Wordpress สร้างบล็อกอัจฉริยะ : หนังสืออีกเล่มสำหรับคอ “WordPress”

หลังจากที่ เดชา ไชยเมือง หรือนายเดย์ แห่ง iDayblog.com เขียนหนังสือคู่มือการสร้างบล็อก WordPress ออกมา 2 เล่ม เมื่อปีที่แล้วกับต้นปีนี้ ในที่สุดเมื่อกาลเวลาก้าวย่างมาถึงเดือนพฤษภาคม หนังสือการทำบล็อก WordPres ก็ปรากฏบนแผงหนังสืออีกเล่มหนึ่ง คือ Wordpress สร้างบล็อกอัจฉริยะ เขียนโดย อนุชา ลีวรกุล จัดพิมพ์โดย WITTY GROUP ราคา 169 บาท
เนื้อหาโดยสรุปในเล่ม ครอบคลุมหัวข้อต่างๆที่จำเป็นในการทำบล็อก WordPress เริ่มตั้งแต่เรื่องการจัดหาโดเมนเนม การเช่าโฮสต์ วิธีติดตั้ง WordPress อธิบายวิธีใช้งานฟังชั่นต่างๆอย่างละเอียด การปรับแต่ง Theme และเสริมประสิทธิภาพด้วยปลักอินต่างๆ รวมไปถึงคำแนะนำในเรื่องการทำ SEO ซึ่งเป็นเครื่องมืออันจำเป็นในการเผยแพร่เนื้อหาของบล็อกออกสู่โลกออนไลน์

ธุรกิจ 3.0 – หนังสือที่คอ Make Money Online ควรอ่าน

ผมเพิ่งได้อ่านหนังสือเรื่อง ธุรกิจ 3.0 – 15 ขบถผู้กำหนดเกมใหม่ : วิเคราะห์ เรียนรู้ ถึง DNA ใหม่ในโลกธุรกิจยุค Metaverse เขียนโดย พงษ์ ผาวิจิตร ผู้มีประสบการณ์ทั้งในด้านการทำธุรกิจหลายหลาก และด้านการศึกษาค้นคว้าเขียนหนังสือ รวมถึงการเป็นผู้บรรยายความรู้ให้แก่ผู้คนในองค์กรธุรกิจ ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ผลงานการเขียนของ พงษ์ ผาวิจิตร นั้น ได้รับการยอมรับมานาน
เมื่อผมอ่านหนังสือเล่มนี้จบลงแล้ว ทำให้ผมได้มุมมองเรื่องปัจจุบันและอนาคตได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องที่ผมเขียน เขียนอนาคตประวัติศาสตร์ 10 ปีข้างหน้า ด้วย 10 แนวโน้มที่ต้องจับตา (1 และ 2)  ทำให้ผมได้ทำความเข้าใจความคิดตัวเองได้กระจ่างขึ้น  โดยเฉพาะประเด็นบทบาทของปัจเจกชน รัฐ และการสื่อสารสมัยใหม่ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
นี่คือประโยชน์ของการอ่าน ทำให้เราได้เปิดมุมมองและการรับรู้ใหม่ๆ  รวมถึงได้ทำความเข้าใจกับมุมมองและความคิดของตัวเองที่ไม่ชัดแจ้งให้กระจ่างขึ้นได้  นำไปสู่การเรียนรู้และทำสิ่งใหม่ๆ  การอ่านหนังสือเล่มนี้ ทำให้มีความคิดในการที่จะทำอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น โดยเฉพาะการเตรียมตัวที่จะอยู่ในโลกอนาคตโดยสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้ไม่ถูกถีบตกไปอยู่ก้นหลุม
หนังสือเล่มนี้ อธิบายให้เราเห็นถึงภาพของวิถีชีวิตยุคใหม่  ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง  ปัจเจกชนถูกดึงเข้าสู่วังวนการแข่งขันของธุรกิจ  เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางสังคม  และผู้เขียนได้ชี้ให้เห็นว่า โลกในยุคสมัยต่อไป ไม่มีการแยกส่วนระหว่างคน รัฐ [...]

