5 ข้อเสนอที่สังคมไทยต้องเร่งสร้างใน 10 ปี
ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของโลกเป็นไปในอัตราที่เร็วขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่มนุษย์คิดค้นและสร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกด้านต่างๆ การเคลื่อนย้ายของสิ่งต่างๆจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่งมีความเป็นอิสระ (Free Flow) มากจนอาจถึงขนาดที่เรียกว่า แทบไม่มีขีดจำกัดมาเป็นอุปสรรคในการเคลื่อนย้าย โดยอาศัยระบบการจัดการผ่านโลกออนไลน์ ที่กลายเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด ทั้งในด้านความสะดวก ความรวดเร็ว และความปลอดภัย
ประจักษ์หลักฐานของความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและอิสระนี้ ได้แก่ การเคลื่อนย้ายเงินทุนของทั้งส่วนบุคคล นิติบุคคล ทุกขนาดจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่ง จากประเทศหนึ่งไปยังประเทศหนึ่ง ตัวอย่างเช่น นักลงทุนสามารถเคลื่อนย้ายเงินลงทุนของตนจากตลาดหุ้นไทยไปยังตลาดหุ้นใดๆก็ได้ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า โดยใช้เวลาโดยใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีผ่านระบบออนไลน์ เพียงเศษเสี้ยววินาทีนี่เอง หากนักลงทุนเป็นจำนวนมหาศาลตัดสินใจถอนเงินลงทุนทั้งหมดของตนจากตลาดทุนแห่งหนึ่งไปพร้อมกัน อาจทำให้ตลาดทุนแห่งนั้นล้มครืนลงในชั่วพริบตาได้
การเปลี่ยนที่รวดเร็วและการเคลื่อนย้ายอย่างอิสระของระบบการเงินการลงทุนดังกล่าว เป็นเพียงหนึ่งในสิ่งทั้งหลายทั้งปวงของโลกปัจจุบันที่อยู่ในลักษณะเดียวกันนี้ ดังนั้น การเรียนรู้เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลง เพื่อที่จะสามารถรับมือและสร้างภูมิคุ้มกันให้เกิดขึ้นในแต่ละสังคมของแต่ประเทศ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด โดยเฉพาะสังคมที่ไม่ใช่เป็นต้นแบบของการคิดค้นเทคโนโลยีอย่างเช่นสังคมไทยนั้น จะต้องเร่งเรียนรู้การปรับตัวให้สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยตนเองและสามารถแข่งขันกับผู้อื่นในกระแสของความเปลี่ยนแปลงอันเชี่ยวกรากนี้
หากเตรียมตัวไม่พร้อม ปรับตัวไม่ดีพอ โอกาสที่จะถูกทิ้งอยู่เบื้องหลังผู้อื่นก็มีมากขึ้น โดยเฉพาะคู่แข่งขันในภูมิภาคเดียวกัน อย่างเช่น เวียดนาม มาเลเซีย หรือแม้กระทั่ง ลาว และกัมพูชา ที่กำลังเร่งความเร็วของตัวเองอย่างขนานใหญ่ทุกวิถีทาง ซึ่งสังคมไทยพึงไม่ควรประมาท
ต่อไปนี้ เป็นข้อเสนอ 5 ประการ อันเป็นความเร่งด่วนที่สังคมไทยต้องจัดการให้มีขึ้น ภายใน 10 ปี ซึ่งอันที่จริงแล้ว 10 ปีก็ช้ามากแล้วในอัตราความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน แต่โดยเงื่อนไขของสังคมไทยที่มีความยุ่งยาก วุ่นวาย ซับซ้อน อยู่ในขณะนี้ 10 ปีจึงเป็นเวลาที่เผื่อไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
1.เสถียรภาพทางการเมือง สิ่งนี้มีความจำเป็นเร่งด่วนที่สุด เพราะการเมืองเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานทุกภาคส่วนของ ทั้งการกำหนดนโยบาย การวางแผนอนาคตประเทศ การกำกับควบคุมกระบวนการพัฒนาประเทศ หากการเมืองไม่มีเสถียรภาพ ย่อมกระทบถึงการพัฒนาด้านต่างๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เสถียรภาพทางการเมืองในที่นี้ มิได้หมายเฉพาะการที่มีรัฐบาลเสียงข้างมากที่ทำให้รัฐบาลเข้มแข็งเท่านั้น หากแต่ต้องเป็นการเมืองที่มีคุณภาพ เป็นประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่าง
2. คุณภาพของระบบการศึกษา ปัจจุบันปัญหาเรื่องการจัดการศึกษาไทยมีหมักหมมเป็นจำนวนมาก จนบั่นทอนคุณภาพการศึกษาให้ตกต่ำลงทุกระดับชั้น ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ ความรู้ความเข้าใจของผู้เรียนในระดับช่วงชั้นต่างๆ ที่นอกจากจะเรียนในโรงเรียนแล้ว ยังต้องเรียนเพิ่มเติมตามโรงเรียนกวดวิชาต่างๆ เพื่อเสริมความรู้ให้ดียิ่งขึ้น นำไปสู่การสอบแข่งขันเข้าเรียนในสถานศึกษาที่สูงขึ้นได้ตามต้องการ สิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าวแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ระบบการจัดการศึกษาในโรงเรียนล้มเหลวอย่างแน่นอน จำเป็นที่จะต้องหาทางแก้ไขเยียวยาอย่างเร่งด่วน
