่พัฒนามาเป็นเว็บบล็อกที่แปะติดอยู่กับเว็บไซต์ จนกระทั่งแปรรูปมาเป็นบล็อกที่เป็นอิสระจากเว็บไซต์ดังเช่นปัจจุบัน พร้อมกับการก่อเกิดสื่อภาคพลเมือง (Citizen Journalist) คู่กับนักข่าวพลเมือง (Citizen Reporter) ทำให้ผมเข้ามาสู่ขบวนการบล็อกและบล็อกเกอร์เพื่อเรียนรู้สื่อรูปแบบใหม่นี้ ที่เชื่อกันว่าเป็นสื่ออันทรงพลังที่จะพลิกโฉมหน้าโลกการสื่อสารในศตวรรษที่ 21 นี้
การเข้ามาสู่โลกของบล็อกและชุมชนบล็อกเกอร์ ทำให้ผมได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆมากมาย ทั้งในเรื่องที่ต้องการรู้โดยตรง และเรื่องที่เป็นผลพลอยได้ หนึ่งในผลพลอยได้ก็คือ [...]

CSR จาก GURU และจดหมายจาก ดร. โสภณ พรโชคชัย

ผมได้รับอีเมล์จากท่านอาจารย์ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญเรื่อง CSR ระดับ GURU คนหนึ่งของไทย ท่านได้กรุณาส่งบทความเรื่อง CSR มาให้อ่านด้วย สืบเนื่องมาจากผมได้อ้างอิงถึงท่านในบทความเรื่อง ธรรมะสอนซีเอสอาร์ ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 21 สิงหาคม 2551 ที่ผ่านมา [อ่านฉบับออนไลน์ได้ที่นี่]
บทความที่ท่านอาจารย์ ดร.โสภณ พรโชคชัย แนบมากับจดหมายนั้น มีเนื้อหาดีมากครับ ผมคิดว่าเป็นประโยชน์อย่างมากต่อผุ้อ่านที่ศึกาหรือกำลังดำเนินการกิจกรรม CSR ในองค์กร ผมจึงขออนุญาติยกบทความมาไว้ในที่นี้ พร้อมจดหมายโดยไม่ได้ตัดทอน ทั้งนี้ เพื่อให้ได้บรรยากาศจากท่าน อาจารย์ ดร.โสภณ พรโชคชัย ได้ส่งจดหมายมา
เชิญอ่านครับ….

Thailand eBusiness Summit I: From Zero to Hero : รวยด้วยธุรกิจ Affiliate Program

 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผมได้เข้าร่วมสัมมนาการทำธุรกิจทางอินเตอร์เน็ต ในหัวข้อ Thailand eBusiness Summit I: From Zero to Hero ครั้งที่ 1 ที่ห้องบัวหลวง ชั้น 30 ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ จัดโดย ตราวุทธิ์  เหลืองสมบูรณ์  ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการทำธุรกิจทางอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะ Google Adwords และได้จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้เรื่องการทำธุรกิจทางอินเตอร์เน็ตอย่างเป็นจริงเป็นจังในระยะปีถึงสองปีมานี้ @ งานนี้มีวิทยากรมาให้ความรู้ตามความเชี่ยวชาญโดยตรงของแต่ละคน เริ่มตั้งแต่ ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ที่บอกเล่าเรื่องทั่วๆไปเกี่ยวกับธุรกิจทางอินเตอร์เน็ต และให้ข้อคิดว่า อย่าได้มุ่งเป้าหมายแต่เพียงเพื่อจะรวยหรือมีเงินมากๆอย่างเดียว เพราะจะเครียด บั่นทอนการทำงาน จนถึงขนาดอาจเลิกล้มไปก่อนที่จะประสบความสำเร็จ และอีกอย่างหนึ่งก็คือ  ธุรกิจนี้ก็เป็นเช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ คือต้องทำเป็นธุรกิจจริงๆ

smile

เืดือนนี้มีอะไร

หมวดหมู่สาระพัน

เสียงเพื่อนพูดคุย

เรื่องเก่าๆเอามาให้อ่าน

eXTReMe Tracker Powered by  

MyPagerank.Net Free counter and web stats