Amazon Fever : โรคคลั่งรักอเมซอนระบาด

ผมรู้สึกแปลกใจมาก ที่เห็นคนเข้าบล็อก kosoltalk.com ด้วยคีเวิร์ดเกี่ยวกับ Amazon มากกว่าคำอื่น ทั้งๆที่ไม่ใช่บล็อกที่เสนอเรื่องอเมซอนโดยตรง จะมีก็เพียงแต่แนะนำหนังสือ สอนให้รวยด้วย Amazon.com ของคุณ สิทธิศักดิ์ บุญมาก กับพูดถึงบล็อก Makemany.com ในประเด็นเกี่ยวกับอเมซอนเท่านั้น  แต่ไฉนคำที่เกี่ยวกับอเมซอนจึงนำผู้คนเข้ามาที่บล็อกนี้เป็นจำนวนมาก (เมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์)  นั่นคือ คนที่เข้ามาด้วย คีย์เวิร์ด Amazon จำนวน 16 ครั้ง คิดเป็น 22.54 % และยังมีคำว่า Amezon หลงเข้ามาอีก 1 ครั้ง
            การเข้ามาด้วยคำที่เกี่ยวข้องกับ อเมซอน  และ Amazonในภาษาไทยก็มีหลายคำ รวมถึงคำที่เกี่ยวข้องกับการหารายได้ผ่านอินเตอร์เน็ต ทั้งยังมีคำตรงๆคือ สอนให้รวยด้วยอเมซอน เข้ามาให้เห็นหลายครั้ง(ดูรูปข้างล่างประกอบ)

หนังสือคอมพิวเตอร์ 5 เล่มที่อ่านในรอบปี 2550

 
หนังสือ เป็นสื่อความรู้ที่ดีที่สุดเท่าที่มนุษย์เราคิดค้นขึ้นมาได้  สื่ออื่นๆแม้จะดูสะดวก สบาย ก้าวหน้า กว่าหนังสือ แต่เมื่อบวก ลบ คูณ หาร ข้อดี ข้อเสีย เทียบกันแล้ว หนังสือยังเป็นสื่อที่ดีที่สุดอยู่นั่นเอง
หนังสือสามารถนำไปใช้ได้ในทุกสถาน ทุกกาลเวลา  พกพาสะดวก แม้กำลังกิจกรรมอื่นอยู่ก็สามารถอ่านหนังสือไปด้วยได้  ไม่เชื่อก็ลองเอาหนังสือเข้าไปอ่านตอนอึดูสิ (หลายๆคนทำเป็นกิจวัตร) ได้ทั้งความรู้และความรู้สึกสบายไปพร้อมๆกัน ส่วนสื่ออื่นๆนั้นต้องมีข้อด้อยกว่าหนังสือสักอย่างหนึ่งแน่นอน ลองนึกดูดีๆ เช่น มีใครจะอุ้มโน้ตบุ๊คไปอ่านไฟล์ตอนอึบ้าง เหอๆ
ดังนั้น หนังสือจึงเป็นสื่อที่สามารถสร้างฐานความรู้แก่มนุษย์ไปอีกยาวนาน ขอฟันธงฉับๆตรงนี้เลย
คนต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศที่จำเริญแล้ว  ผู้คนอ่านหนังสือปีละหลายๆเล่ม  ส่วนประเทศไทยเรานั้น  อ่านได้นับเป็นบรรทัด  จะจริงเท็จอย่างไรก็เป็นเรื่องที่เขาวิจัยออกมา  เห็นวิจัยออกมาเมื่อใดก็นับได้เป็นบรรทัดทุกทีแหละ  ก็ว่ากันไป
เมื่อหนังสือเป็นสื่อให้ความรู้ที่ดีที่สุด  คนจึงอ่านหนังสือ  ทุกคนย่อมต้องอ่านหนังสือเพื่อหาข้อมูล ความรู้ ในสิ่งที่ตนยังไม่รู้และต้องการรู้  ในรอบปีที่ผ่านมา ลองนึกๆดูว่าอ่านหนังสืออะไรบ้าง  เอ้า  มาลองนึกไปพร้อมๆกัน หรือจะอ่านบทความนี้ก่อนแล้วค่อยนึกก็ได้
ผมขอเลือกหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ เพราะทุกวันนี้เราๆท่านๆผูกพันกับคอมพิวเตอร์กันมาก จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนบางกลุ่มไปแล้ว (ก็พวกเรานี่แหละ ที่กำลังอ่านบล็อกอยู่นี่) ผมขอเลือกมา 5 เล่ม ด้วยว่า 5 เล่มนี้ได้ใช้ประโยชน์มากที่สุด
หนังสือ 5 เล่มนี้ มีเรื่องอะไรบ้าง [...]

Blog and Blogger จะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลก?

