CSR จาก GURU และจดหมายจาก ดร. โสภณ พรโชคชัย

ผมได้รับอีเมล์จากท่านอาจารย์ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญเรื่อง CSR ระดับ GURU คนหนึ่งของไทย ท่านได้กรุณาส่งบทความเรื่อง CSR มาให้อ่านด้วย สืบเนื่องมาจากผมได้อ้างอิงถึงท่านในบทความเรื่อง ธรรมะสอนซีเอสอาร์ ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 21 สิงหาคม 2551 ที่ผ่านมา [อ่านฉบับออนไลน์ได้ที่นี่]
บทความที่ท่านอาจารย์ ดร.โสภณ พรโชคชัย แนบมากับจดหมายนั้น มีเนื้อหาดีมากครับ ผมคิดว่าเป็นประโยชน์อย่างมากต่อผุ้อ่านที่ศึกาหรือกำลังดำเนินการกิจกรรม CSR ในองค์กร ผมจึงขออนุญาติยกบทความมาไว้ในที่นี้ พร้อมจดหมายโดยไม่ได้ตัดทอน ทั้งนี้ เพื่อให้ได้บรรยากาศจากท่าน อาจารย์ ดร.โสภณ พรโชคชัย ได้ส่งจดหมายมา
เชิญอ่านครับ….

อยากเป็นคนแบบใดในบุคคล 4 ประเภท

ตำรานรลักษณ์ทั้งจีน ไทย แขก ฝรั่ง ได้จัดประเภทคนไว้มากมายหลายหลากเป็นแนวทางในการดูคน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทั้งการทำนายทายทักดวงชะตา จนกระทั่งใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกคนเข้าทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่รู้จักกันดีในเมืองไทยก็เห็นจะเป็นตำรานรลักษณ์จีน หรือที่รู้จักกันว่าตำราดูโหงวเฮ้ง ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะสังคมไทยได้รับอิทธิพลทางชนชาติและวัฒนธรรมจากจีนเป็นหลักใหญ่มาแต่นมนาน ผ่านชาวไทยเชื้อสายจีนที่มีเป็นจำนวนมากในหมู่ประชากรไทย
ที่กล่าวมานี้เป็นตำราดูลักษณะร่างกาย อันเป็นเรื่องภายนอก แต่ตำราที่ยกมาในวันนี้ เป็นตำราขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงตรัสไว้แก่พระเจ้าปเสนทิโกศล เป็นการจัดประเภทของคนจากการกระทำ ซึ่งการกระทำจะเป็นเช่นใดนั้น ย่อมเป็นผลมาจากภายในคือความคิดและจิตใจ โดยทรงตรัสว่า บุคคลมี 4 ประเภท ดังนี้
1. พวกมืดมาแล้วมืดไป ก็คือ บุคคลที่เกิดในตระกูลต่ำ ยากจน ทุกข์เข็ญ รูปชั่วตัวดำ เมื่อเกิดมาแล้วก็ยังประพฤติไม่ดี ทำแต่ความชั่วทั้งกายวาจาใจ ตายไปย่อมจะไปสู่ทุคติ คือนรก เป็นต้น เรียกว่ามืดมาแล้วก็มืดต่อไป หรืออาจเทียบได้ว่าเป็นประเภทต้นก็คด ปลายก็งอ
2. พวกมืดมาแล้วสว่างไป คือพวกที่เกิดในตระกูลต่ำ ยากจนทุกข์เข็ญ รูปชั่วตัวดำ แต่ในชีวิตทำดี ประพฤติดีทั้งกายวาจาใจ ตายไปย่อมสู่สุคติ คือ สวรรค์ เป็นต้น เรียกว่ามืดมาแล้วสว่างไป หรืออาจเทียบได้ว่าเป็นประเภทต้นคดปลายตรง
3. พวกสว่างมาแล้วมืดไป คือพวกที่เกิดในตระกูลดี ชนชั้นสูง พวกเศรษฐี มีความสุขสบาย [...]

