Blog and Blogger จะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลก?
ปัจจุบันการสื่อสารผ่าน Blog ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เพราะมีความสะดวก สบาย และที่สำคัญมีของฟรีให้เลือกใช้จนตาลาย คนทั้งหลายจึงกระหน่ำเขียนบล็อกกันอย่างสนุกสนาน ทุกเรื่องราวตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ นับเป็นยุคทองของบล็อกโดยแท้
หากย้อนหลังไปสัก 10 ปีก่อน การที่จะมีตัวตนในโลกออนไลน์ ด้วยการเป็นเจ้าของเว็บไซต์นั้นช่างยุ่งยากและต้องจ่ายในราคาที่แสนแพง ล่วงมาถึงวันนี้ พัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ IT ก่อให้เกิดเว็บไซต์ยุคใหม่ ที่เรียกกันว่า web2.0 ที่เป็นการสื่อสารสองทาง ผู้เขียนผู้อ่านสามารถโต้ตอบกันได้ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนกันขึ้น ต่างฝ่ายต่างแสดงตัวตนให้อีกฝ่ายได้รับรู้ ภายใต้เงื่อนไขที่ตัวเองต้องการ
นั่นคือโลกออนไลน์ยุค web2.0 ที่พัฒนาจาก web site มาเป็น weblog หรือ blog ทำให้คนเขียน blog หรือ blogger เป็นอะไรได้หลายอย่าง ทั้งนักคิด นักเขียน นักค้นคว้า นักการสื่อสาร นักธุรกิจ โดยประกอบกิจกรรมผ่านระบบออนไลน์ ขอเพียงแค่มีความรู้พื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์ ก็สามารถเป็นได้แล้วบนโลกออนไลน์
คนที่เขียนหนังสือเป็น สามารถเป็นนักเขียน ทั้งนิยาย เรื่องสั้น บทกวี บทความ ความรู้ต่างๆที่สื่อออกมาเป็นตัวหนังสือ คนที่เป็นนักเขียนอยู่แล้วก็เป็นมาบล็อกเกอร์กันเป็นจำนวนมาก ทั้งที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ เมืองเล็ก ตามบ้านนอกคอกนา ในทุกแห่งที่อินเตอร์เน็ตเข้าถึง
ในเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ใหญ่ๆ ที่มีเว็บบล็อกบริการนักเขียนแบบไม่ต้องจ่ายเงิน เช่น เนชั่นบล็อกในเครือเนชั่น มีนักเขียนใหญ่เผยแพร่ผลงานผ่านบล็อกมากมาย ที่คุ้นชื่อดีมีทั้ง เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ อัศศิริ ธรรมโชติ ไพวรินทร์ ขาวงาม โชคชัย บัณฑิต เป็นอาทิ
แม้แต่นักเขียนไร้อันดับอย่าง โกศล อนุสิม ก็มีบล็อกกับเขาด้วยเช่นกัน
เมื่อก่อนนั้น นักเขียนที่ต้องการเสนอผลงานของตน ต้องเขียนแล้วส่งไปตามหนังสือต่างๆ ต้องผ่านการพิจารณาของบรรณาธิการ ถ้าผ่านจึงจะได้ลงตีพิมพ์ ตีพิมพ์แล้วจึงจะได้เงิน ได้เงินก็จำนวนน้อยนิด สรุปว่ากว่าจะได้เผยแพร่งานก็แทบรากเลือด ยังไม่ต้องพูดถึงความสำเร็จในอาชีพ
แต่ปัจจุบัน นักเขียนไม่ต้อง้อใคร อยากเขียนก็เขียนในบล็อก อยากเขียนอะไรก็เขียน ไม่ต้องกลัวว่าบรรณาธิการจะชอบหรือไม่ เขียนเสร็จก็เผยแพร่ทันที มีคนอ่านเข้ามาอ่านมากมาย คนอ่านก็ไม่ต้องซื้ออ่าน อยากอ่านของใครก็ได้อ่าน มีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง
มีคนอ่านแล้วถูกใจก็บอกเพื่อนๆมาอ่านต่อ บล็อกเกอร์หลายคนมีคนอ่านงานนับหมื่นนับแสน กลายเป็นนักเขียนดังในโลกไซเบอร์
ในต่างประเทศ มีการเขียนหนังสือออนไลน์ เปิดให้คนดาวน์โหลดไปอ่านโดยจ่ายเงินเหมือนซื้อหนังสือ ปรากฏว่ามีคนจ่ายเงินดาวน์โหลดไปอ่านมากมาย คิดเป็นเล่มแล้วนับแสนๆเล่ม
เมื่อดังในโลกไซเบอร์ มีแมวมองจากสำนักพิมพ์เห็นเข้า ก็เอามาพิมพ์เป็นเล่มขาย ตอนพิมพ์เป็นเล่มก็มีแก้ไขปรับปรุง คนที่เคยอ่านในบล็อกก็ตามมาซื้ออ่านอีก
ดังนั้นเวทีที่ให้นักเขียนเผยแพร่งาน ปัจจุบันเพิ่มเว็บบล็อกขึ้นมาอีก สะดวก สบาย รวดเร็ว และมีอิสระ เผยแพร่งานเขียนได้อย่างไม่จำกัดแนว ทำให้ความรู้แขนงต่างๆได้รับการบันทึกและเผยแพร่ผ่านบล็อก เป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาขนาดมหึมาให้คนค้นคว้านำมาใช้ประโยชน์ได้แทบจะไม่มีข้อจำกัด ดังนั้น จึงนับว่าบล็อกเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลังเป็นอย่างยิ่งของศตวรรษที่ 21 นี้
นักเขียนบนโลกไซเบอร์ หรือบล็อกเกอร์ จึงเป็นนักเขียนอิสระโดยแท้ คือมีอิสระในการเผยแพร่งาน มีอิสระจากบรรณาธิการ และแม้กระทั่งจากผู้อ่าน ขอให้มีเวลาเขียนและมีความรู้ในการใช้เครื่องมือ ก็สามารถผลิตงานเผยแพร่ได้โดยทันใจ
แต่เรื่องราวที่เขียนและเผยแพร่ในบล็อกก็มีข้อจำกัด นั่นคือไม่สามารถพกพาติดตัวได้เหมือนหนังสือ จึงยังอาศัยการเผยแพร่ผ่านหนังสือที่พิมพ์ด้วยกระดาษอีกทอดหนึ่ง ซึ่งในการจัดพิมพ์เป็นหนังสือนี้นักเขียนไซเบอร์ หรือบล็อกเกอร์ หน้าใหม่จะต้องผ่านกระบวนการขัดเกลาอีกมาก แต่ก็นับว่าร่นระยะทางให้สั้นลงกว่านักเขียนรุ่นคุณพ่อแม่ปู่ย่าตายาย
บนแผงหนังสือในปัจจุบัน จึงมีผลงานของนักเขียนไซเบอร์หรือบล็อกเกอร์วางจำหน่ายอยู่ไม่น้อย และนับวันแต่จะเพิ่มมากขึ้น ทั้งงานวรรณกรรม วิชาการ การตลาด ความรู้ทั่วไป แม้กระทั่งหนังสือที่ว่าด้วยการเขียนบล็อกและทำบล็อกก็มีออกมาจำหน่ายกันเป็นจำนวนไม่น้อย ในเมืองไทยก็มีหนังสือเรื่องทำบล็อกด้วยเช่นกัน
บล็อกจึงเป็นเครื่องมือสื่อสารที่สำคัญในโลกยุคใหม่ และคงจะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น อาจเข้ามาแทนที่สื่อสมัยเก่า ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ หนังสือเล่ม ได้ในอนาคต
หรือว่า blog จะเป็นสื่อที่ทรงพลัง และ blogger คือผู้สร้างสรรค์สื่อที่ทรงอิทธิพลซึ่งจะมีบทบาทเป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลกในอีกไม่ถึง 100 ปีข้างหน้า
หรือว่า 100 ปีนานเกินไป?




