6 ข้อคิดเรื่องการเขียน

การเขียนเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่มนุษย์ทั่วไปก็มีโอกาสทำได้ ขอให้มีความสามารถอ่านออกเขียนได้เป็นพื้นฐานสำคัญ ความมหัศจรรย์ของการเขียนก็คือ การนำเอาอักษรเพียง 44 ตัว สระอีก 21 รูป (32 เสียง) และวรรณยุกต์อีก 4 รูป (5 เสียง)ในภาษาไทย หรือใช้อักษรโรมันเพียงแค่ 26 ตัวในการเขียนภาษาอังกฤษ มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวอันไม่มีที่สิ้นสุด ตามแต่ความรู้สึกนึกคิดและจินตนาการของผู้เขียนจะมีได้ จึงปรากฏว่า เรื่องราวที่สื่อสารผ่านตัวหนังสือ เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์แม้แต่มนุษย์เองก็อาจนึกไม่ถึง ทั้งๆที่เกิดจากการเสกสรรปั้นแต่งของมนุษย์เองแท้ๆ

……………………………………………………….
<< อาจินต์ ปัญจพรรค์ นักเขียนและบรรณาธิการ
ผู้ยึดถือหลักการ “ตะกร้าสร้างนักเขียน”
ภาพจาก : thaiwriterassociation.org
……………………………………………………….

การเขียนเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ที่ประกอบด้วยหลักการ ชั้นเชิง กลวิธี อันแยบยล หลากหลาย นักเขียนผู้ประสบความสำเร็จในโลกนี้จึงล้วนแต่มีศิลปะในการเขียนที่แตกต่างกันไป ไม่มีสูตรที่แน่นอนตายตัว แม้ว่าจะมีหลักการที่เรียนรู้กันโดยทั่วไป แต่ความสามารถในการนำหลักการไปใช้นั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่ใช่ว่าทุกคนที่รู้หลักการแล้วจะประสบความสำเร็จเหมือนกันหมด

ในที่นี้จะขอสรุปหลักการ หรือจะเรียกว่าข้อคิดเรื่องการเขียนที่นักเขียนทั้งหลายได้แนะนำไว้ในที่ต่างๆ มาให้พิจารณาเพื่อว่าจะมีประโยชน์ต่อบล็อกเกอร์อย่างเราๆท่านๆบ้าง แม้ว่าคำแนะนำทั้งหลายที่จะได้อ่านต่อไปนี้ เป็นคำแนะนำของนักเขียนหนังสือ แต่นำมาปรับใช้กับการเขียนบล็อกได้ เพราะไม่ว่าจะเผยแพร่ผ่านหนังสือหรือผ่านบล็อก ก็เป็นการเขียนเช่นเดียวกัน ต่างแต่เพียงช่องทางเผยแพร่เท่านั้น

ข้อคิดเรื่องการเขียนที่อยากนำมาบอกเล่ามีดังนี้

1.เขียนในสิ่งที่รู้ดีที่สุด นี่เป็นคำแนะนำที่พบเห็นโดยทั่วไป นักเขียนใหญ่ทั้งหลายมักแนะนำผู้อยากเขียนหนังสือด้วยคำแนะนำนี้เป็นอันดับแรก เพราะการเขียนเกี่ยวกับเรื่องที่เรารู้ดีที่สุด จะทำให้เราสามารถสื่อสารออกมาได้ดีที่สุด ตัวอย่างที่มีให้เห็นชัดเจนก็คือ นักเขียนชั้นครูอย่างอาจินต์ ปัญจพรรค์ เขียนเรื่องเหมืองแร่จากประสบการณ์ของตน ทำให้สามารถบอกเล่าเรื่องราวทั้งหลายทั้งปวงเกี่ยวกับชีวิตคนทำเหมืองแร่ได้อย่างมีชีวิตชีวา สมจริงสมจัง จนกลายเป็นวรรณกรรมอมตะอีกเรื่องหนึ่งของไทย

