เมื่อวันที่18 ธันวาคม 2551 คนไทยจำนวนนับล้านๆคนรวมถึงผมด้วยได้รับข้อความสั้น (SMS) ผ่านโทรศัพท์มือ ข้อความสั้นดังกล่าวคงไม่ใช่เรื่องที่น่าตื่นเต้นอะไร ซ้ำยังจะทำให้รำคาญด้วย ถ้าไม่ได้มาจากคนที่ชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีหนุ่มใหม่หมาดของไทย โดยข้อความดังกล่าวมีอยู่ว่า
“ผมนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ขอเชิญร่วมนำประเทศไทย ออกจากวิกฤติ สนใจได้รับการติดต่อกับผม กรุณาส่งรหัสไปรษณีย์ 5 หลัก มาที่เบอร์ 9191 (3 บ.) “
เมื่อส่งข้อความกลับไปตามเบอร์ดังกล่าว มีข้อความตอบกลับมาว่า
“ผมอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขอขอบพระคุณท่านและจะติดต่อกลับไปเร็วๆนี้”
หลังจากข้อความตัวหนังสือตอบกลับ ก็มีข้อความเสียงตามมาอีก เป็นการตอกย้ำว่านี่เป็นการสื่อสารจากอภิสิทิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทยจริงๆ หาใช่เรื่องคนมือทำเล่นๆ หรือเป็นกลยุทธ์หาเงินของพ่อค้าแต่อย่างใดไม่ หากแต่เป็นการสื่อสารจากนายกรัฐมนตรีจริง
เรื่องการส่งข้อความสั้นดังกล่าว มีทั้งคนเห็นด้วยและคนไม่เห็นด้วย คนที่เห็นด้วยก็บอกว่าเป็นการใช้สื่อสมัยใหม่ได้ดี เหมาะสมกับสถานการณ์ คนที่ไม่เห็นด้วยก็บอกว่า เป็นการยัดเยียด ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และตั้งข้อสงสัยว่าอาจใช้อำนาจทางการเมืองบีบผู้ให้บริการให้ความร่วมมือในกิจกรรมนี้ ในที่นี้จะไม่ขอกล่าวถึงเรื่องเหล่านั้น แต่จะขอวิเคราะห์ถึงมูลเหตุของการใช้ข้อความสั้นและผลที่จะเกิดขึ้นแก่นายกรัฐมนตรี รัฐบาล และพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งน่าจะเป็นต้นคิดเรื่องนี้
Written on December 19, 2008 | Posted in
การเมือง |
Leave a comment
ขอคุยเรื่องการเมืองอีกสักครั้งนะครับ
ตอนนี้กำลังฝุ่นตลบ ขณะที่ผมเขียนเรื่องนี้เป็นเวลาตีสี่ห้าสิบห้านาที ของวันที่ 10 ธันวาคม 2551 พอตะวันขึ้นก็จะเป็นวาระแห่งการรำลึกถึงการประกาศใช้รัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรกของไทย โดยเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรสยาม ฉบับถาวร เพื่อเป็นหลักในการปกครองของประเทศให้แก่ประชาชนชาวไทย เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ ทางราชการจึงกำหนดให้เป็น “วันรัฐธรรมนูญ”
ต่อมาไม่นานรัฐธรรมนูญฉบับถาวรดังกล่าวก็ถูกฉีกทิ้ง แล้วเขียนขึ้นมาใหม่ เป็นอย่างนี้เรื่อยมา ตลอด 76ปีของประชาธิปไตยไทย รัฐธรรมนูญถาวรและชั่วถูกประกาศใช้รวมกัน 18 ฉบับ ฉบับถาวรบางฉบับมีอายุน้อยกว่าฉบับชั่วคราว หากจะหาผู้เชี่ยวชาญในการจัดทำรับธรรมนูญ คนไทยย่อมติดอันดับโลกอย่างมิต้องสงสัย
วันที่ 10 ธันวาคมปี 2551 นี้ นับว่าประจวบเหมาะกันดีแท้ ที่ประเทศไทยกำลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งประเทศไทยฉบับปี 2550 ที่ก่อความขัดแย้งวุ่นวายจนเกือบจะกลายเป็นจลาจลมาแล้ว เพราะจะมีคนจ้องแก้ไขรัฐธรรมนูญและคนขัดขวางไม่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ จนรัฐบาลไทยต้องล้มไปถึง 2 ชุดในเวลาไม่ถึงปี ใช้นายรัฐมนตรีไปถึง 2 คน
การแข่งขันกันจัดตั้งรัฐบาลระหว่างนักการเมืองสองขั้วจึงเป็นไปด้วยความดุเดือด นักการเมืองวิ่งเปลี่ยนขั้วเลือกข้างอย่างเมามัน เรียกว่าวิ่งกันฝุ่นตลบ ทั้งสองฝ่ายก็อ้างว่าจัดตั้งรัฐบาลเพื่อบ้านเมือง การเปลี่ยนขั้วเปลี่ยนข้างก็เพื่อประชาชน บางคนในบางกลุ่มถึงขนาดบอกว่า การเปลี่ยนขั้วเลือกข้างนั้นแม้จะถูกด่าว่าก้ต้องดำเนินต่อไป “ถอยเป็นหมา เดินหน้าเพื่อชาติ” เขาว่าอย่างนั้น
แล้วคุณผู้อ่านที่เป็นขาจรและขาประจำ โกศลทอล์คล่ะครับ เชื่อไหม [...]
