ไมโครซอฟท์จะฆ่าตัดตอนวิสต้า เข็นวินโดว์7 ออกมาแทน

อ่านข่าวจาก Bangkokbiznews.com ซึ่งอ้างอิงข่าวมาจากหนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ อีกที่หนึ่ง เรื่องไมโครซอฟท์เปิดเผยโฉมหน้าระบบปฏิบัติการ “วินโดว์ส 7″ ที่จะออกมาใช้แทนวิสต้าในไม่ช้านี้
ข่าวบอกว่า ระบบปฏิบัติการใหม่นี้ใช้ “วินโดว์ส7″ เพื่อแสดงถึงเส้นทางการพัฒนาระบบปฏิบัติการในพีซี ของไมโครซอฟท์ ซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนารุ่นที่ 7 นับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 โดยคาดว่ายักษ์ซอฟต์แวร์จะออกเวอร์ชั่นทดลอง “วินโดว์ส 7″ ช่วงต้นปีหน้า
ข่าวนี้เปิดเผยโดยสตีเฟน ซินอฟสกี หัวหน้าทีมพัฒนาวินโดว์สเวอร์ชั่นใหม่ ของไมโครซอฟท์ ได้กล่าวแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ ก่อนเริ่มงานประชุมนักพัฒนาของบริษัท พร้อมยอมรับข้อผิดพลาด ที่เกิดขึ้นกับวิสต้า ซึ่งบริษัทได้รับฟัง และกำลังแก้ไขข้อจุดบกพร่องที่เกิดขึ้น
ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ได้รับการพัฒนาทาสก์-บาร์ ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น รวมถึงประสิทธิภาพด้านค้นหา และการใช้งานฟังก์ชั่นโฮมเน็ตเวิร์คง่ายขึ้น รวมถึงไฟล์แชริ่ง ทั้งมีกระแสข่าวว่าไมโครซอฟท์ มีแผนจะยกระดับวินโดว์ส7 ให้สามารถใช้ประโยชน์จากหน่วยประมวลผลมัลติคอร์รุ่นใหม่ๆจากอินเทล และเอเอ็มดีได้มากขึ้น

Blog Happens : Free Wordpress Theme สวยงามน่าใช้โดยคุณเม่น

โกศลทอล์ค ไม่เคยแนะนำ Theme มาก่อน เนื่องจากรู้ว่าทุกท่านรู้เรื่องธีมดีกว่าผมแน่นอนอยู่แล้ว โดยท่านเซียนๆทั้งหลายทำหน้าที่นี้อย่างขันแข็งที่บล้อกของท่าน ดังนั้นจึงยั้งไว้ไม่กระทำการแข่งเซียน
แต่วันนี้ขอละเมิดหลักการตัวเองสักครั้ง ด้วยการแนะนำธีมพิเศษให้ท่านทั้งหลายได้ลองทัศนา เนื่องจากว่าเป็นของคนไทย คือคุณเม่นแห่ง iMenn.com หลายๆคนคงคุ้นเคยชื่อนี้ดี
ผมได้แนะนำ Theme นี้ไว้ที่บล็อกภาษาอังกฤษคือ Kosolanusim.com แล้ว ถ้ามีฝรั่งหลงเข้ามาก็คงได้อ่านและรู้ว่าคนไทยทำ Theme แจกเหมือนกัน ความสวยงามน่าใช้ก็ไม่แพ้ฝรั่งจีนแขก ผมเชื่อว่าคนเป็นจำนวนไม่น้อยเห็น Blog Happens Theme ของคุณเม่นแล้วต้องโดนใจแน่ๆ
ใครที่เข้าบล็อกของคุณเม่นแล้วชอบธีมที่เขาใช้ บอกก็ได้ว่านั่นแหละเป็นธีมเดียวกับที่เขาทำแจก หรือจะดูที่บล็อก Diary.kosoltalk.com ของผมก็ได้ สวยงามจริงๆ
สำหรับรายละเอียดของธีม Blog Happens นั้น เป็นธีมสีน้ำเงินกับขาว สองคอลัมน์ จัดวางตำแหน่งโพสต์กับไซด์บาร์ไว้อย่างสวยงาม ขนาดรูปก็พอดีๆ คือ 80X80 แสดงผลหน้าแรกสวยงามมาก เท่าที่ดูแล้วทุกบล็อกที่นำไปใช้ออกอาการเริดกันถ้วนหน้า (ยกเว้นบล็อกของผมนี่แหละทำท่าไม่ค่อยสวยเพราะรูปประกอบห่วยกว่าเพื่อน เหอๆ)
ถ้าสนใจรายละเอียดก็คลิกไปดูได้ครับ ไปอ่านรายละเอียดและดาวน์โหลดได้เลย ต้องขอบคุณคุณเม่นผู้ใจดีที่สร้างสรรค์ธีมสวยๆให้เราใช้ และเป็นคนไทยที่มีความสามารถแจกของดีมีคุณภาพให้คนทั่วโลกใช้ด้วย เรามาช่วยกันใช้และช่วยกันโปรโมทให้คนรู้จักกว้างขวางยิ่งขึ้นไป
ขอให้มีความสุขและสนุกกับการเขียนบล็อกครับ.
>> อ่านรายละเอียดและดาวโหลด Blog Happens ที่นี่ <<