กลอนรักสมัยหนุ่ม…ขออวดหนังสือตัวเองบ้าง

โกศลทอล์คเคยบอกเล่าแต่หนังสือของคนอื่นมาหลายเล่ม เมื่อคืนนี้ลูกสาวคนสวยที่เรียนอยู่ชั้น ป.5 คุยเรื่องแต่งกลอนกับพ่อ เพราะครูคัดเป็นตัวแทนแข่งแต่งกลอน จึงมาถามพ่อเรื่องกลอน ทั้งยังต่อกลอนสดกันเป็นการซักซ้อมแต่งกลอนไปในตัว
ด้วยการนี้ผมจึงไปรื้อค้นหนังสือของตัวเองมาให้ลูกอ่าน เป็นหนังสือกลอนที่แต่งไว้สมัยหนุ่ม มีอยู่ด้วยกันสามเล่ม สมัยโน้นเรียกเสียโก้หรูว่าเป็นบทกวี ทั้งๆที่ถ้าอ่านจริงๆแล้วยังห่างชั้นกวีอยู่มาก ถ้าเปรียบกวีเป็นยอดตึกใบหยก กลอนของผมก็คงอยู่แถวๆเชิงบันใดตึก แบกะดิน
แต่ช้าแต่ ถึงอย่างนั้นก็ตาม ความภูมิใจก็มีอยู่ในฐานะที่เคยเป็นกวีหนุ่มกับเขา เคยมีแฟนคลับอยู่พอสมควรแหละนะ อย่างน้อยก็มีหลักฐานเหลืออยู่หนึ่งคนจนถึงปัจจุบันนี้ที่กลายเป็นแม่ของลูกสาวในที่สุด (ฮาๆ)
เล่มที่เอามาโม้นี้ชื่อว่า “จากภูผาถึงทะเล” ชื่อหนังสือเอามาจากเพลงของคุณพี่หงา คาราวาน ที่ชื่อ “จากภูผาถึงทะเล” นี่แหละ เพราะชอบมาก สมัยโน้นยึดเอาเป็นเพลงประจำชีวิตไปเลย รูปแบบการเขียนก็มีทั้งกลอนเปล่าและกลอนแปด เนื้อหาก็เป็นบันทึกเรื่องราว ความคิด ชีวิต ความรัก ธรรมชาติ ไปตามจิตนาการและอารมณ์คนหนุ่ม เมื่อถึงปัจจุบันนี้ก็กลายเป็นหลักฐานให้รู้ว่า สมัยเป็นหนุ่มเราคิดอย่างไร ทำอะไรบ้าง เป็นเหมือนประวัติชีวิตกรายๆนั่นแหละครับ
ส่วนนามปากกา “วรรณลักษณ์ ปิยกมล” ตั้งใจเอาไว้ว่าจะใช้เป็นชื่อลูก  วรรณลักณ์ ชื่อลูกสาว ปิยกมล ชื่อลูกชาย ปรากฎว่า มีแต่ลูกสาว ส่วนลูกชายไม่มี เลยค้างอยู่จนบัดนี้ และนามปากกานี้ก็เลิกใช้แล้ว ปัจจุบันใช้ชื่อจริงทุกงาน
หนังขนาดเล็ก เล่มบางๆ เพื่อนรักคือ วิกฤช สุนทรจามร [...]