ปัจจุบันการสื่อสารผ่าน Blog  ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เพราะมีความสะดวก สบาย และที่สำคัญมีของฟรีให้เลือกใช้จนตาลาย คนทั้งหลายจึงกระหน่ำเขียนบล็อกกันอย่างสนุกสนาน ทุกเรื่องราวตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ  นับเป็นยุคทองของบล็อกโดยแท้
หากย้อนหลังไปสัก 10 ปีก่อน การที่จะมีตัวตนในโลกออนไลน์ ด้วยการเป็นเจ้าของเว็บไซต์นั้นช่างยุ่งยากและต้องจ่ายในราคาที่แสนแพง ล่วงมาถึงวันนี้ พัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ IT ก่อให้เกิดเว็บไซต์ยุคใหม่ ที่เรียกกันว่า web2.0 ที่เป็นการสื่อสารสองทาง ผู้เขียนผู้อ่านสามารถโต้ตอบกันได้ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนกันขึ้น  ต่างฝ่ายต่างแสดงตัวตนให้อีกฝ่ายได้รับรู้ ภายใต้เงื่อนไขที่ตัวเองต้องการ
นั่นคือโลกออนไลน์ยุค web2.0 ที่พัฒนาจาก web site มาเป็น weblog หรือ blog ทำให้คนเขียน blog หรือ blogger เป็นอะไรได้หลายอย่าง ทั้งนักคิด นักเขียน นักค้นคว้า นักการสื่อสาร นักธุรกิจ โดยประกอบกิจกรรมผ่านระบบออนไลน์ ขอเพียงแค่มีความรู้พื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์ ก็สามารถเป็นได้แล้วบนโลกออนไลน์
คนที่เขียนหนังสือเป็น สามารถเป็นนักเขียน ทั้งนิยาย เรื่องสั้น บทกวี บทความ ความรู้ต่างๆที่สื่อออกมาเป็นตัวหนังสือ  คนที่เป็นนักเขียนอยู่แล้วก็เป็นมาบล็อกเกอร์กันเป็นจำนวนมาก ทั้งที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ เมืองเล็ก ตามบ้านนอกคอกนา [...]

“WordPress กระแทกใจบล็อกเกอร์วัยจ๊าบ” คู่มือบล็อกเกอร์มือใหม่

ผู้คนเล่าลือกันว่า ปัจจุบัน บล็อก WordPress เป็นที่นิยมของบรรดา Blogger หน้าเก่าใหม่ในโลกอันขรุขระนี้มาก ยอดพุ่งปรู๊ดปร๊าดเป็นเรือนหลายๆแสนแล้ว รวมถึง kosoltalk.com นี้ด้วย อะฮ่อยๆ แต่ข้อมูลทั้งหลายเกี่ยวกับ WordPress ยังเป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้น ผู้ที่มีความรู้ภาษาอังกฤษสั้นกว่าหางอึ่งจึงทรมานมากในการที่จะปรับแต่งบล็อกให้เริดๆได้ อันนี้ ตัวกระผมเองก็เป็นหนึ่งในหมู่ผู้ทรมานนั้น
และแล้ว ก็เหมือนมีเทวดามาโปรด เมื่อมีหนังสือชื่อ “WordPress กระแทกใจบล็อกเกอร์วัยจ๊าบ” ออกมาให้อ่าน เขียนโดย เดชา ไชยเมือง หรือนายเดย์แห่ง iDayBlog.com ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่วัยจ๊าบๆ หนังสือของนายเดย์นั้นเหมาะสำหรับทุกวัย รวมถึงวัยรุ่นตอนปลายที่กำลังย่างสู่วัยชราอย่างกระผมนี้ด้วย
แต่ก่อนนี้ก็เห็นว่า wp น่าเล่นเป็นอย่างยิ่ง เคยลองๆแต่ก็ไม่ค่อยถนัดเคยเลิก รู้สึกว่าเล่น blogger ง่ายกว่าแยะ จับแปะ copy and paste ง่ายกว่านัก เพลินไปกับ blogger เป็นอย่างยิ่ง เปิดบัญชีกับ wp ไว้แต่ไม่ได้มาใส่อะไร จนเห็นหนังสือของนายเดย์นี่แหละ ซื้อมาอ่านจึงตัดสินใจใช้ wp ทำบล็อกเลย
แต่ช้าแต่ ไม่ได้หมายความว่าหนังสือเล่มนี้เป็นคัมภีร์เทวดานะครับ ประเดี๋ยวจะเข้าใจผิดว่าชื่นชมยกย่องคนอีสานคือกันเกินเหตุ [...]

