ค้นหาผ่าน Cuil แจ็คน้อยผู้ตั้งใจจะล้มยักษ์ Google

เขียนเรื่องของใหม่ไอทีที่ออกมาให้ทดลองเมื่อวันก่อน นั่นคือ บราวเซอร์ Orca ปลาวาฬน้อยผู้น่ารักไปแล้ว วันนี้มีของมาให้ลองใหม่อีก นั่นคือคูล (CUIL.COM) เครื่องมือค้นหา (Search Engine) น้องใหม่ ที่แสดงความปรารถนาดีต่อตนเองและปรารถนาร้ายต่อกูเกิล (Google) ว่าขอเกิดมาเพื่อล้มยักษ์ตนนี้
CUIL ก่อตั้งโดยสามีและภรรยาที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงอินเตอร์เน็ตมานาน ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เพราะฝ่ายภรรยาคือ แอนนา แพ็ตเตอร์สัน (Anna Patterson) เคยเป็นหนึ่งในทีมงานของกูเกิล โดยเป็นผู้ออกแบบการสืบค้นข้อมูลของกูเกิลนั่นเอง ส่วนสามีคือ ทอม คอสเตลโล (Tom Costello) ศาสตราจารย์ที่ทำงานทำวิจัยและพัฒนาเสิร์ชเอนจิ้นของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและทำงานให้ไอบีเอ็ม (IBM) ด้วย แถมยังมี รัสเซล พาวเวอร์ (Russell Power) ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในทีมงานของกูเกิลเช่นกัน โดยเมื่อครั้งที่อยู่กับกูเกิลนั้น เขารับผิดชอบการจัดทำดัชนีสืบค้น การจัดลำดับหน้าเว็บ และการตรวจจับดัชนีขยะ โดยครั้งนี้รับหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายวิศวกรของคูล

ลองของใหม่ Orca Web Broser ผลิตภัณฑ์ต่อยอดจาก Firefox

โลกไซเบอร์นี้มันช่างมีอะไรให้ทดสอบทดลองมากจริงๆ เพิ่งจะลอง WordPress 2.6 กับ จิ้งจอกไฟ-Firefox 3.1 ไปหมาดๆ ทีนี้ก็ได้มีเว็บบราวเซอร์ของใหม่มาให้ทดลองอีก นั่นก็คือ Orca – เจ้าปลาวาฬพันธุ์น่ารัก (คงมีคนจำได้ Ocar คือชื่อหนังครอบครัวที่โด่งดังเมื่อสิบกว่าปีก่อน อาจจะ 20 ปีแล้วมั้ง) ซึ่งบัดนี้ กลายมาเป็นชื่อของเว็บบราวเซอร์พันธุ์ฝรั่ง (ของไทยก็มีเหมือนกัน คือ ปลาวาฬ ลองแล้วน่ารักดี)
เจ้า Orca นี้มีคุณสมบัติดีหลายๆอย่าง อย่างแรกคือเร็วสมคำที่คนเขาบอก แม้จะไม่ถึงขนาดเปิดปุ๊บติดปั๊บแต่ก็รวดเร็วไม่ทันนกกระจอกกินน้ำแหละ (อิอิ ใครจะเร็วปานนี้บ้าง?) คุณสมบัติอื่นๆ เท่าที่มือใหม่ไฮเทคอย่างผมได้ลองดูแล้ว ก็นับว่าไม่แพ้ต้นแบบอย่าง Firefox หรอกนะ
เมนูต่างๆที่มีอยู่ก็ไม่ต่างจากเจ้าอื่นๆ แต่ที่แตกต่างก็คือ มีเมนูภาษาไทยให้ใช้เลย อ่านจากบล็อกของเซียนเทคโนฯเขาบอกว่าเซ็ตค่าเป็นภาษาไทยได้ แต่ตอนที่ผมติดตั้งนั้นเจ้า Orca ขึ้นเป็นภาษาไทยให้เลย ไม่ต้องทำอะไร นับว่ารู้ใจคนง่าวภาษาอังกฤษจริงๆ

