Big Blog : Suthichai yoon – ดูคนใหญ่มาเดินในบล็อก

Suthichaiyoonblogอันที่จริงแล้ว บทความนี้ผมเขียนไว้ใน Media Talk Blog  แต่เห็นว่า เพื่อนพี่น้องทั้งหลายที่เข้ามาเยี่ยมที่นี่ อาจไม่ได้ไปที่โน่น จึงขอยกมาไว้ที่นี่ เป็นการทำซ้ำกับที่โน่น แต่ที่ไหนๆก็อ่านได้เหมือนกันแหละครับ

เป็นที่ทราบกันดีว่า ในปัจจุบันนี้ Blog เป็นทั้งสื่อและเป็นช่องทางการสื่อสารที่ทรงพลัง    พลังของบล็อกทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆได้  เช่น เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในที่ต่างๆ  ซึ่งสื่อหลักอื่นๆไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่บล็อกเกอร์นำมาเผยแพร่ผ่านบล็อกได้อย่างฉับพลันทันที  ล่าสุด เหตุการณ์ไฟไหม้ที่ศูนย์การค้าในกรุงย่างกุ้งประเทศพม่า โลกได้รู้ข่าวครั้งแรกผ่านบล็อก

เมื่อเป็นเช่นนี้  คนทั้งหลายจึงนิยมเขียนบล็อกเผยแพร่ความคิดที่ตนคิดและข้อมูลที่ตนมี  ออกสู่สายตาสาธารณชน เป็นสื่อที่สามารถส่งสารได้อย่างไม่จำกัด  ทั้งเวลา สถานที่ และชนิดของสาร

คนใหญ่คนโตในทุกแวดวงจึงมีบล็อกของตนเองเพื่อที่จะสื่อสารกับคนอื่นๆ  และในที่นี้ผมขอคุยถึงบล็อกของ สุทธิชัย หยุ่น  คนใหญ่แห่งเครือเนชั่น ซึ่งชื่อนี้คงไม่ต้องแนะนำอะไรเพิ่มเติม 

ผมยอมรับว่าเป็นแฟนประจำของ สุทธิชัย หยุ่น มานานแล้ว  คอลัมน์กาแฟดำ ของเขานั้นเป็นคอลัมน์แรก หรือไม่เกินลำดับที่สามที่ต้องอ่านเมื่ออ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  แม้ว่าหลายๆครั้งผมจะไม่เห็นด้วย หรือเห็นขัดแย้งกับสิ่งที่เขานำเสนอผ่านคอลัมน์นั้น แต่ก็ต้องอ่าน เหมือนดื่มกาแฟแหละครับ  ถึงบางครั้งจะไม่อร่อยแต่ก็ต้องดื่ม

เพราะเหตุใดรึ…

เพราะอ่านคอลัมน์กาแฟดำแล้ว สิ่งที่ได้ก็คือ ได้ความคิดใหม่ๆ ยิ่งเมื่อใดก็ตามที่ผมเห็นแย้งกับกาแฟดำ นั่นยิ่งทำให้ได้ความคิดใหม่ๆมากขึ้น เพราะต้องคิดเพื่อที่จะแย้งเขาให้ได้  ให้มีเหตุผลเพียงพอที่จะมาคัดง้างกับเขา  และโปรดทราบว่า ถึงแม้ผมจะติดคอลัมน์เขาก็จริง แต่ผมไม่ได้เออออห่อหมกจนตกเป็นทาสความคิดของเขา

เขาทำให้ผม “ได้คิด” และ “คิดได้”   เขาเป็นคนเขียนหนังสือที่ทำให้ผมมักต้องคิดแย้งอยู่เสมอๆ  ซึ่งผมก็ดีใจอยู่เงียบๆว่า ผมสามารถคิดต่างจากคนระดับ “บิ๊กหยุ่น” ได้ ก็นับว่าเกิดปัญญาแก่ตนเองเป็นอย่างมาก

นอกจากการเขียนแล้วยังมีการวิเคราะห์ข่าวทางโทรทัศน์  การวิเคราะห์ของสุทธิชัย หยุ่น นั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ “ข้อมูล”  ซึ่งต้องนำมาแปลงเป็น “เนื้อสาร” ส่งถึงผู้รับ  หากการวิเคราะห์ใดๆที่มีข้อมูลไม่ดีพอแล้ว ก็เป็นแค่การโม้เรื่อยเปื่อยหาประโยชน์อันใดไม่ได้  แต่สำหรับการวิเคราะห์ของ สุทธิ ชัยหยุ่น นั้นมีข้อมูลที่หนักแน่น อ้างอิงได้  แม้บางครั้งเขาจะทำหน้าที่เป็นนักพยากรณ์ไปบ้าง แต่ก็อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่มี