“คมความคิดเจ้าสัว” หนังสือที่ทุกคนควรอ่าน

มีคนกล่าวไว้ว่า “การอ่านคือพื้นฐานของชีวิต” ซึ่งเป็นความจริงอย่างมิต้องสงสัย เพราะการอ่านทำให้เกิดการรับรู้ความรู้ใหม่ๆ ข้อมูลใหม่ๆ ที่นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด การอ่านจึงเป็นการเรียนรู้ที่เป็นทางลัดที่สุด
ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างฝรั่งดั้งขอทั้งหลาย สร้างวัฒนธรรมการอ่านที่เข้มแข็งเป็นอย่างยิ่ง ดังเห็นได้จากมีฝรั่งที่ไหนมีการอ่านหนังสือที่นั่น บนรถยนต์ บนเครื่องบิน บนชายหาด ถ้าพอมีเวลาหน่อยพวกฝรั่งก็จะอ่านหนังสือ การอ่านเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลยก็ว่าได้
ส่วนคนไทยเรานั้น ดังที่ทราบ เคยมีการวิจัยสรุปได้ว่า เราอ่านหนังสือกันเฉลี่ยคนละ 6 บรรทัดต่อปี นี่เป็นผลวิจัยหลายปีมาแล้ว ถึงบัดนี้ไม่ทราบว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงเป็นประการใด แต่ข้อมูลดังกล่าวชี้ชัดว่า เราอ่านหนังสือน้อยมาก
การอ่านเป็นประโยชน์แก่ชีวิตเป็นอย่างยิ่ง หนังสือเรื่อง “คมความคิดเจ้าสัว” เล่มที่กำลังกล่าวถึงนี้ยืนยันได้ เพราะบรรดาเจ้าสัวทั้งหลายที่ประสบความสำเร็จในชีวิตการงาน เป็นเจ้าของธุรกิจพันล้านหมื่นล้าน เป็นคนร่ำรวยด้วยทรัพย์มากมายนั้น มีพื้นฐานมาจาการร่ำรวยปัญญาที่ได้จาการอ่าน แล้วนำมาใช้งานในชีวิตจริง
“คมความคิดเจ้าสัว” เป็นหนังสือที่เจ้าสัวทั้งหลายได้บอกเล่าประสบการณ์การอ่านหนังสือของตน จนทำให้ได้ความรู้และเกิดปัญญา นำมาใช้ในการบริหารธุรกิจ ต่างคนต่างมีแง่มุมในการอ่านแตกต่างกันอยู่บ้างตามความสนใจของตน แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ ประโยชน์ที่เกิดจาการอ่านนั้นมีมหาศาล