เขาบอกว่า เคล็ดสำเร็จของการทำบล็อกเป็นอย่างนี้…

<< Tropical Storm Fay stirred up waters in Florida. ภาพจาก The Newyork Times.com
…………………..
เช้านี้ตื่นนอนตอนตี 4 ครึ่ง แกะขี้ตาจนหายงัวเงียแล้วก็เปิดคอมฯเข้าเน็ตอ่านข่าวเช้า BBC.com พาดหัวใหญ่เรื่องความขัดแย้งในจอเจียร์ ซึ่งบัดนี้กลายเป็นสงครามน้ำลายระหว่างรัสเซียกับนาโต้ไปแล้ว ส่วน CNN.com เอาเรื่องคนอเมริกันที่มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้ก่อการร้ายมาให้อ่าน ซึ่งเป็นพลเมืองอเมริกัน ถูกใส่ชื่อแบบมั่วๆหลังเหตุการณ์ 11 กันยายนที่ผู้ก่อการร้ายถล่มตึกเวิร์ลเทรด ทางด้าน The Newyork Times.com เอาภาพพายุเฟย์ที่ถล่มชายฝั่งสหรัฐมาให้ชม และมีข่าวตาลีบันสังหารทหารฝรั่งเศส 10 ศพ ในอัฟกานิสถาน เป็นข่าวใหญ่พาดหัวเว็บ
มาอ่านหนังสือพิมพ์ไทยบ้าง ผู้จัดการออนไลน์นำคำปราศัยของผู้นำพันธมิตรฯ ณ สะพานมัฆวานมาขึ้นพาดหัวเหมือนทุกวัน กรุงเทพฯธุรกิจออนไลน์ก็มีข่าวเศรษฐกิจหลายข่าว และที่สำคัญ มีข่าวชิ้นหนึ่งที่อยู่ในรายชื่อ 5 อันดับข่าวยอดนิยม เป็นข่าวที่น่าสนใจสำหรับชาวบล็อก นั่นคือ “ความลับ” สำหรับคนทำเว็บ
อ่านแล้วเขาบอกถึงเคล็ดลับของการทำเว็บให้ประสบความสำเร็จ (ก็ไม่เข้าใจว่ามันจะเป็นความลับได้ยังไง ในเมื่อทุกคนรู้หมดแล้ว) คราวก่อนเขาบอกถึงสิ่งที่ควรทำ คราวนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ขอยกเอาประเด็นสำคัญที่มีอยู่ 4 [...]

ลองติดโฆษณา หาสลึงแรกให้บล็อกบ้าง

เมื่อวานโพสต์เรื่องคุณหมอ Arnold Kim ผู้ก่อตั้ง MacRumors.com จนรวยเละด้วยบล็อกมาแล้ว วันนี้ไปเจอโฆษณาในบล็อกนายหนุ่มเข้าจึงสนใจลองติดที่โกศลทอล์คบ้าง คุณ PatSonic แซวว่าผมคิดเริ่มต้นรายได้ด้วยเงินสลึง แต่คุณ PatSonic เริ่มด้วยเงินเซ็นต์ การเป็นดังที่ว่า ผมเริ่มต้นติดโฆษณาไทยที่จ่ายเป็นเงินสลึงจริงๆ (ฮา)
ต้องขออภัยผู้ที่เข้ามาอ่านด้วยครับ ถ้าโฆษณาทำให้รกตาไปหน่อย หรือขัดขวางอารมณ์การอ่านอันสุนทรีย์ของท่าน ทีแรกก็นึกจะเอา adsense มาติดแหละครับ แต่คิดไปคิดมา ฟังเขาเล่าว่ามันเสี่ยงที่ท่านอาจารย์กู้จะเหยียบแบน ประเดี๋ยวจะกระทบกับเงินล้านจากบล็อก adsense เข้า (ฮา) เลยยั้งอยู่ จนมาเจอแอดของ BumQ.com ก็ถูกชะตา จึงมาสถิตอยู่ที่โกศลทอล์คด้วยเหตุนี้แล
ขอบคุณที่ยังตามอ่านครับ
// –>