ความไม่ดีของเรานี้มีมากจริงๆ

ใครเคยนึกถึงความไม่ดีของตัวเองบ้างไหมครับ?
ต้องยอมรับว่า คนเราส่วนมากแล้วจะนึกถึงความไม่ดีของคนอื่น นึกเมื่อใดก็เห็นมีมากมายเหลือคณานับ เพราะคนอื่นทำไม่ถูกใจเรา อะไรที่ไม่ถูกใจก็เป็นความไม่ดีไปทั้งหมด ถ้าคนอื่นทำถูกใจเรา รู้สึกว่าคนนั้นเขาดี มีความดีอยู่ ยิ่งทำถูกใจเรามากๆ ยิ่งมีความดีมาก แต่โดยธรรมชาติของคนเรา มีความต้องการไม่มีสิ้นสุด ฉะนั้น ยากที่คนอื่นจะทำให้เราถูกใจ ความไม่ดีของคนอื่นจึงมีมากมาย
ผมก็เป็นเหมือนคนทั่วไปครับ คือมองเห็นความไม่ดีของคนอื่นมีอยู่เป็นอันมาก เห็นแล้วก็นึกว่าคนๆนั้นช่างไม่ดีเอาเสียเลย แต่สำหรับตัวเอง เมื่อมองกลับมาสำรวจตรวจตรา หาความไม่ดียากมาก ช่างมีความสมบูรณ์แบบจริงๆ
การนึกถึงแต่ความดีของตัวเอง ฝรั่งเรียกว่าการคิดบวก (Positive Thinking) นักอะไรทั้งหลายแหล่ของฝรั่งจึงแนะนำให้คนคิดบวก อย่างดูถูกดูหมิ่นตัวเอง ให้พูด ให้คิดถึงแต่สิ่งดีๆของตัวเอง เพื่อสร้างกำลังใจให้มุ่งมั่นไปสู่อนาคตข้างหน้า ในข้อนี้ เห็นว่าตรงกันข้ามกับคำสอนของพระบรมศาสดาสัมมนาสัมพุทธเจ้าของชาวพุทธ ที่ทรงสอนให้นึกถึงความบกพร่องของตัวเอง เรียกว่า อัตนา โจทยัตตานัง แปลเป็นไทยว่า การเพ่งโทษตัวเอง
การเพ่งโทษตัวเองนั้น จุดประสงค์เพื่อหาความไม่ดีของตัวเอง เพื่อขจัดให้หมดไป เป็นกระบวนการตรวจสอบและปรับปรุงตัวเองที่ตรงที่สุด เพราะไม่มีใครรู้จักตัวเราเท่ากับตัวเรา เราคิด พูด ทำ สิ่งที่ไม่ดีไม่งาม สิ่งที่ชั่วช้าสารพัด ผู้ที่รู้ดีก็คือตัวเรา ฉะนั้น หากกลับตัวกลับใจ ก็ต้องนึกถึงสิ่งที่เราทำไม่ดีให้ได้ แล้วค่อยๆกำจัดออกไป เพื่อจะได้ทำสิ่งดีๆทดแทน

สัมมนา “สร้างเงินออนไลน์สไตล์บล็อก” กับคุณต้น สิทธิศักดิ์ แห่ง Makemany.com

 
ข่าวดีสำหรับผู้แสวงหาหนทางรวยด้วยการทำตลาดผ่านบล็อก หรือ Blog marketing คุณต้น หรือสิทธิศักดิ์ บุญมาก แห่ง Makemany.com เซียน Blog marketing ตัวจริงและเป็นผู้เชี่ยวชาญ การหารายได้ด้วย Amazon.com ของแท้ เปิดหลักสูตรอบรมให้ความรู้การทำการตลาดผ่านบล็อก การหารายได้ผ่านบล็อก โดยเฉพาะการจัดการ aStore  ของ Amazon.com โดยคุณต้นให้เหตผลในการจัดสัมมนาว่า…