5 บทความดีๆที่จะช่วยสร้างบล็อกให้เจริญๆโดยบล็อกเพื่อนบ้านโกศลทอล์ค

เพิ่งกลับมาจากไปตะลอนดอยตะลุยดงที่เชียงใหม่มาครับ ยังไม่ได้เขียนเรื่องใหม่ๆเลย ได้แต่อ่านเรื่องของเพื่อนบ้านก่อน มีบทความดีๆเป็นจำนวนมากที่ล้วนแต่มีประโยชน์ในการสร้างบล็อกให้งอกงาม จึงขอนำมาแจ้งไว้ในที่นี้ให้คุณๆทั้งหลายไปอ่านกันนะครับ ใครไม่ได้ไปที่บล็อกต้นเรื่อง ก็ไม่รู้ ดังนั้น ผมจึงนำลิงค์มาแปะไว้ที่นี้ ถ้าสนใจก็ตามไปอ่านได้
เรื่องที่ 1 ที่จะขอแนะนำคือ เรื่องจากนายต๊ะ-ทรงชัย ณะอำภัย จอมยุทธ์ Hotel Affiliate หรือ Travel Affiliate เจ้าสำนัก Songchaiblog.com เสนอบทความเรื่อง “4 วิธีเด็ดๆ ที่จะเพิ่มเนื้อหาให้กับเว็บไซต์และบล็อกของคุณ ฉบับ นาย ทรงชัย” แนะนำวิธีเพิ่มเนื้อหาในบล็อกเพื่อสร้าง Traffic ให้แน่นหนาราวกับการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนของกรุงเทพฯ เป็นวีที่ไม่ยากเย็นอะไร ดูจากการจราจรในบล็อกของเจ้าสำนักได้ พอกดเข้าไปอ่านก็ได้ยินเสียงทรงชัยรวยแล้วๆ เชิญตามลิงค์ไปอ่านได้เลยครับ
เรื่องที่ 2 ที่ยินดีแนะนำคือ “สร้างสีสันลิงก์ภาพด้วย Lightbox 2” โดย “ลิงกินผัก” แห่ง xirbit.com โดยบล็อกนี้แนะนำความรู้ที่มีประโยชน์ในการทำบล็อกของสาวก WordPress เป็นอย่างยิ่ง หากใครสนใจวิธีแต่งภาพให้สวยงามด้วยปลั๊กอินของ WP ก็ตามลิงค์ไปอ่านได้ เขาบอกวิธี Set ปลั๊กอินเอาไว้ ทำตามได้ง่ายๆแหละน่า [...]

ธนบัตร 20 กับ 1,000 คุยกัน

กาลครั้งหนึ่งเมื่อใดก็ไม่ทราบได้ ธนบัตรใบละ 20 บาทกับใบละ 1,000 บาท มีโอกาสเจอกันในกระเป๋าใส่เงินใบหนึ่ง ทั้งสองจึงได้พุดคุยไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบและแลกเปลี่ยนประสบการณ์
นับแต่ถูกผลิตขึ้นแล้วเดินทางสู่โลกกว้างผ่านตู้เอทีเอ็มของธนาคาร ธนบัตรทั้งสองก็เดินทางไปตามสถานที่ต่างๆแล้วแต่คนจะพาไป เปลี่ยนเจ้าของไปมากมายจนไม่สามารถจดจำได้

บล็อกหนอบล็อก! จะอะไรกันนักหนา

เบื่อเขียนบล็อกบ้างไหมครับ?
อันที่จริงแล้ว เมื่อเราทำอะไรก็ตาม หากทำบ่อยๆก็จะเกิดความเคยชิน เมื่อเกิดความเคยชินนานๆเข้าก็กลายเป็นซ้ำซาก เมื่อซ้ำซากอยู่ไม่หายก็จะกลายเป็นความเบื่อหน่าย เมื่อเกิดความเบื่อหน่ายขึ้นแล้วหากกำจัดความเบื่อหน่ายไปไม่ได้ก็อาจเตรียมตัวสวัสดีลาก่อนกับเรื่องนั้นๆ
เหมือนยามรักน้ำต้มผักที่ขมๆก็ว่าหวาน แต่ยามหมดรักน้ำตาลหวานๆก็กลายเป็นน้ำต้มผักได้ การเขียนบล็อกก็เหมือนกัน!
คงมีบ้างแหละที่พวกเราชาวบล็อกมีบางช่วงที่เบื่อๆกับเรื่องเขียนบล็อกและอ่านบล็อก จากพฤติกรรมที่ว่างเมื่อไรก็เข้าบล็อก กลายมาเป็นว่าแม้ถึงเวลาอัพเดตก็ไม่อยากทำ เพราะเบื่อขึ้นมาเฉยๆ ไม่รู้ว่าจะทำไปหาพระแสงอันใด ชีวิตนี้ทำไมต้องบล็อก จะบล็อกอะไรกันนักหนา แค่งานที่ทำในหน้าที่ก็ปวดกะบาลแทบจะตายอยู่แล้ว
การเขียนบล็อกของแต่ละคนก็มีเหตุผลแตกต่างกันไป จุดประสงค์ในการคิด เค้น กลั่นกรองถ้อยคำเป็นเรื่องราวแล้วนำมาลงบล็อก ทั้งจุดประสงค์หลัก จุดประสงค์รอง ทั้งเปิดเผยทั้งซ่อนเร้นก็คงมีกันคนละหลายๆข้อ แต่ที่เหมือนกันก็คือ ต้องการให้คนอื่นๆรู้ว่าเราคิดอะไร ต้องการให้ใครๆรู้ว่าเรามีตัวตนอยู่ในโลกนี้ และที่สำคัญอยากทำประโยชน์ให้คนอื่นๆบ้าง ผ่านข้อเขียนของเรา
แต่อย่างที่บอก ทำไปๆบางทีก็คิดอะไรไม่ออก ทำให้เบื่อหน่ายเอาได้ จนพาลโมโหให้บล็อก อะไรๆกันนักหนา จะเขียนไปทำไมกันล่ะเว้ย มีคนอ่านสักคนไหมล่ะเนี่ย ฯลฯ
แต่แน่นอนว่า ร้อยทั้งร้อยแม้จะเบื่อแต่ก็ไม่มีใครอยากเลิกเขียนบล็อก เพียงแต่หงุดหงิดรำคาญ ดังนั้น จึงต้องหาวิธีแก้อาการเบื่อให้หมดไป ในที่นี้ ผมอยากจะแบ่งปันหนทางกำจัดความเบื่อซึ่งพิสูจน์มาแล้วว่าได้ผล อาทิ