3.การเรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคน โดยเฉพาะเทคโนโลยีการสื่อสาร (Information Technology-IT) นั้น จำเป็นที่จะต้องจัดการให้คนเรียนรู้ เข้าใจ เพื่อที่จะใช้ให้ เกิดประโยชน์มากที่สุด รวมถึงการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีที่มีอยู่ หรือคิดค้นดัดแปลงสร้างนวัตกรรมอันเป็นของตนเองขึ้นมา โดยเริ่มจากการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานในระบบการศึกษา ด้วยการกำหนดให้มีเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีพื้นฐานดังกล่าวเป็นวิชาหลัก เช่นเดียวกับ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาศาสตร์ (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) อาจเริ่มต้นจากช่วงชั้นเรียนที่ 2 (ประถมปีนี่ 4-6) เพื่อปูพื้นฐานให้เรียนรู้และเข้าใจเทคโนโลยีที่มีอยู่ รวมถึงการใช้ประโยชน์เบื้องต้นในเทคโนโลยีนั้น อันจะเป็นฐานความรู้ในการเรียนรู้เฉพาะทางในช่วงชั้นที่สูงขึ้นไป
4.การส่งเสริมนวัตกรรมทางเทคโนโลยีอย่างจริงจัง การเป็นเจ้าของเทคโนโลยีเป็นรากฐานอันสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจในปัจจุบัน แม้ไม่สามารถสร้างต้นแบบเทคโนโลยีขึ้นมาได้ แต่หากสามารถต่อยอดเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วในรูปแบบนวัตกรรมที่เหมาะสมต่อการใช้งานในสังคมไทย ย่อมจะทำให้สามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ลดการพึ่งพาผู้อื่นลง อาจนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีต้นแบบใหม่ๆของตนเองได้ อย่างเช่น การคิดค้นเทคโนโลยีด้านพลังงานชนิดต่างๆ ที่คนไทยมีความสามารถในการคิดค้น วิจัย ต่อยอดสิ่งที่มีอยู่แล้ว ดังนั้นสังคมไทยจะต้องสนับสนุนให้มีการพัฒนาจนสามารถใช้งานได้อย่างแท้จริง ดังเช่นที่ประเทศบราซิลเป็นต้นแบบของนวัตกรรมเชื้อเพลิงรถยนต์ ผลิตแก๊สโซฮอล์ใช้ในรถยนต์เมื่อ 30 ปีก่อน จนแพร่หลายไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยในปัจจุบัน
5.มองรากเหง้าให้เข้าใจ นอกจากการรับเอาความก้าวหน้าใหม่ๆจากภายนอกแล้ว สังคมไทยจะต้องมองกลับมาที่รากเหง้าของตนเองว่า สิ่งที่ดีงามที่เราหลงลืมและทอดทิ้งไปนั้นมีอะไรบ้าง อาจมีสินทรัพย์และภูมิปัญญาของสังคมไทยอีกมากมายที่ถูกบดบังด้วยสิ่งใหม่ๆ ทั้งๆที่ตามความเป็นจริงแล้วหากนำมาใช้อย่างถกต้อง เหมาะสม ก็จะเกิดประโยชน์แก่สังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนก็คือ ภูมิปัญญาทางการแพทย์แผนไทยที่สามารถรักษาโรคบางอย่างได้ผล ในขณะที่การแพทย์สมัยใหม่ของตะวันตกไม่สามารถรักษาได้ คนไทยได้ทอดทิ้งไปจนแทบจะสูญหาย แต่ปรากฏว่าชาวต่างชาติที่ได้ศึกษาวิจัยอย่างจริงจัง เห็นประโยชน์ ได้ทำการจดสิทธิบัตรตัดโอกาสคนไทยผู้เป็นเจ้าของไปอย่างน่าอับอายที่สุด เช่น สมุนไทยไพรเปล้าน้อยที่ชาวญี่ปุ่นได้จดสิทธิบัตรไปแล้ว เป็นต้น
การกลับไปสู่รากเหง้าของตนควบคู่ไปกับการพัฒนาสิ่งใหม่ๆนั้น เป็นกระแสใหม่ที่ประเทศต่างๆได้ดำเนินการอย่างจริงจังโดยทั่วไป เพราะต่างตระหนักกันดีว่า การพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนได้นั้น ไม่สามารถที่จะตัดขาดปัจจุบันจากอดีตได้โดยสิ้นเชิง การค้นหาอดีตมาเชื่อมดยงกับปัจจุบันได้ ย่อมจะสามารถสร้างความเข้มแข็งและพึ่งพาตัวเองได้มากยิ่งขึ้น
นี่เป็นข้อเสนอ 5 ประการที่ขอเสนอต่อสังคมไทย เพื่อเราท่านทั้งหลายพิจารณาร่วมกัน ขอท่านทั้งหลายที่ได้อ่านแล้ว หากเห็นว่าเป็นประโยชน์ขอได้ช่วยกันขยายความคิด หรือต่อยอด หรือนำไปปฏิบัติเท่าที่สามารถจะทำได้ในขอบเขตกำลังของตน ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยกันพัฒนาสังคมไทยที่เราต่างเป็นสมาชิก ต่างได้ประโยชน์ และต่างรับผิดชอบร่วมกันนั่นเอง.




Leave a Reply