Blog Marketing คือส่วนประกอบหนึ่งที่ทำให้เกิดรายได้มากมาย โดยเฉพาะผู้ที่หวังจะได้โอกาสในการสร้างรายได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้เพื่อสร้างรายได้กับธุรกิจของตนเอง หรือ การสร้างรายได้ออนไลน์ในรูปแบบอื่นๆ และแน่นอนครับหนึ่งในนั้นก็คือธุรกิจ Affiliate Marketing แหล่งสร้างรายได้ก้อนใหญ่ที่มีมูลค่านับหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ที่ทำให้เราสามารถสร้างรายได้ออนไลน์ได้ โดยนั่งอยู่ที่บ้าน

Blog,Blogs และบล็อกคือไฟไหม้ลามทุ่งไซเบอร์

ชื่อเรื่องข้างบนอาจดูแล้วน่าหวาดเสียว แต่มันคือความจริง หากใครนึกถึงความหวาดเสียวเมื่อไฟไหม้ลามทุ่งไม่ออก เพราะเป็นคนในเมือง หรือเกิดไม่ทันยุคไฟไหม้ลามทุ่ง ก็ลองจินตนาการดูว่า ทุ่งนายามหน้าแล้ง เต็มไปด้วยฟางแห้ง เมื่ออากาศร้อน แดดเปรี้ยง แล้วเกิดประกายไฟขึ้นตามธรรมชาติ หรือมีคนมือบอนทิ้งก้นบุหรี่ลง ไฟก็จะไหม้ฟาง เมื่อไฟไหม้ อากาศก็จะแปรปรวน เมื่ออากาศแปรปรวนลมก็จะเกิด เมื่อลมเกิดก็จะช่วยโหมกระพือ ไฟให้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว รุนแรง เปลวแดงฉาน ควันคลุ้ง ทุ่งก็จะถูกปกคลุมด้วยควันและเปลวไฟ สัตว์น้อยใหญ่ที่อาศัยอยู่ในทุ่งก็หนีตายกันโกลาหล ถ้าเกิดไฟแรงจนเอาไม่อยู่ หมู่บ้านก็อาจมอดไหม้ในกองไฟไปด้วยก็ได้ ดังนั้น ไฟไหม้ลามทุ่งจึงน่าหวาดเสียวด้วยประการฉะนี้
แต่…ทุ่งไซเบอร์ มีไฟจากที่ใดมาไหม้ลามหรือ?
ไฟที่ไหม้ลามทุ่งไซเบอร์ที่รุนแรงในปัจจุบันก็คือ ไฟที่เรียกกว่าบล็อก (Blog) ที่ไหม้อยู่ทุกหัวระแหงของทุ่งไซเบอร์ (Cyber World) ถ้าหากเป็นทุ่งนาจริงๆ ก็คงเห็นภาพไฟไหม้ควันโขมง ปลกคลุ่มทั่วทุ่ง มองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากควันกับเปลวไฟ
ผมคิดว่า ทุ่งไซเบอร์ที่พวกเราอาศัยอยู่นั้น เต็มไปด้วยควันและไฟที่เกิดจากบล็อก ร้อนแรงเหมือนเปลวไฟ แผ่ขยายรวดเร็วเหมือนควันไฟ จนยากที่จะนับเป็นจำนวนเต็มได้ เพราะทุกๆนาทีมีบล็อกเกิดใหม่เสมอๆ วันหนึ่งคงมีนับแสนบล็อกได้ ดูตัวอย่างสถิติจากบล็อกของ wordpress.com ผู้ให้บริการบล็อกฟรีขวัญใจ Blogger จำนวนมากนั้น ขณะที่ผมดูสถิตินี้คือเวลา 23.35 น.ของคืนวันที่ 23 กรกฎาคม 2550 [...]

ลูกน้องสมองใส : The Good, The Bad and The Ugly 4 (จบล่ะ)