ผมจึงชอบอ่านและชอบฟัง (หรือดู) สุทธิชัย หยุ่น  แต่ส่วนมากแล้ว จะอ่านมากกว่าฟัง

ผมอ่านเขาผ่านคอลัมน์ในกรุงเทพธุรกิจ และตามอ่านที่เว็บไซต์ Suthichaiyoon.com และที่บล็อก ของเขาที่ Oknation.net  ซึ่งมีคลิปวีดิโอข่าวให้ดูอย่างจุใจด้วย

สุทธิชัย หยุ่น

โดยส่วนตัว ผมยกให้สุทธิชัย หยุ่น เป็นหนึ่งในต้นแบบหรือ Role Model ของคนข่าว หรือ “สื่อมวลชน” เขาคือคนระดับเดียวกับ สนธิ ลิ้มทองกุล, สมเกียรติ อ่อนวิมล, เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง (นับเฉพาะในฐานะคนทำสื่อไม่นับบทบาททางการเมืองหรือบทบาทอื่นๆ)  ที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆแก่วงการสื่อมวลชน ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาทั้งรูปแบบและเนื้อหาของสื่อให้มีความเป็น “มืออาชีพ” มากขึ้น ดังนั้น การที่เขาได้ก้าวเข้ามาเป็น Blogger ก็ย่อมเป็นการยืนยันถึงพลังดึงดูดของ Blog ที่มีอยู่มหาศาล  ความคิด ความรู้ และข้อมูลที่เขาเผยแพร่ผ่านบล็อก ย่อมเป็น “สาร” ที่จะก่อให้เกิดความคิดใหม่ๆแก่สาธารณชนอีกทางหนึ่ง  ซึ่งตัวเลขของผู้ที่คลิกเข้าอ่านบล็อกของเขานั้นนับเป็นลำดับหนึ่งของบล็อก oknation.net  อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความนิยมในตัวบล็อกเกอร์ระดับบิ๊กของเนชั่นผู้นี้

คนใหญ่คนโตในวงการต่างๆนิยมเขียนบล็อกกันมากขึ้น แม้แต่ บิล เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟต์ก็มีบล็อกของตัวเองที่ Facebook.com แต่ได้ข่าวว่าประกาศแขวนคีบอร์ดถอดใจไปเสียแล้ว เนื่องจากทนต่อการถูก add จากผู้ใช้ไม่ไหว เพราะมีผู้ขอ add เป็นเพื่อนถึงวันละนับพันราย  และผู้บริหารของยักษ์ใหญ่ Google เช่น Matt Cutts ก็มีบล็อกเป็นของตัวเองเช่นกัน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีบล็อกที่ Hi5 ซึ่งมีคน add เป็นเพื่อนจำนวนมาก และสุทธิชัย หยุ่น ก็มีคนคลิกอ่านบล็อกของเขาแล้วนับแสนครั้ง

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า บล็อกเป็นสื่อและช่องทางสื่อสารที่เข้าถึงผู้คนได้เป็นจำนวนมากอีกทางหนึ่ง  มีความได้เปรียบสื่ออื่นๆตรงที่สามารถจัดเก็บข้อมูลหรือ “สาร” ไว้ได้ตลอดเวลา การจะค้นหาซ้ำ หรือ ย้อนหลัง ก็สามารถทำได้อย่างสะดวก ต่างจาก สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ เป็นอย่างมาก รวมถึงมีความเป็นอิสระในการนำเสนอข่าวสารอย่างไม่มีขีดจำกัด ดังนั้น บล็อกจึงเป็นสื่อที่ทรงพลังโดยแท้

นับแต่นี้ไปเราคงเห็นคนใหญ่คนโตมาเดินขวักไขว่ในบล็อก  หนึ่งในนั้นก็คือสุทธิชัย หยุ่น  แม้สิ่งที่เขานำเสนอนั้นจะเป็นการ “ทำซ้ำ” กับสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์  แต่ก็เป็นการเผยแพร่ให้กว้างขวางขึ้น  และเป็นการจัดเก็บข้อมูลข่าวสารที่ทำให้สามารถค้นหานำมาใช้ประโยชน์ได้ตลอดเวลา

แต่บอกตามตรง ผมชอบกาแฟดำบนหน้าหนังสือพิมพ์มากกว่า เพราะอ่านไปดมกลิ่นหมึกไปได้รสดียิ่ง.