2.เขียนแล้วเขียนอีก นั่นคือ เขียนให้ดีจนตัวเองพอใจ ถ้ายังไม่พอใจก็ต้องเขียนใหม่ แก้ไขใหม่ให้ดีก่อนจะเผยแพร่ เช่น เอิร์สกิน คอลด์เวลล์ (Erskine Caldwell) หนึ่งในนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษที่ 20 ของอเมริกาและของโลก ซึ่งนวนิยายเรื่อง God’s Little Acre ของเขาขายได้ถึง 14 ล้านเล่ม ได้บอกเล่าไว้ว่า เขาจะเขียนและแก้ไขงานทีละหน้าจนพอใจแล้วค่อยเขียนหน้าต่อไป ส่วนอาจินต์ ปัญจพรรค์ นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ของไทย ได้กล่าวคำพูดที่ตอกย้ำการเขียนแล้วเขียนอีกว่า “ตะกร้าสร้างนักเขียน” นั่นคือ ถ้าเขียนไม่ดีก็จะถูกโยนลงตะกร้า ถ้าอยากให้ดีก็เขียนใหม่ ซึ่งสมัยก่อนนั้นนักเขียนต้องเขียนเรื่องส่งไปให้บรรณาธิการพิจารณาตีพิมพ์ ถ้าบรรณาธิการโยนลงตะกร้าก็ต้องเขียนอีก จนกว่าบรรณาธิการเห็นว่าดีแล้วและได้ตีพิมพ์ ดังนั้น ตะกร้าบรรณาธิการจึงสร้างนักเขียนด้วยประการฉะนี้

3.เขียนให้สั้น กระชับ ชัดเจน ได้ใจความ นี่ก็เป็นอีกกลวิธีหนึ่งของการเขียน ผู้ที่ให้คำแนะนำก็คือ เออร์เนส เฮมิงเวย์ (Ernest Hemingway) นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ในศตวรรษที่ 20 อีกคนหนึ่งซึ่งได้รับรางวัลโนเบลในปี พ.ศ.2497 จากนวนิยายเรื่อง The Old Man And The SEA เฮมิงเวย์ใช้วิธีการเขียนด้วยประโยคสั้นๆ ย่อหน้าสั้นๆ ในงานของเขาเป็นส่วนมาก วิธีการเขียนของเขากลายเป็นรูปแบบเฉพาะตนที่มีนักเขียนจำนวนหนึ่งพยายามยึดเป็นแม่แบบ ซึ่งการเขียนแบบสั้นๆ รวบรัด ชัดเจนแบบเฮมิงเวย์อาจเหมาะสำหรับการเขียนบล็อก ที่คนอ่านไม่ต้องการใช้เวลากับเรื่องหนึ่งๆนานเกินไป

4.เขียนแบบโค่นต้นไม้ทั้งป่ามาทำเก้าอี้ตัวเดียว นั่นคือ การเลือกสรรถ้อยคำอย่างพิถีพิถันประณีต มีความงดงามของภาษา มีความหมายที่ลึกซึ้ง เหมือนการทำเก้าอี้ที่ดีที่สุดก็ต้องใช้ไม้ที่ดีที่สุดมาทำ แม้จะตัดต้นไม้ทั้งป่าเพื่อหาไม้เนื้อดีที่สุดมาทำเก้าอี้ตัวเดียวก็ต้องทำ เช่นเดียวกับการเขียนหนังสือ ต้องคัดสรรถ้อยคำที่มีอยู่มากมายให้เหลือถ้อยคำที่ดีที่สุดมาใช้ในงานเขียน ผู้ที่ยึดหลักการนี้ก็คือ ประมูล อุณหธูป ผู้เป็นนักเขียนและนักแปลชั้นครูคนหนึ่งของไทย ที่สร้างสรรค์งานวรรณกรรมอันงดงามไว้มากมาย

5.เขียนอย่างมีวินัย นั่นคือ เมื่อตั้งใจเป็นนักเขียนแล้วก็ต้องมีวินัยในการเขียน ไม่ว่าจะเขียนหนังสือหรือเขียนบล็อกก็คงไม่แตกต่างกัน วินัยของนักเขียนก็คือ เขียนอย่างสม่ำเสมอ เมื่อถึงเวลาเขียนก็ต้องเขียน ส่วนจะเขียนเวลาไหน เมื่อไร เขียนมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับตัวเองจะกำหนดไว้ เช่น อาจใช้ระยะเวลากำหนด จากกี่นาฬิกาถึงกี่นาฬิกา หรือเขียนวันไหน เมื่อถึงเวลาก็ต้องเขียน จะมากน้อย ดีไม่ดี ก็ต้องเขียน ตัวอย่างของการรักษาวินัยในการเขียนนี้ นักเขียนรางวัลโนเบลชาวโคลัมเบียคือ กาเบรียล การ์เซีย มาเกซ (Gabriel Garcia Marquez) เจ้าของผลงานที่ยิ่งใหญ่ เช่น One Hundred Years of Solitude, Chronicle of a Death Foretold, Love in the Time of Cholera และอีกมากมายหลายเรื่องบอกว่า เมื่อถึงเวลาที่ต้องเขียนเขาก็จะนั่งที่พิมพ์ดีดทันที แม้ในวันนั้นจะนึกอะไรไม่ได้ เขียนอะไรไม่ออกแต่ก็ต้องนั่งอยู่ตรงนั้นจนหมดเวลา นี่คือตัวอย่างของการมีระเบียบวินัยในการเขียน