ผมเขียนเรื่องชุดลูกน้องสมองใสมาแล้ว 3 ตอน ทิ้งเวลาไปนานแสนนานหลายเดือนจนผมเองก็ลืมไปแล้วว่ายังมีภารกิจเรื่องนี้ค้างอยู่ พอได้โอกาสเหมาะก็เลยมาปิดเรื่องเสียในครั้งนี้
ลูกน้องสมองใส 3 ตอนที่ผ่านมานั้น ตอนที่ 1 ปูพื้นฐานความเป็นมาของลูกน้องประเภทต่างๆ ตอนที่ 2 เป็นเรื่องของ The Good Band : พวกทำดี ตอนที่ 3 เป็น The Bad Band : พวกมีเลว และมาถึงตอนที่ 4 สุดท้าย คือ The Ugly Band : พวกมีเหลว อันเป็นพวกสุดท้าย
พวกมีเหลวนี้เป็นลูกน้องที่ทำให้หัวหน้าหรือเจ้านายกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะเล่นไม้แข็งก็ไม่เต็มที่ จะเล่นไม้นวมก็ไม่เต็มมือ เรียกว่าเป็นพวกท่าดีทีเหลวก็ได้ คล้ายๆว่าจะพึ่งพาอาศัยได้ แต่มักจะตายตอนจบ หน่วยก้านดี ความคิดความอ่านเฉียบ บุคลิกน่าเชื่อถือ แต่เมื่อรับผิดชอบการปฏิบัติการ พวกนี้มักจะมือสั่น หรือจะเรียกว่าปากล้าขาสั่นก็ได้
ผมเคยมีลูกน้องประเภทนี้หลายคน เมื่อครั้งที่ผมทำงานในบริษัทที่ปรึกษาภาษีและกฎหมายธุรกิจ มีอยู่ครั้งหนึ่ง เจ้านายใหญ่จะรับหัวหน้างานฝ่ายสัมมนา มีคนมาสมัครและสัมภาษณ์งานเป็นจำนวนหลายสิบ เจ้านายใหญ่ให้ผมเข้าไปร่วมสัมภาษณ์ด้วยเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา เพื่อว่าหากมีการยกเลิกสัญญาจ้างงานในภายภาคหน้า ผมจะได้ทำหน้าที่บอกกล่าวเจรจาได้อย่างคล่องปาก (ผมเป็นมือปลดระวางคนครับ-ฮา)

How To Be a Good Boss : นายแบบไหนที่ว่าดี 5 (จบแล้ว)

เขียนชุดเจ้านายกับลูกน้องไว้แล้วอย่างละ 3 ตอน ว่างเว้นไปนาน สำหรับเรื่องเจ้านายนี้ ตอนที่ 1 , ตอนที่ 2 , ตอนที่ 3 และ ตอนที่ 4 เขียนไว้นานแล้ว ทีนี้จะขอฉายม้วนจบเสียที โดยตบท้ายด้วยเจ้านายประเภทที่ 4 คือ เจ้านายหัวใจเน่า
เมื่อเห็นชื่อแล้ว คงไม่ต้องอธิบายความหมายเพิ่มเติม เพราะคำว่าเน่าบอกความหมายชัดเจนแจ่มแจ้งอยู่แล้ว ว่าเจ้านายประเภทนี้เป็นผู้ร้ายแน่นอน เพราะอะไรก็ตามที่ถึงขนาดเน่าแล้ว ย่อมด้อยค่าจนถึงไร้ค่า ไม่เป็นที่ปรารถนาของใครๆ เจ้านายก็เช่นกัน ในเมื่อเป็นพวกหัวใจเน่าแล้ว ย่อมไม่เป็นที่ปรารถนาของลูกน้องแน่ๆ แต่ทำไมจึงเป็นที่ต้องการของนายจ้าง หรือบริษัท เรื่องนี้ก็อยู่เหนือการรับรู้ของลูกน้องแล้วครับ
ในชีวิตการทำงานที่วนเวียนอยู่ในฐานะลูกน้อง ผมได้พบเจอเจ้านายประเภทนี้อยู่บ้าง โดยพบเห็นน้อยกว่าประเภทอื่นๆ แต่สร้างความเสียหายให้แก่จิตใจของลูกน้องเป็นอย่างยิ่ง เจ้านายหัวใจหนืดที่เสนอไว้ในตอนที่ 4 ที่ว่าแน่ๆ ยังแพ้ไปเลย
มาลองดูว่า เจ้านายหัวใจเน่า มีคุณสมบัติเน่าๆอะไรบ้าง  ดังต่อไปนี้…