5 วิธีเปิดเรื่องง่ายๆให้โดนใจ

บล็อกเกอร์ทั้งหลายอยากเปิดเรื่องให้โดนใจคนอ่านไหมครับ?
คำตอบก็คงไม่พ้นคำว่าอยาก ตัวผมเองที่คุยโม้อยู่นี่ก็อยากเปิดเรื่องให้โดนใจท่านทั้งหลาย ทำให้ท่านอ่านเรื่องไปจนจบแล้วได้สาระอย่างสาสมใจ และนำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย คุ้มค่าแก่เวลาที่เสียไปในการอ่าน
ล้อมวงเข้ามาเลยครับ มาลองดูวิธีเปิดเรื่องให้โดนใจที่ผมกำลังจะเล่าให้ฟัง อ้อ…อย่าเข้าใจว่าผมเป็นกูรูหรือพวก “กูรู้” นะครับ ผมเป็นพวก “กูไม่รู้” แต่ที่โม้อยู่ได้ทุกวันนี้ก็ด้วยการจำขี้ปากเขามาเล่าต่อทั้งนั้น
วิธีเปิดเรื่องให้โดนใจเขาเปิดกันอย่างไร นายเบร็น คลาร์ค (Brain Clark) มีคำตอบไว้ให้แบบสั้นๆง่ายๆ 5 ข้อ ในชื่อเรื่อง “5 Simple Ways to Open Your Blog Post With a Bang” เผยแพร่ใน Copybloger.com มาดูซิว่านายสมองครากเขาแนะนำว่าอย่างไร
วิธีที่ 1 เปิดเรื่องด้วยคำถาม วิธีนี้จะทำให้ผู้อ่านต้องครุ่นคิดใคร่ครวญ อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเรื่องราวที่เราเขียน ซึ่งเป็นการดีทีเดียวที่จะดึงดูดใจให้อ่านเรื่องทั้งหมด (ดูการเปิดเรื่องข้างต้นเป็นตัวอย่าง เหอๆ)