เกียรติบัตรของความภูมิใจเล็กๆเรื่องการเขียนของโกศลคนชอบโม้

6. เขียนเมื่ออยากเขียน เขียนเมื่อไม่อยากเขียน เขียนเมื่อเบื่อๆอยากๆ เขียนและเขียน จากนั้นเมื่อมีโอกาสเหมาะ จึงค่อยหยิบขึ้นมาอ่าน แล้วจะรู้ว่าเราเขียนใช่ได้หรือยังใช้ไม่ได้ ควรจะแก้ไขหรือจะทิ้งไป หากต้องทิ้งก็ทิ้งไปไม่ต้องอาลัยอาวรณ์แล้วเขียนใหม่ หากจะแก้ไขก็ลองตัดคำที่เกินมาออกไปสัก 20 เปอร์เซ็นต์ในครั้งแรก อ่านอีกครั้งหนึ่งถ้ายังรู้เรื่องก็ตัดอกไปอีก 30 เปอร์เซ็นต์ ถ้ายังอ่านรู้เรื่องก็ลองตัดออกไปเรื่อยๆจนกว่าจะอ่านไม่รู้เรื่องจึงหยุด อ่านรู้เรื่องที่สุดครั้งไหนก็เอาครั้งนั้นแหละเป็นต้นฉบับจริง นี่เป็นเคล็ดที่ผมใช้อยู่บ่อยๆ

ข้อคิดเรื่องการเขียน ทั้ง 6 ข้อที่กล่าวมานี้ คงเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านบ้าง แม้จะเล็กน้อยก็นับว่าคุ้มค่าแก่การนำมาบอกเล่า หวังว่าท่านทั้งหลายที่ได้อ่านแล้วจะนำไปปรับใช้ในการเขียนของท่าน เพื่อประโยชน์ในทางสื่อสารเนื้อหาสาระดีๆแก่ผู้อ่านบล็อกอย่างเต็มกำลัง

ขอขอบคุณที่อ่านจนจบ พบกันใหม่ในคราวหน้า สวัสดีครับ.

Related Posts with Thumbnails เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน
This entry was posted on Wednesday, October 15th, 2008 and is filed under อินเตอร์เน็ต บล็อกและเว็บ. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

No Responses to “6 ข้อคิดเรื่องการเขียน”

  1. MiMD on October 16th, 2008 at 12:40 am

    ถูกใจใช่เลยครับพี่โกศล เรื่องนี้ “ตะกร้าสร้างนักเขียน” หากว่าเป็นอย่างเราๆก็คงเปลี่ยนตามยุคสมัยเป็น “รีไซเคิล บิน-สร้างนักเขียน(บล็อก)” ก็คงพอได้นะครับ
    กับคุณอาจินต์ผู้เป็นยอดรักของคุณยายแน่งน้อยคนนี้ เป็นหนึ่งในนักเขียนที่ผมชื่นชอบตลอดกาล เวลาอ่านงานของแกแล้ว รู้สึกเหมือนนอนฟังผู้ใหญ่เล่าเรื่องชีวิตให้ฟังที่ริมระเบียงบ้านยังไงยังงั้น สบายๆ ด้วยภาษาง่ายๆ อบอุ่นด้วยความรู้สึกได้ดีจริงๆ :)

  2. PatSonic|Com on October 16th, 2008 at 12:51 am

    ไอ้ข้อสุดท้ายนี่สุดยอดครับเลิกยายังไม่รู้ แต่ผมก็ยังไม่ใช่คนที่จะมาเป็นนักเขียนจริงๆ จังๆ สักที ไม่เคยเขียนได้จบเล่มนึงสักหน มีอันจะต้องหลุดวงไปก่อนทุกครั้ง เหอๆ

  3. yawaiam on October 16th, 2008 at 1:04 pm

    ขอขอบคุณสำหรับความรู้ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

  4. โกศล อนุสิม on October 25th, 2008 at 8:17 pm

    >> MiMd “รีไซเคิลบิน สร้างนักเขียนบล็อก” เผงเลย โอ้ เย้!

    >> ท่าน Pat บล็อกของท่านพิมพ์หนังสือได้เป็นสิบเล่มแล้วมั้ง เหอๆ

    >> ครับ yawaiiam ขอบคุณที่มาเยี่ยมบ่อยๆครับ

Leave a Reply

kbiztalk

ยินดีต้อนรับทุกท่าน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosoltalk.com หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

bookandwriter

xirbit

เืดือนนี้มีอะไร

หมวดหมู่สาระพัน

เสียงเพื่อนพูดคุย

เรื่องเก่าๆเอามาให้อ่าน

eXTReMe Tracker Free counter and web stats