สีเปื้อนกระดาษที่กลายเป็นภาพวาดเลอะๆ

เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะลูกสาวของผมทำการบ้านวันแม่ ครูให้โจทย์มาสองอย่าง คือ วาดรูประบายสีกับเขียนเรียงความเกี่ยวกับวันแม่ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำทุกปี ครูให้การบ้านมาประมาณปลายเดือนกรกฎาคม ให้นักเรียนนำไปส่งก่อนวันแม่ เพื่อครูประจำชั้นจะได้คัดเลือกแล้วส่งประกวด ซึ่งปรากฏว่า ลูกสาวของผมเธอได้รางวัลใดรางวัลหนึ่งอยู่เกือบทุกปี นับตั้งแต่เรียนชั้นประถมหนึ่งจนถึงชั้นประถมสี่ ปีนี้ขึ้นชั้นประถมห้าก็ตั้งหน้าตั้งตาทำการบ้านส่งครู
เมื่อลูกทำการบ้าน พ่อกับแม่ก็เข้าร่วมกิจกรรมด้วย นั่นคือ ให้คำแนะนำเรื่องความคิดในการเขียนเรียงความและวาดรูป คอยแนะนำ ติชม เท่าที่จะทำได้ ทำให้ลูกไม่เครียด มีความสุนกสนาน ทำไปลบไป แก้ไขไป จนพอใจของเธอเอง
ผมเห็นลูกวาดรูปแล้วก็นึกอยากลองวาดบ้าง จึงขอสีเก่าที่ลูกไม่ได้ใช้แล้วมาลองวาดดู ครูให้ลูกวาดตามจินตนาการ ผมก็วาดตามจินตนาการของตัวเองบ้าง ขณะวาดรูป พ่อกับลูกก็คอยดูรูปวาดของอีกฝ่าย มีการแลกเปลี่ยนคำวิจารณ์กันบ้าง ให้คำแนะนำกันบ้าง เป็นที่สนุกสนาน
อันที่จริงแล้วลูกสาวผมเคยเรียนวาดรูปกับครูศิลปะคู่กับเรียนเปียโนเมื่อตอนเด็กๆ ได้รางวัลเป็นสีกล่องใหญ่ที่ยังใช้ไม่หมด ภายหลังจึงเลือกเรียนเปียโนอย่างเดียวมาถึงทุกวันนี้ เธอยังเคยวาดรูปปกหนังสือให้พ่อเล่มหนึ่ง รวมทั้งภาพประกอบภายในเล่มด้วย
ส่วนตัวผมนั้น อันที่จริงก็ชอบภาพวาดเหมือนกันครับ โดยเฉพาะภาพสีน้ำชอบที่สุด ดูแล้วเย็นตาเย็นใจดี ที่ชอบอีกอย่างหนึ่งก็คือสีชอล์ค มันบาดใจดี