Forward Mail อย่า Forward มั่ว ถ้ากลัวติดคุก

<< ภาพแถลงข่าวเรื่องการปรับเวลา จาก Manager.com
…………..
หมู่เฮาชาวบล็อกเกอร์จอมขยันทั้งหลาย คงมีกิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่งก็คือ อ่านอีเมล์และส่งอีเมล์ และเมล์ที่ได้รับเป็นจำนวนมากประเภทหนึ่ง นอกเหนือจากโฆษณาหาเงินล้านง่ายๆทางเน็ตแล้ว ก็คือ จดหมายส่งต่อ หรือ Forward Mail อันที่จริงแล้วเรียกว่าจดหมายลูกโซ่ก็คงไม่ผิดนัก  เพราะมันมักจะวนเวียนมาอยู่เสมอๆ บางฉบับห่างกันเป็นปีๆแล้วเวียนมาอีกทีก็มี
บรรดาจดหมายส่งต่อทั้งหลายทั้งปวง  เมื่อพิจารณาแล้วน่าจะมีความจริงอยู่ไม่ถึงครึ่ง  ผมมักกดลบทิ้งไปเป็นส่วนมาก โดยเฉพาะพวกที่ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นนั้น  มีอยู่จำนวนไม่น้อย  ไม่ว่าข้อมูลในจดหมายจะจริงเท็จแค่ไหน ก็ไม่ควรที่จะเก็บเอาไว้ เพราะมันเป็นการนินทาว่าร้ายคนอื่น  ทำความเสียหายให้คนที่ถูกล่าวหาว่าร้าย ไม่มีประโยชน์อันใด
อีกประเภทหนึ่งคือจดหมายที่มีเนื้อหาสร้างความตะหนกตกใจแก่ผู้อ่าน หากไม่มีวิจารณญาณที่ดีพออาจเชื่อเป็นตุเป็นตะได้ เช่น การพูดถึงเหตุการร้ายแรง ประเภทภัยพิบัติถล่มโลก  หรือการให้ข้อมูลที่ผิดๆเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ  ล่าสุดก็คือเรื่องปรับเปลี่ยนเวลาของทางราชการ  ที่มีจดหมายส่งต่อไปยังผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั้งหลาย ว่าจะมีการปรับเวลาประเทศไทยเร็วขึ้น 30 นาที ทั้งๆที่จริงแล้วเป็นการจัดระบบเวลา โดยกำหนดให้หน่วยงานต่างๆตั้งเวลาให้ตรงกันตามมาตรฐานของทางการ โดยหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องเวลา คือ สถาบันมาตรวิทยา กับ กระทรวงไอซีทีและกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ จนทางหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องออกมาแก้ข่าวและให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้เข้าใจโดยทั่วกัน [อ่านรายละเอียดข่าวที่นี่]
การส่งเมล์ที่เป็นข้อมูลเท็จ สร้างความตกใจแก่ประชาชนทั่วไป “ถือเป็นการให้ข้อมูลเท็จและทำให้ประชาชนตื่นตะหนก” เข้าข่ายกระทำผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 [...]

คนรวยด้วยบล็อก แนะนำเรื่องเขียนบล็อก

เมื่อเช้านี้ อ่านข่าวในกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ มีข่าวเกี่ยวกับบล็อกอยู่ข่าวหนึ่ง คือคำแนะนำของบล็อกเกอร์ใหญ่ที่ทำบล็อกแล้วรวย จัดอยู่ในหมู่คนที่ “รวยด้วยบล็อก” คนหนึ่ง นั่นคือ Arnold Kim ซึ่งมีอาชีพเป็นหมอ ผู้ก่อตั้ง MacRumors.com
Arnold Kim ให้คำแนะนำแก่ผู้ที่คิดจะเขียนบล็อก 4 ข้อ เห็นว่าน่าจะมีประโยชน์แก่เราๆท่านๆที่เขียนบล็อกอยู่แล้ว หรือผู้ที่คิดจะเขียนบล็อกแต่ยังมืดมนอยู่ เมื่อ่านแล้วอาจนำไปใช้ประโยชน์ได้ ดังนี้

1. เลือกเขียนเรืองที่ตัวเองสนใจ ใครๆ ก็มักจะแนะนำแบบนี้ แต่นี่คือความจริง เพราะกว่าที่เว็บไซต์หรือ blog จะทำเงินได้ต้องใช้เวลานานพอสมควร อย่าง MacRumors.com ของ คุณหมอ Arnold เปิดมา 8 ปีแล้ว ทุกวันนี้ทำรายได้มากกว่าเงินเดือนจากการเป็นหมอเสียอีก แต่ 3 ปีแรกของการเขียน blog นั้นไม่มีรายได้เข้ามาเลย ซึ่งคุณหมอก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะเขียน blog ด้วยความชอบส่วนตัวล้วนๆ ดังนั้นถ้าใครเขียนเรื่องที่ตัวเองไม่ได้ชอบหรือสนใจ ก็คงทนเขียนได้ไม่นาน และเลิกเขียนไปในที่สุด
2. เลือกเขียนเรื่องที่คนอื่นสนใจ แม้จะเขียนเรื่องที่ตัวเองสนใจก็ยังไม่พอ ต้องเขียนเรื่องที่คนอื่นสนใจด้วย [...]

