เลื่อนการประชุมอาเซียน : ไทยถูกเพื่อนลอยแพแล้ว
รัฐบาลประกาศเลื่อนการประชุมอาเซียนบวกสามซึ่งจะจัดขึ้นที่ภูเก็ตในเดือน มิถุนายน 2552 ออกไป โดยแจ้งว่าผู้นำของประเทศที่จะเข้าร่วมประชุมบางประเทศไม่ว่าง หรือว่างไม่ตรงกันนั้น ฟังแล้วก็เป็นเหตุผลที่พอจะรับฟังได้ เพราะผู้นำประเทศทุกประเทศ ต่างมีภารกิจมากมาย มีตารางเวลาล่วงหน้าเป็นปีๆ เมื่อมีเหตุการณ์ประชุมล่มที่พัทยาเมื่อช่วงสงกรานต์โดยอิทธิฤทธิ์ของคนเสื้อแดง การที่จะจัดประชุมในเดือนมิถุนายน ก็นับว่าเป็นเวลาที่กระชั้นชิดพอสมควร ผู้นำทั้งหลายก็มีกำหนดการภารกิจล่วงหน้าในเวลานั้นแล้ว จึงไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ ดังที่รัฐบาลไทยได้ให้เหตุผลไว้
หากจะฟังแบบผ่านๆ ฟังเฉพาะสิ่งที่รัฐบาลบอกก็คงไม่มีอะไรเป็นที่น่าสงสัย แต่หากได้สังเกตและคิดต่อสักนิด ก็จะพบกับข้อสงสัยหลายๆประการ ว่าเหตุผลที่ไทยเลื่อนประชุมอาเซียนออกไป มีเพียงเท่านั้นจริงๆหรือ คำตอบก็คือ ไม่น่าจะเป็นเพียงเพราะผู้นำว่างไม่ตรงกัน แต่น่าจะเป็นเพราะเหตุผลอื่นเป็นหลัก นั่นคือ ความเชื่อมั่นในประเทศไทยได้ลดลงอย่างต่ำสุดแล้ว
ก่อนที่จะประกาศเลื่อนการประชุม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่างเรื่องที่มีข่าวว่า ผู้นำประเทศที่เข้าร่วมประชุมจะขอนำหน่วยรักษาความปลอดภัยของตนมาเอง ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ตอบว่า สามารถทำได้ แสดงให้เห็นว่า ผู้นำต่างประเทศไม่มีความมั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัยของรัฐบาลไทย นั่นก็หมายความว่า ไม่มีความเชื่อมั่นในสถานะของรัฐบาลไทยว่าจะจัดการการก่อความวุ่นวายที่อาจจะมีขึ้นอีกได้ ดังนั้น การเสี่ยงเข้ามาในขณะที่ไม่มีความมั่นใจอะไรได้เลยย่อมมีอันตราย สู้ไม่เข้ามาเสียดีกว่า เพราะภาพการอพยพหนีตายแบบฉุกละหุกและอย่างทุลักทุเลที่พัทยาเมื่อเดือนเมษายน ยังคงฝังใจผู้นำทั้งหลายอยู่อย่างแน่นอน
การประกาศว่าเลื่อนประชุมเพราะผู้นำว่างไม่ตรงกัน จึงน่าจะเป็นเหตุผลที่นำมาอ้างเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของประเทศ ไม่ให้เกิดความเสียหายไปมากว่าที่เป็นอยู่เท่านั้น แต่จะสามารถรักษาได้เพียงใดก็ไม่แน่ใจนัก เพราะแม้สาธารณชนจะไม่สนใจเรื่องนี้ แต่ในแวดวงการทูตและผู้นำทั้งหลาย ย่อมจะรู้ถึงเหตุผลที่แท้จริงกันอยู่แล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ การดำเนินการใดๆของรัฐบาลไทยในเรื่องนี้และเรื่องต่างๆ ก็คงจะยากมากขึ้น ทำให้เป็นที่สงสัยว่า การประชุมที่เลื่อนไปเป็นเดือนตุลาคมนั้น จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่
ดังนั้น การเลื่อนประชุมที่ภูเก็ตในครั้งนี้ จึงเหมือนประเทศไทยถูกประเทศเพื่อนบ้านลอยแพเพราะไม่มีความเชื่อมั่นว่าจะจัดการกับปัญหาภายในได้ ไม่ต่างอะไรกับครอบครัวหนึ่งทะเลาะกันลั่นบ้าน ชวนเพื่อนบ้านมากินข้าวด้วยขณะที่ทะเลาะกันใครเขาจะอยากมา ดีไม่ดีอาจจะถูกลูกหลงเป็นไม้ตีพริกหล่นลงกบาลเอาได้ สู้อยู่ในบ้านของตนหรือไปกินข้าวบ้านเพื่อนคนอื่นๆดีกว่า
แล้วใครที่ทำให้ประเทศไทยถูกเพื่อนบ้านลอยแพ สูญเสียโอกาสดีไปมากมาย ภาพพจน์อันดีงามถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ ทำให้ประเทศต้องหยุดอยู่กับที่ขณะที่ประเทศอื่นๆเดินลิ่วหรือวิ่งไปข้างหน้า ซึ่งการกระทำเช่นนี้ก็คือการทำลายประเทศชาติดีๆนี่เอง
ไม่ว่าใครก็ตามที่ทำเช่นนี้ ย่อมสมควรที่จะถูกประณาม สมควรที่จะถูกลงโทษ สมควรที่จะหยุดได้แล้ว เพราะไม่เพียงแต่จะทำลายภาพลักษณ์ของประเทศเท่านั้น หากแต่จะทำลายประเทศลงย่อยยับ กลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนและดินแดนที่ถูกลืมไปในที่สุด
รัฐบาลไทยจะยอมให้เกิดขึ้น ประชาชนไทยจะยอมให้เกิดขึ้นอย่างนั้นหรือ?




เสียดายจังเลยค่ะ แล้วจะทำยังไงคะ