กฎการเล่าเรื่องลงบล็อก

ถ้ายังไม่เบื่อเรื่องเกี่ยวกับวิธีการเขียนก็เชิญล้อมวงเข้ามา แต่ถ้าเบื่อก็ขออภัย และโปรดถอยห่างไปตามสะดวก จะได้ไม่เสียอารมณ์ของท่านนะขอรับ
ศาสตร์ของการเขียนนั้นลุ่มลึกและกว้างขวางจนเรียนรู้ไม่มีวันหมด ลำพังการเขียนเรื่องเพื่อพิมพ์เป็นหนังสือก็มีมากมายหลายวิธีอยู่แล้ว เมื่อเกิดบล็อกขึ้นก็เกิดวิชาเขียนบล็อกตามมา นักเขียนคือบล็อกเกอร์ก็ต่างเสาะหาวิธีการเขียนเพื่อให้เกิดผลคือมีคนอ่านแล้วติดใจจนกลับมาอ่านอีก ซึ่งวิธีการที่แต่ละคนคิดค้นขึ้นมานั้นก็ไม่ได้รับประกันว่าจะได้ผลเสมอไป คนหนึ่งใช้ได้ผลแต่กับอีกคนอาจไม่เกิดอะไรขึ้น เหมือนกับเขียนแล้วพิมพ์เป็นเล่มนั่นแหละ
คราวนี้ขอเก็บข้อแนะนำจากบล็อกเกอร์หญิงมาให้อ่านกันดูบ้าง หลังจากอ่านเรื่องของบล็อกเกอร์ชายมาหลายเรื่องแล้ว นั่นคือ ข้อเขียนเรื่อง “8 กฎการเล่าเรื่องลงบล็อก” หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า “8 Rules for Telling Stories on Your Blog” เป็นผลงานของ เจนิเฟอร์ ฟุลไวเลอร์ (Jennifer Fulwiler- ไม่รู้ออกเสียงถูกต้องหรือไม่ ตกลงว่าให้เข้าใจตามที่ออกเสียงมาก็แล้วกัน) ซึ่งเผยแพร่ใน dailyblogtips.com
แม่หญิงเจนิเฟอร์ ฟุลไวเลอร์ เป็นใครมาจากไหน? ตามประวัติที่แนะนำไว้จับใจความได้ว่า เธอคือนักเขียนและนักพัฒนาเว็บไซต์ซึ่งเป็นที่รู้จักและถูกอ้างอิงอยู่เสมอๆ บล็อกของเธอคือ ConversionDiary.com
แม่หญิงเจนิเฟอร์กล่าวว่า การเขียนเรื่องลงบล็อกประเภทที่เรียกว่าบันทึกความทรงจำ (diary-style) นั้นส่วนมากมักจะเป็นเรื่องยาวๆ เมื่อคนเห็นแวบแรกก็มักจะถามตัวเองว่ามันคุ้มค่าไหมที่จะอ่านเรื่องยาวเฟื้อยแบบนี้ ดังนั้นจะต้องหาวิธีการเขียนที่ทำให้ผู้อ่านมองผ่านแวบแรกแล้วบอกตัวเองว่ามันน่าอ่านดีแท้ ดังนั้นเธอจึงเขียน “8 กฎการเล่าเรื่องลงบล็อก” ซึ่งจะขอยกมาเล่าต่อบางประการ ได้แก่

Billy Lim Dare To Fail – คนกล้าล้มเหลว

เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เป็นตัวแทนบริษัทประกันชีวิตอยุธยาอลิอันซ์ซีพี ผมได้ฟัง บิลลี่ ลิม (Billy Lim) พูดในงานฝึกอบรมที่บริษัทจัดขึ้นเพื่อเพิ่มทักษะและกำลังใจแก่ตัวแทนประกันชีวิตหลายครั้ง บิลลี่ ลิม คือชายร่างเล็ก เสียงดัง มีพลัง และมีลีลาในการพูดที่ไม่ซ้ำแบบใคร เรียกทั้งเสียงหัวเราะสนุกสนานและความซาบซึ้งในถ้อยคำที่เขาเลือกสรรมาใช้ตรงกับลีลาอาการที่แสดงออกบนเวที

สำหรับผมแล้ว เขาคือแบบอย่างของนักต่อสู้ที่เรียกว่าเป็นแบบ “กัดไม่ปล่อย” เป็นคนที่ประสบความล้มเหลวมาแล้วทุกอย่าง ทั้งชีวิตและการงาน ตั้งแต่สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ล้มเหลวในชีวิตรัก ล้มเหลวในเรื่องการงาน ทำธุรกิจเจ๊งแล้วเจ๊งอีก แต่ก็ไม่ได้ย่อท้อ จนในที่สุดกลายเป็นคนประสบผลสำเร็จในการเขียนหนังสือบอกเล่าประสบการณ์ความล้มเหลวของตัวเองและผู้อื่น ปลุกปลอบสร้างกำลังใจให้คนที่กำลังล้มเหลวลุกขึ้นสู้ หนังสือของเขาคือ Dare To Fail หรือฉบับภาษาไทยชื่อ “กล้าล้มเหลว”
ปัจจุบันเขากลายเป็นเจ้าของธุรกิจฝึกอบรมสัมมนา พัฒนาทักษะ และสร้างกำลังใจให้แก่คนในองค์กรธุรกิจต่างๆ โดยนำเอาประสบการณ์อันเจ็บปวดขมขื่นของตนเองมาบอกเล่าให้คนอื่นๆฟัง แปรความล้มเหลวให้เป็นพลังในการต่อสู้ กล้าที่จะพบกับความล้มเหลว เพราะความล้มเหลวจะทำให้แข็งแกร่ง เพราะความแข็งแกร่งจะนำพาไปสู่ความสำเร็จได้ในที่สุด
ผมเชื่อว่า ทุกคนมีความรู้สึกอยู่เสมอว่าตัวเองล้มเหลวในบางสิ่งบางอย่าง และมีช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองล้มเหลวอย่างที่สุดในทุกๆเรื่อง จนไม่มีจิตใจที่จะทำอะไร มองไปทางไหนมีแต่ความมืดมัว สิ้นหวัง ช่วงนี้แหละเป็นช่วงที่ชีวิตอยู่ในมุมมืด เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่ทำให้คนหลายคนตัดสินใจทำบางสิ่งบางอย่างที่เหนือความคาดหมายของผู้คน หรือแม้แต่ความคาดหมายของตนเอง การตัดสินใจในช่วงเวลาดังกล่าวนี้จะเป็นแรงเหวี่ยงที่มีผลอย่างแรงต่อชีวิต เป็นจุดวิกฤติที่สามารถชี้เป็นชี้ตายกันเลยทีเดียว