ชอบตรงที่ได้เขียนอะไรที่อยากเขียน
ได้พัฒนาตนเอง…ได้ฝึกหัดเขียนจริง ๆ
แต่เสียอยู่อย่างคือ
เขียนดีหรือไม่ดีก็ไม่มีคนขัดเกลาให้
คุณ yawaiam ครับ ขอบคุณนะครับที่แวะมาเยือน
ถ้ายังไม่มีใครขัดเกลาให้ ก็ใช้วิธีการขัดเกลาด้วยตนเอง ผมได้รับคำสอนมาจากครูบาอาจารย์ แล้วนำมาใช้อย่างได้ผล คือ
เมื่อเราเขียนจบแล้ว เราก็อ่านทบทวน ลองตัดคำออกไปให้มากที่สุด คำที่คิดว่าไม่จำเป็นต้องมี จากนั้นก็อ่านทบทวนอีกรอบ ถ้าอ่านแล้วรู้เรื่อง แสดงว่าเราใช้คำเกิน ฟุ่มเฟือย เยิ่นเย้อ จากนั้นก็ลองตัดอีก ทำซ้ำสัก 2-3 รอบ ถ้าอ่านแล้วดีกว่ารอบก่อน ก็แสดงว่า เราขลัดเกลาด้วยตัวเองได้
ลองดูนะครับ เราลองขัดเกลาด้วยตัวเราเองก่อน เมื่อถึงเวลาที่เราจะได้พิมพ์งาน บรรณาธิการเขาจะดูให้อีกครั้งหนึ่ง
ขอให้มีกำลังใจและกายเขียนให้ดีต่อๆไปครับ
ขอขอบคุณที่ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
100 ปี นานเกินไปค่ะ
คิดว่าอีกไม่นานเกินรอ จะมีสิ่งประดิษฐ์ใหม่ กึ่ง ๆ โน้ตบุค ผสมกับโทรศัพท์มือถือ อาจจะคล้าย ๆ พ็อคเกตพีซี ให้คนพกพากันเพื่ออ่านอะไรต่อมีอะไรออนไลน์ แถมช่วยประหยัดกระดาษด้วย เคยอ่านว่าเขาพัฒนากันแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะออกสู่ตลาดได้เมื่อไร
เทคโนโลยีทำให้อะไร ๆ ง่ายขึ้น บางทีก็แอบรู้สึกว่ามันง่ายเกินไปละชีวิตนี้ หุหุ
ที่คุณ mafee ว่ามานั้นคล้ายๆว่าจะออกมาแล้ว
Amazon Kindle wireless reader อะไรนั่นหรือเปล่าครับ แต่ดูเหมือนเป็น wireless reader เพียวๆ ไม่ใช่มือถือ
เทคโนโลยีทำให้อะไรง่าขึ้น แต่บางทีมันก็ทอนความสามารถของเราลงเหมือนกัน คิดดู เดียวนี้มีใครจำเบอร์โทรเพื่อนได้ถึง 10-20 เบอร์บ้าง เพราะ Mem ไว้ในเครื่อง พอเครื่องเสียก็เลยวุ่น
แบบนี้แหละ.
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่แม้จะไม่ใช่นักเขียนที่ดีนัก
แต่ก็อยากจะเขียน มันเป็นความชอบนี่นาทำไงได้
ปล.แวะมาเยี่ยมนะครับพี่โกศล
สวัสดีครับ Mr.Praboo ที่มาเยี่ยมเยือนกัน
การเขียนทำให้เราพัฒนาตัวเราเองด้วยครับ พอๆกับการอ่านน่นแหละผมว่า
อันที่จริงนายเวิ่นเว้อก็เขียนดีมีสาระนะเนี่ย
ผมได้ความรู้ข่าวสารดีๆจากนายเวิ่นเว้อเป็นอันมาก
ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้
คุณลุงเขียนได้ดีจังครับ ชอบๆ มาบ่อยแต่ไม่ค่อยแสดงความเห็น สงสัยต่อไปนี้คงแวะมาคอมเม็นต์บ่อยๆซะแล้ว แต่คงไม่ใช่ช่วงนี้ รอให้ไข้มันลดก่อนนะลุงนะ เดี๋ยวจะแวะมาบ่อยๆ ไปนอนล่ะครับ ดึกแล้ว
โอ้ นายเดย์ก็มาหรือนี่ ขอบคุณมากที่ชมว่าเขียนดี เป็นกำลังใจให้คนเขียนหลายตั๊วะ ลุงก็ขอให้นายเดย์หายไวๆ ขาประจำขาจรคิดถึง
ลุงก็เป็นสาวกของ iDayBlog.com คือกันนั่นแหละ ติดขัดอันใดก็ต้องไอเดย์บล็อกก่อนตามเคย
ให้สุขขีหมั่นเสมอมันเคือเก่าเด้อ
[...] Blog and Blogger จะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลก? [...]