I DARE YOU

นิสัยอย่างหนึ่งของคนก็คือ  ไม่ชอบให้ใครดูหมิ่น  จะทำอะไรก็ตามถ้ามีคนมาพูดทำนองเหยียดหยาม  ดูถูกดูแคลน  หรือน้ำเสียงไม่เชื่อถือ  อาจจะสวนกลับด้วยคำพูด  หรือไม่ก็สายตา  เผลอๆบางทีถ้าคนถูกว่าเป็นคนเลือดร้อน  คนที่มีปากคอยหาเรื่องอาจจะโดนกำปั้นเข้าให้  หรือหนักที่สุดพวกก็ชักปืนออกมายิง
จึงปรากฏข่าวให้เห็นอยู่เสมอว่า  มีเหตุตะลุมบอน หรือส่งลูกตะกั่วฝังหัวเพื่อน  เพราะถูกอีกฝ่ายพูดหยามใจ
ถ้าเรียกตามสำนวนนิยายกำลังภายในของโกวเล้งก็ทำนองว่า  ฆ่าได้ หยามไม่ได้  จึงต้องชักกระบี่ออกมาเสียบกันให้ตายไปข้างหนึ่ง  หรือทั้งสองข้างไปเลย
นั่นคือผลพวงที่เลวร้ายที่สุดของการพูดจาเข้าข่ายหมิ่นแคลนกัน  อย่างเบาก็อาจจะตอบโต้ไปมาด้วยคำพูด ทะเลาะเบาะแว้งแล้วเลิกรา  หรืออย่างดีก็เกิดท้าทายพิสูจน์ความจริงกันขึ้นโดยการกระทำ  แบบนี้เป็นเรื่องน่าชม
หลายกรณีมีคนประสบความสำเร็จในกิจการงาน เพราะถูกหมิ่นแคลนเป็นเบื้องแรก  แล้วเกิดการท้าทายเป็นลำดับต่อมา  ในที่สุดเมื่อลงมือกระทำก็สำเร็จ  ฝ่ายที่ถูกดูแคลนแต่แรกกลายเป็นฝ่ายชนะไป โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ
ฉะนั้น การท้าทายจึงมีอยู่สองแบบ คือการท้าทายอันเนื่องมาจากการดูถูกดูแคลนกันจนเกิดเรื่องอย่างที่พูดมาในตอนต้น  อีกแบบหนึ่งก็คือการท้าทายกันทำในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  ซึ่งเป็นสิ่งดีๆ  การท้าทายแบบนี้อยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียมกัน  ได้ผลประโยชน์ทั้งคนท้าและคนถูกท้า
ผมมีหนังสือที่อ่านประจำอยู่เล่มหนึ่งที่เขียนโดย วิลเลี่ยม  เอช. เดนฟอร์ท แปลโดย ปสงค์อาสา ชื่อภาษาอังกฤษคือ I DARE YOU ชื่อภาษาไทยก็แปลตรงตัวว่า ผมท้าคุณ
หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการท้าทายให้ผู้คนทำสิ่งต่างๆได้สำเร็จ  เป็นการท้าทายในความหมายของการปลุกเร้าให้ลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่เหลือเชื่อได้มากมาย  โดยผู้เขียนคือ วิลเลี่ยม  เอช. เดนฟอร์ท เล่าเรื่องที่ตัวเขาเองถูกท้าทายให้ทำสิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ให้เป็นได้  รวมทั้งเรื่องของคนอื่นๆที่ถูกท้าทายให้ทำสิ่งที่เหลือเชื่อ