Written on December 10, 2008 | Posted in
การเมือง |
Leave a comment
ผมเขียนเรื่องนี้เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2551 หลังจากศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาให้ยุบพรรคการเมือง 3 พรรค อันได้แก่ พลังประชาชน ชาติไทย และ มัชฌิมาธิปไตย เพราะกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งและผิดรัฐธรรมนูญ และตัดสิทธิ์ทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปี ทำให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เป็นกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบต้องพ้นจากตำแหน่งโดยทันที
กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ชุมนุมขับไล่รัฐบาลมาหกเดือน ล่าสุดบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองเพื่อกดดันให้รัฐบาลลาออก ก็ประกาศเลิกชุมนุมในวันที่ 3 ธันวาคม เวลา 10.00 น. ทำให้สถานการณ์การเมืองและความวุ่นวายจาการปิดสนามบินทั้งสองแห่งสงบลง
บรรยากาศอันตรึงเครียดที่เป็นมาตลอดระยะเวลากว่า 6 เดือน นับแต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจัดชุมนุมขึ้น ก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ประชาชนไทยพอจะมองเห็นความหวังในการนำพาประเทศชาติเดินต่อไปข้างหน้าบ้าง แม้จะขลุกขลักแต่ก็ดีกว่าถอยหลังหรือหยุดอยู่กับที่
แต่หากพิจารณาตามความเป็นจริงแล้ว เหตุการณ์ที่ดุเหมือนสงบลงนั้น เป็นเพียงแค่ปรากฏการณ์หน้าฉากเท่านั้น เพราะหลังฉากยังมีการต่อสู้แย่งชิงทางการเมืองกันอยู่อย่างดุเดือด ความสงบที่เกิดขึ้นขณะนี้ อาจเป็นเพียงการพักรบระยะหนึ่ง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เหตุการณ์อาจจะปะทุขึ้นอีก และอาจรุนแรงกว่าที่ผ่านมาหลายเท่า
Written on December 3, 2008 | Posted in
การเมือง |
Leave a comment
คนไทยที่ไม่ได้เข้าร่วมฝักฝ่ายใด ระหว่างกลุ่มคนเสื้อเหลืองกับเสื้อแดง ตอนนี้ก็คงมีคำถามไม่ต่างกัน นั่นคือ เหตุการณ์บ้านเมืองที่วุ่นวายอยู่นี้ มันจะเดินไปในทิศทางใดต่อและจะจบลงยังไง สองคำถามนี้เกิดขึ้นคู่กัน และไม่มีคำตอบ
มีคนพยายามเสนอทางออกในการแก้ไขปัญหามากมาย ได้แก่ การยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน หรือนายกรัฐมนตรีลาออก แต่คำตอบที่ได้รับก็คือ ฝ่ายรัฐบาลที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงสนับสนุนก็บอกว่า ไม่ยุบสภาและไม่ลาออก เพราะมีความชอบธรรมในการบริหารราชการบ้านเมืองเนื่องจากได้รับเลือกมาจากประชาชน
ฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือคนสวมเสื้อเหลือง ที่ประท้วงรัฐบาลมาหลายเดือนแล้ว ก็ยืนยันว่า ไม่หยุดชุมนุมจนกว่ารัฐบาลนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลาออกและรับประกันว่าจะไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่อยู่ต่างประเทศก็เปิดประเด็นโจมตีประเทศของตนเองอย่างไม่มีชิ้นดี โดยเฉพาะศาลสถิตยุติธรรมถูกอดีตนายกรัฐมนตรีกระหน่ำอย่างไม่ยั้ง รวมถึงส่งสัญญาณให้กลุ่มคนเสื้อแดงที่สนับสนุนตนและรัฐบาลชุมนุมเผชิญหน้ากับพันธมิตรฯ แข่งกันสร้างความเสียหาบซ้ำเติมประเทศชาติอย่างไม่ยั้งมือ
Written on December 2, 2008 | Posted in
การเมือง |
Leave a comment