Related Posts with Thumbnails เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน
This entry was posted on Friday, March 7th, 2008 and is filed under การสื่อสารและสื่อ. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

No Responses to “Big Blog : Suthichai yoon – ดูคนใหญ่มาเดินในบล็อก”

  1. Waipot on March 7th, 2008 at 3:08 am

    โดยในความเห็นส่วนตัวแล้ว ช่องทางสื่อสารที่เรียกว่า อินเทอร์เน็ต เป็นสื่ออิสระที่คนธรรมดาๆสามารถเป็นเจ้าของได้ ได้ง่ายกว่า สื่ออื่นๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ ซึ่งต้องลงทุนสูง

  2. Kosoltalk on March 7th, 2008 at 1:43 pm

    ครับคุณไวพจน์ ผมเห็นด้วยครับ

    มองในแง่การเป็นเจ้าของสื่อ นี่เป็นโอกาสอันดีที่ปัจเจกบุคคลสามารถสร้างสื่อของตนเองขึ้นมาได้ มีอำนาจในการกำหนดเนื้อหา บริหารจัดการได้อย่างอิสระ เพื่อแสดงตัวตนของตนต่อสาธารณะ ผมอยากเรียกว่าเป็นการประกาศ “อุดมการณ์” ของปัจเจกบุคคลผ่านข้อเขียนที่เขาเผยแพร่ผ่านบล็อก

    สื่ออินเตอร์เน็ตอยู่เหนือเขตแดนแห่งรัฐ รัฐไม่สามารถกำจัดขอบเขตหรือควบคุมสื่อประเภทนี้ได้อย่างง่ายดายเหมือนสื่อแบบเดิมแล้ว ดังนั้น บทบาทหรือพลังของสื่อชนิดนี้ในการสร้างมิติใหม่ทางสังคมจึงมีมากขึ้น โดยเฉพาะการแสดงจุดยืนทางการเมือง การต่อต้านรัฐ การแสดงความไม่เห็นด้วยกับรัฐ

    ดังจะเห็นได้จาก รัฐบาลที่ คมช. จัดตั้งขึ้นมา ไม่สามารถทำอะไรกับเว็บ ที่ต่อต้านรัฐบาล เช่น ไฮ-ทักษิณ ได้ เหมือนกับรัฐบาลปัจจุบันนี้ไม่สามารถจัดการกับเว็บไซต์ที่อยู่กันข้ามได้ด้วยเช่นกัน

    แต่น่าเป็นห่วงอยู่อย่างหนึ่งว่า เมื่อไม่สามารถควบคุมได้ ก็จะเกิดโทษได้มากพอๆกับเกิดประโยชน์ หากผู้ใช้นำไปใช้ในทางเสียหาย อาจถึงขั้นก่อให้เกิด “อนาธิปไตย” ในทางสังคม-การเมืองได้ในอนาคต

    นี่ ผมเพ้อเจ้อไปหรือไม่นี่?

  3. yawaiam on March 7th, 2008 at 10:09 pm

    น่าเป็นห่วงจริง ๆ ด้วย

  4. Waipot on March 7th, 2008 at 10:53 pm

    comment ของคุณโกศล ทำให้ผมตระหนัก ถึง ผลกระทบของอินเทอร์เน็ตต่อสังคม โดยเฉพาะเรื่องของการเมือง อาจกระทบกระเทือนรุนแรงต่อความมั่นคงของชาติได้ ในอนาคต ประเทศจีนจึงมีข่าวการบล็อคเวบไซต์บ่อยๆ

    ส่วนอีกเรื่องที่ผมเป็นห่วง(เยาวชน)ก็คือ การปล่อย คลิปโป้ หรือ สื่อลามกอนาจารบนอินเทอร์เน็ต ซึ่ง เราก็เห็นกันอยู่ว่า ทำได้ง่ายและระบาดอย่างรวดเร็ว น่าคิดทีเดียว

    เราคุยกันเครียดเกินไปหรือเปล่าครับเนี่ย ^_^

  5. เอก on March 8th, 2008 at 4:24 pm

    โฮ โฮ โฮ สนธิ ลิ้มฯ

    ผมจำคำพูดของเดวิด โอเกลวี่ เขาบอกว่าคนส่วนมากใช้ผลวิจัยแบบเดียวกับที่คนเมาใช้เสาไฟฟ้าเพื่อพยุงตัว มากกว่าใช้เพื่อแสงสว่าง

    บางครั้งพวกสื่อบางสำนัก ก็หาข้อมูลโน้มน้าวให้เชื่อในสิ่งที่เขาต้องการจะบอกเหมือนกับที่ คนเมา ใช้ ผลวิจัย

  6. โกศล อนุสิม on March 8th, 2008 at 5:23 pm

    คุณyawaiam ครับ ถ้ามองในแง่ร้าย (หรือตามความเป็นจริง?) ก็น่าเป็นห่วง

    คุณไวพจน์ครับ ผมคิดว่า เครียดแบบนี้เป็นความรับผิดชอบของผู้พวกเรา ผู้สร้างและผู้ใช้สื่อประเภทนี้ (ฮาๆ หัวเราะแก้เครียด)