6 ข้อคิดเรื่องการเขียน

การเขียนเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่มนุษย์ทั่วไปก็มีโอกาสทำได้ ขอให้มีความสามารถอ่านออกเขียนได้เป็นพื้นฐานสำคัญ ความมหัศจรรย์ของการเขียนก็คือ การนำเอาอักษรเพียง 44 ตัว สระอีก 21 รูป (32 เสียง) และวรรณยุกต์อีก 4 รูป (5 เสียง)ในภาษาไทย หรือใช้อักษรโรมันเพียงแค่ 26 ตัวในการเขียนภาษาอังกฤษ มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวอันไม่มีที่สิ้นสุด ตามแต่ความรู้สึกนึกคิดและจินตนาการของผู้เขียนจะมีได้ จึงปรากฏว่า เรื่องราวที่สื่อสารผ่านตัวหนังสือ เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์แม้แต่มนุษย์เองก็อาจนึกไม่ถึง ทั้งๆที่เกิดจากการเสกสรรปั้นแต่งของมนุษย์เองแท้ๆ
……………………………………………………….
<< อาจินต์ ปัญจพรรค์ นักเขียนและบรรณาธิการ
ผู้ยึดถือหลักการ “ตะกร้าสร้างนักเขียน”
ภาพจาก : thaiwriterassociation.org
……………………………………………………….
การเขียนเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ที่ประกอบด้วยหลักการ ชั้นเชิง กลวิธี อันแยบยล หลากหลาย นักเขียนผู้ประสบความสำเร็จในโลกนี้จึงล้วนแต่มีศิลปะในการเขียนที่แตกต่างกันไป ไม่มีสูตรที่แน่นอนตายตัว แม้ว่าจะมีหลักการที่เรียนรู้กันโดยทั่วไป แต่ความสามารถในการนำหลักการไปใช้นั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่ใช่ว่าทุกคนที่รู้หลักการแล้วจะประสบความสำเร็จเหมือนกันหมด
ในที่นี้จะขอสรุปหลักการ หรือจะเรียกว่าข้อคิดเรื่องการเขียนที่นักเขียนทั้งหลายได้แนะนำไว้ในที่ต่างๆ มาให้พิจารณาเพื่อว่าจะมีประโยชน์ต่อบล็อกเกอร์อย่างเราๆท่านๆบ้าง แม้ว่าคำแนะนำทั้งหลายที่จะได้อ่านต่อไปนี้ เป็นคำแนะนำของนักเขียนหนังสือ แต่นำมาปรับใช้กับการเขียนบล็อกได้ เพราะไม่ว่าจะเผยแพร่ผ่านหนังสือหรือผ่านบล็อก ก็เป็นการเขียนเช่นเดียวกัน ต่างแต่เพียงช่องทางเผยแพร่เท่านั้น
ข้อคิดเรื่องการเขียนที่อยากนำมาบอกเล่ามีดังนี้

kbiztalk

ยินดีต้อนรับทุกท่าน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosoltalk.com หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

bookandwriter

xirbit

เืดือนนี้มีอะไร

หมวดหมู่สาระพัน

เสียงเพื่อนพูดคุย

เรื่องเก่าๆเอามาให้อ่าน

eXTReMe Tracker Free counter and web stats