ข่าวด่วน “นายเดย์ทำโลโก้ให้โกศลทอล์คโดยไม่คิดมูลค่า”

นายเดย์-เดชา ไชยเมือง เจ้าของ iDayblog.com ผู้เป็นเซียน Wordpress มีผลงานหนังสือ Wordpress อันโด่งดัง 2 เล่ม ได้มีน้ำใจให้โกศลทอล์ค บล็อกสัมมะปิของคนชอบคุย โดยไม่มีสัญญาณใดๆมาก่อน
วันนี้เปิดบล็อกขึ้นมาตอนมืด เห็นจดหมายน้อยนายเดย์ใน Chatbox บอกว่าทำโลโก้ให้ฟรีๆ เพราะดูแล้วโลโก้ที่ลุงทำเองมันขัดตานายเดย์พิลึกว่างั้น อันที่จริงลุงก็เห็นว่ามันทื่อๆอยู่ตั้งแต่ทำเสร็จโน่นแหละ แต่มีฝีมือเท่านี้เอง เหอๆ
โลโก้ใหม่ที่นายเดย์ทำให้ ดูสดใสสมวัยคนทำโลโก้ ดูแล้วสบายตาขึ้นเยอะ จึงขอขอบคุณนายเดย์เป็นอย่างสูง ที่มีน้ำใจให้บล็อกโกศลทอล์คของคนอุบลฯ โดยคนอุดรฯ ขอให้รวยๆ หล่อๆ ยิ่งขึ้น
นี่เป็นน้ำใจของชาวบล็อกโดยแท้ ที่มีให้แก่กันโดยไม่ต้องร้องขอและไม่ปรารถนาสิ่งตอบแทน นับเป็นสิ่งที่ดี มีคุณค่าของประชากรแห่ง Cyber World
และในโอกาสนี้ โกศลทอล์ค ก็ขอขอบคุณนายเดย์อีกครั้งในน้ำใจนี้ และขอขอบคุณเพื่อนชาวบล็อกและผู้อ่านทุกคน ที่มาเยี่ยมเยือน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือที่มาอ่านเงียบๆ โดยไม่ส่งเสียง ขอบคุณและรวยๆสวยๆหล่อๆทุกๆคนครับ

พ่อครูแจ่มใส ลาธุลี

<< ภาพจาก bananaclick.com
……………………………………..
เมื่อนึกถึงผู้มีพระคุณ อันดับแรกสุดที่คนเรานึกถึงก็คือ พ่อกับแม่ที่พระคุณล้นเหลือจนไม่อาจนับได้ สิ่งนี้ทุกคนรู้และเข้าใจดี อาจมียกเว้นบ้างเป็นกรณีไปซึ่งมีเพียงส่วนน้อย พ่อกับแม่จึงเป็นบุคคลที่คนทั่วไปเคารพบูชามากที่สุด
รองลงมาจากพ่อแม่มีก็แตกต่างกันไป บางคนอาจนึกถึงปู่ย่า ตายาย ญาติพี่น้อง หรือคนที่เคยช่วยเหลือเมื่อตกทุกข์ได้ยาก ไม่ว่าใครจะนึกถึงใครก็ตาม ทุกคนไม่ควรลืมครู
พ่อแม่ให้ชีวิต เลี้ยงดูเราจนเติบใหญ่ ส่วนครูคือคนที่ให้ความรู้ เตรียมเราให้ออกไปต่อสู้ในโลกกว้าง ให้แสงสว่างทางปัญญา ถ้าไม่มีครูแล้ว เราก็คงมืดมนอับจนปัญญา เพราะอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ บรรดาบล็อกเกอร์ทั้งหลาย ก็คงไม่ได้เป็นบล็อกเกอร์ ไม่มีโอกาสมาเขียนมาอ่านบล็อกเป็นแน่แท้
มีคนกล่าวว่า ครูคือผู้มีพระคุณลำดับที่สาม ต่อจากพ่อและแม่  มีคนแต่งเพลง “พระคุณที่สาม” บอกเล่าถึงครูด้วยความซาบซึ้ง ประทับใจทุกคนที่ได้ฟัง  ดังนั้น ครูจึงเป็นบุคคลสำคัญต่อจากพ่อแม่โดยแท้