    คุณเอกครับ ที่คุณเอกว่า นั่นแหลัเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง หากว่ากันตามทฤษฎีของฟูโกต์และกรัมชี่ ที่ว่าสื่อคือเครื่องมือในการสร้างและรักษาอำนาจ คนที่ควบคุมสื่อหรือเป็นเจ้าของสื่อก็ใช้สร้างความเชื่อถือแก่ตัวเองขึ้นมาได้ เพราะมันครอบงำคนได้ง่าย

    โจเซฟ กิบเบล (น่าจะใช่ชื่อนี้) ที่เป้นที่ปรึกษาด้านโฆษณาชวนเชื่อให้ฮิตเลอร์บอกว่า ยิ่งโกหกคำโตคนยิ่งเชื่อ ฮิตเลอร์โกหกคำโตผ่านสื่อคนเยอรมันก็เชื่อ และกรณีอีกมากมาย เป็นต้นฯ ยกเว้นกรมประชาสัมพันธ์ไทย (ฮา)

  7. iDayBlog on March 9th, 2008 at 1:29 am

    ผมชอบแนวของ Oknation.net มากครับ มุมมองแบบคนเป็นข่าว ใช้คนดังมาปั่นกระแสการข่าว ได้อย่างถึงพริกถึงขิงดี แต่บางทีเนื้อหาในบล็อก มันค่อนข้างจะจำกัดวงแคบเกินไป ถ้าเป็น MBlog ของเว็บไซต์ผู้จัดการนั้น ก็จะขยายกรอบทางความคิดได้ดีกว่านี้ แต่ถ้าออกแนวเด็กๆวัยรุ่น ก็คงไปสุมอยู่กับ Exteen ไม่ก็ Bloggang แต่ Bloggang ก็เริ่มตกดีที่มี Pantip คอยค้ำจุน

    สรุปเนื้อหาและคอนเซ็ปท์มันกำหนดกรอบให้คนเขียนบล็อก เลือกที่จะเขียนที่บริการของที่ใด

    ว่าไปแล้ว เรื่องคนดังมาทำตัวเด็ก และทำเด่น มันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดานะครับลุง เพราะทั่วโลกเขาก็ทำกัน เรียกว่าเป็นกระแสสังคมออนไลน์จะดูดีกว่า หรืออีกอย่าง รมต.ฉันเห็นชา เช็คเมล์ เขียนบล็อก ไม่เป็นก็ว่าไปอย่าง อ้าว!!! เล่นแรงเลยแหะ

  8. โกศล อนุสิม on March 10th, 2008 at 9:36 am

    เอ้อ ถามนายเดย์ที “รมต.ฉันเห็นชา” นี่เป็น รมต.แบบไหนนะ แต่เท่าที่ดู รมต.ยุคนี้หลายคนไม่ค่อยเห็นหัว ประชาชน อ้าว ลุงยิ่งแรงกว่า ประเดี๋ยวโดนบล็อคบล็อก เหอๆ

  9. iDayBlog on March 10th, 2008 at 8:54 pm

    แหะๆ นึกว่าลุงจะเข้าใจ ฉันเห็นชา –> I See Tea –> ICT รู้แล้วนะ เซ็นต์เซอร์ไว้หน่อย ไม่ค่อยอยากจะออกความเห็นแรงๆเท่าไหร่ครับ

  10. โกศล on March 11th, 2008 at 4:41 am

    โอ้! I see. คล้ายๆห้อง ฉันเห็นเธอ –I see you …>> ICU ถ้า รมต.ฉันเห็นชา เช็คเมล์เขียนบล็อกไม่เป็น ประเทศไทยก็คงอยู่ในห้องฉันเห็นเธอแหงๆ

  11. 5 บล็อกไทยที่แนะนำให้อ่าน | โกศล อนุสิม : คุยหลายเรื่องหลากรส on October 7th, 2008 at 1:27 pm

    [...] 5 เล่มที่อ่านในรอบปี 2550 *Big Blog : Suthichai yoon – ดูคนใหญ่มาเดินในบล็อก *Blog Brand and Brand Blog : เล่าเรื่องบทความ [...]

  12. Panya Sakulwong on December 2nd, 2008 at 4:36 pm

    เพิ่งเข้ามาเห็น ชอบที่ได้อ่าน
    ขอบคุณครับ

  13. โกศล อนุสิม on December 2nd, 2008 at 11:03 pm

    ขอบคุณครับคุณ Panya Sakulwong ที่มาเยี่ยมเยือนครับ ดีใจที่เห็นว่าดี และคงมีประโยชน์นะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ

Leave a Reply

kbiztalk

ยินดีต้อนรับทุกท่าน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosoltalk.com หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

bookandwriter

xirbit

เืดือนนี้มีอะไร

หมวดหมู่สาระพัน

เสียงเพื่อนพูดคุย

เรื่องเก่าๆเอามาให้อ่าน

eXTReMe Tracker Free counter and web stats