“วาสนามีน้อยลอยไปตามเรือ” วันหนักๆเรื่องเบาๆกับเพลงดีๆของ ยอดรัก สลักใจ

วันนี้ประเทศไทยแต่เรื่องหนักๆ มาพักผ่อนใจด้วยเรื่องเบาๆกันดีกว่า
เมื่อหลายวันก่อน อ่านข่าวนักร้องลูกทุ่ง ยอดรัก สลักใจ ข่าวบอกว่าอาการทรุดลงกว่าเดิม ไม่กินข้าวมาหลายวัน เพราะตับโตขึ้นจนทับกระเพาะและลำไส้ ทำให้ไม้อยากอาหาร ข่าวแจ้งทำนองนี้ ทำให้น่าเป็นห่วงยิ่งขึ้น แต่กำลังใจของ ยอดรัก สลักใจ ดีมาก ยังฝากข้อคิดธรรมะมาถึงเพื่อนพ้องน้องพี่แฟนเพลงว่า ให้รีบทำความดีกันไว้เพราะ ชีวิตไม่แน่นอน ความดีจึงแน่นอน นับว่ายอดรัก สลักใจ เข้าถึงแก่นแท้ของความจริง ดังที่พระบรมศาสดาทรงสอนไว้โดยแท้
ฟังน้ำเสียงแล้ว ยอดรักไม่กลัวตาย คนที่ไม่กลัวตายคือคนที่เห็นความจริง และมั่นใจว่าตายแล้วไปดี ไม่มีลงต่ำ มีแต่ขึ้นสูง จึงพูดถึงความตายได้เนียนๆ ฟังแล้วก็จะพยายามทำตามนะครับคุณยอดรัก ผมจะพยายามกลัวตายให้น้อยลง แต่แหม! มันทำได้ยากจริงๆแหละ
เมื่อยอดรักไม่กลัวตาย ไม่เศร้าโศกเสียดายชีวิต เพราะเข้าใจในธรรมดาโลกแล้ว ก็ไม่ขอฟูมฟายแทนยอดรัก แต่จะก็ขอคุยเรื่องสนุกๆ เบาๆ เรื่องราวของเพลงดีๆที่ ยอดรัก สลักใจ ร้องไว้ ซึ่งชื่อแน่ว่า คนที่อ่านบล็อกของผม ส่วนมากแล้ว คงชอบเพลงของยอดรักไม่เพลงใดก็เพลงหนึ่ง ที่มีอยู่มากมายจนจำชื่อได้ไม่หมด
เพลงของยอดรักนั้น มีเป็นจำนวนมากที่มีเนื้อหาและทำนองสนุกสนาน ทั้งบุคลิกของยอดรักก็เป็นคนสนุกสนาน จึงร้องเพลงสนุกๆได้สนุกยิ่งขึ้น แต่ร้องเพลงอ้อนๆไม่ค่อยสนุก ในทางตรงกันข้าม ยอดรักร้องเพลงเศร้าๆเหงาๆได้อารมณ์ยิ่ง นับเป็นความแตกต่างที่ลงตัวมาก
ถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ยอดรัก [...]

25 ความคิดพลิกโลก เรื่องราวความคิดวิทยาศาสตร์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลก

วิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงชีวิตและสังคมมนุษย์ ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ทำให้สิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นมาตอบสนองความต้องการ หรือสร้างความต้องการใหม่ๆให้แก่มนุษย์ นับแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน วิทยาศาสตร์คือพื้นฐานสำคัญที่ทำให้สังคมมนุษย์เปลี่ยนแปลง
หนังสือ 25 ความคิดพลิกโลก เป็นหนังสือที่เสนอเรื่องราวความคิดทางวิทยาศาสตร์ที่โดดเด่น 25 อย่างในโลกปัจจุบัน ที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแก่โลกในยุคสมัยของเรา เขียนโดย โรเบิร์ต แม็ททิวส์ (Robert Matthews) แปลโดย รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล
เนื้อหาในหนังสือแบ่งเป็นส่วนๆ แต่ละส่วนมีเรื่องเกี่ยวข้องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันหลายเรื่อง เนื้อหาทั้งหมดครอบคลุมเรื่องราวต่างๆ ทั้งเรื่องของโลก ปัญญา ความรู้ ความคิด ชีวิต และการใช้ชีวิตของมนุษย์ โดยผู้เขียนได้อธิบายเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวข้องในแต่ละหัวเรื่องให้ผู้อ่านเข้าใจ
ส่วนต่างๆของหนังสือที่เป็นตัวจัดแบ่งเนื้อหา มีด้วยกัน 8 ส่วน ส่วนแรกคือหัวข้อ ตัวเรา-และคนอื่นๆ ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ของคนที่มีต่อกัน ผ่านมุมมองของความคิดวิทยาศาสตร์ 3 ประเด็นคือ จิตสำนึก (Consciousness) ทฤษฎีโลกเล็ก (Small World Theory) ทฤษฎีเกมส์ (Games Theory)
ส่วนที่สองคือ ทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ มีเนื้อหาในส่วนนี้ 3 เรื่องคือ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) คือการสร้างเครื่องจักรที่มีสติปัญญาคิดเองได้ เหมือนกับมนุษย์ [...]

kbiztalk

ยินดีต้อนรับทุกท่าน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosoltalk.com หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

bookandwriter

xirbit

เืดือนนี้มีอะไร

หมวดหมู่สาระพัน

เสียงเพื่อนพูดคุย

เรื่องเก่าๆเอามาให้อ่าน

eXTReMe Tracker Free counter and web stats