ขอบคุณแม่แมว

บ้านผมเป็นบ้านของแมวแห่งเดียวท่ามกลางบ้านของหมา มีทั้งแมวที่เลี้ยงไว้เองและแมวที่มาจากที่อื่น บางตัวมาอยู่ถาวร หลายตัวมาแค่ชั่วครั้งชั่วคราวแล้วก็ไป จำพวกหลังคงเป็นแมวนักเดินทาง ผจญภัยไปเรื่อย บางตัวหายไปเป็นปีๆก็กลับมาเยี่ยมสักครั้งหนึ่ง แต่ส่วนมากไปแล้วไปลับไม่กลับมา
เวลาแมวเดินทางเข้าออกบ้านทีไร ไม่ว่าจะเดินไปตามซอยหรือไต่กำแพง เมื่อหมาตัวใดตัวหนึ่งเห็นก็ร้องทัก ตัวอื่นๆในบ้านที่อยู่รอบๆก็รับเสียงกันเป็นที่สนุกสนานทั้งซอย เพื่อนบ้านกำแพงเดียวกันด้านทิศเหนือมักอุ้มหมามาดูแมวเสมอๆ เจ้าหมาพุดเดิ้ลสีขาวตัวหนึ่งชอบดูแมว เจ้าเหมียวสาวสีน้ำตาลอ่อนตัวหนึ่งก็ชอบให้แมวดู พออุ้มหมากับอุ้มแมวมาให้เจอกันใกล้ๆ ต่างฝ่ายต่างจ้องหน้ากันตาปริบๆ ทำเอาคนของหมากับคนของแมวนินทาหมาแมวกันสนุก
ภารกิจนอกบ้านอย่างแรกในตอนเช้าก็คือตักอาหารใส่จานให้บรรดามวลเหมียว หลายตัวชอบมาคลอเคลียร้องเหมียวๆหม่าวๆ เหมือนกำลังเล่าเรื่องจิปาถะให้ฟัง ต้องเกาหลัง ลูบคาง และพูดคุยกับเขา เมื่อเล่าเรื่องจบสักพักก็ปลีกตัวไป หลายรายไม่ยอมให้แตะเนื้อต้องตัว พอกินอิ่มก็ไปเล่นไปนอนอยู่ห่างๆ
นอกจากคนแล้วผมก็พูดคุยกับแมวนี่แหละมาก ส่วนปลาในอ่างกับต้นไม้ใบหญ้าที่ปลูกไว้นานๆจึงจะคุยกันสักที แมวแต่ละตัวก็เหมือนคน มีบุคลิก นิสัยแตกต่างกัน บางตัวเกเรชอบรังแกเพื่อน บางตัวขี้กลัว บางตัวขี้ตื่น บางตัวก็อ้อน บางตัวก็เฉยๆ บางตัวก็ชอบเป็นพี่เลี้ยง คอยดูแลน้องแมวตัวเล็กๆที่แม่บังคับให้หย่านม เจ้าแมวพี่เลี้ยงจะคอยคลอเคลีย เลียเนื้อตัว และหยอกเล่น เหมือนพี่เลี้ยงน้องไม่มีผิด

kbiztalk

ยินดีต้อนรับทุกท่าน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosoltalk.com หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

bookandwriter

xirbit

เืดือนนี้มีอะไร

หมวดหมู่สาระพัน

เสียงเพื่อนพูดคุย

เรื่องเก่าๆเอามาให้อ่าน

eXTReMe Tracker Free counter and web stats