“สอนให้รวยด้วย amazon” หนังสือ How To แห่งปี

                                    
เมื่อช่วงปลายปี 2550 ที่ผ่านมา มีหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “สอนให้รวยด้วย amazon” วางแผง นับเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในตลาดหนังสือเมืองไทย นั่นคือ จำหน่ายหมดในเวลารวดเร็ว ต้องพิมพ์ซ้ำภายในไม่ถึงเดือน แสดงให้เห็นถึงความต้องการระดับ “หิวกระหาย” ของผู้ซื้อเลยทีเดียว
สิทธิศักดิ์ บุญมาก ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ เป็นเจ้าของเว็บไซต์ makemany.com เว็บไซต์เสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ marketting online และผู้ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจกับเว็บไซต์ชื่อดังคือ amazon.com ซึ่งชื่อนี้ไม่ต้องบรรยายก็รู้ว่าเป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ชอันดับหนึ่งของโลก เริ่มจากขายหนังสือจนปัจจุบันนี้มีสินค้าจิปาถะ เรียกว่าตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ แม้แต่หวดนึ่งข้าวเหนียว ครก สากกะเบือของไทยก็ยังมีจำหน่าย
หนังสือเล่มนี้ถูกกล่าวขวัญถึงเป็นอย่างมาก ในหมู่ผู้หารายได้ผ่านอินเตอร์เน็ตของไทย มีการพูดคุยกันในเว็บบอร์ดของเว็บไซต์ต่างๆ คำแนะนำในหนังสือเล่มนี้ อยู่ภายใต้แนวคิดที่ผู้เขียนวางไว้ว่า “สอนให้รวยด้วย amazon สร้างรายได้ภายใน 3 เดือนโดยไม่ต้องลงทุน” อันเป็นรูปแบบการทำธุรกิจกับเว็บไซต์อเมซอน รวมถึงเว็บไซต์ ลักษณะเดียวกันนี้ ทำให้ดึงดูดใจคนที่สนใจเรื่องราวของการหารายได้จากอินเตอร์เน็ต รวมถึงผู้ที่กำลังทำอยู่ได้เป็นอย่างดี
ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ ได้อธิบายวิธีการ ขั้นตอน รายละเอียด ไว้ได้ดีมาก  สามารถทำความเข้าใจได้ในเวลารวดเร็ว  แม้แต่คนที่ไม่มีความชำนาญในการใช้อินเตอร์เน็ตก็สามารถทำตามได้ไม่ยาก ไม่เพียงแต่วิธีการทำการค้ากับเว็บไซต์อเมซอนเท่านั้น ผู้เขียนยังมีข้อแนะนำอื่นๆที่มีประโยชน์อย่างมาก เช่น การทำ SEO หรือการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ [...]

ว่าด้วยความล้มเหลว

ผมเป็นคนที่มีเรื่องล้มเหลวมากกว่าสำเร็จ ทำสิ่งใดๆไม่ว่าเล็กหรือใหญ่กว่าจะสำเร็จได้แต่ละเรื่องก็เลือดตาแทบกระเด็น
ส่วนมากล้มไม่เป็นท่า!
แต่คุณสมบัติอย่างหนึ่งที่ผมมีอยู่, และเป็นสิ่งที่ทำให้ยืนอยู่ได้ก็คือ ความดื้อด้าน หรือเรียกให้สวยๆว่าความอดทน แต่ผมชอบเรียกมันว่าความดื้อด้าน ผมเป็นคนที่อาจจะดื้อด้านหรือหัวดื้ออีกคนหนึ่งในโลกนี้
ผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนโดย คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ซื่อนี้คงไม่ต้องบรรยายอะไร หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า “ต้องแพ้เสียกอ่นจึงจะชนะได้”
เพียงแค่เห็นหนังสือผมก็ซื้อโดยทันที ชื่อหนังสือช่างตรงกับตัวตนผมดีเหลือเกิน
หนังสือเล่มนี้เป็นแรงบันดาลใจอันใหญ่หลวงแก่ผม ทำให้ผมมั่นใจขึ้นไปอีกว่า ความดื้อด้าน ความล้มเหลว ความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นซ้ำซากนั้น  มิใช่เรื่องที่จะกอดมันเอาไว้ให้บั่นทอนพละกำลังของตัวเอง สมควรที่จะโยนมันทิ้งไป เพื่อจะได้ทำสิ่งใหม่ๆ
เป็นคนล้มเหลว เป็นคนพ่ายแพ้ เมื่อประสบความสำเร็จ เมื่อมีชัยชนะ ย่อมจะได้รสชาติอันหวานหอมมากกว่าการได้มาโดยไม่ต้องต่อสู้
“ต้องแพ้เสียก่อนจึงจะชนะได้”
นี่ เป็นคำพูดที่ปลุกเร้าให้ผมดื้อด้านกับความล้มเหลวมาจนทุกวันนี้!
 

 

kbiztalk

ยินดีต้อนรับทุกท่าน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosoltalk.com หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

bookandwriter

xirbit

เืดือนนี้มีอะไร

หมวดหมู่สาระพัน

เสียงเพื่อนพูดคุย

เรื่องเก่าๆเอามาให้อ่าน

eXTReMe Tracker Free counter and web stats