เมื่อวานนี้ผมลองกดดูหน้าสถิติของบล็อก ปรากฏว่ามีสถิติที่ทั้งทำให้ ดีใจ ตกใจ และ กังวลใจ นั่นคือ คำค้นหาที่นำผู้คนเข้ามาที่บล็อก 20 คำล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 15-16 พ.ค. ก็คือคำว่า “เลขเด็ด” ถึง 6 คำ คิดเป็น 33 เปอร์เซ็นต์ และยังแถมมีคำว่า “8811 กด 4″ อีก 1 คำ อันเป็นเลขหมายที่บริการเลขเด็ดผ่าน sms นั่นเอง
มูลเหตุก็คงมาจากเรื่องที่ผมเขียนเกี่ยวกับเรื่อง มีบริการเลขเด็ดผ่าน sms หมายเลข 8811 กด 4 ซึ่งสร้างความรำคาญให้แก่บรรดาข้าพเจ้าเราท่านคุณผมที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือที่มี sms อันไม่พึงปรารถนาแถมมาด้วยนั่นแหละ เขียนแบบบ่นๆไม่นึกเลยว่าจะนำบรรดาคอหวยเข้ามาที่บล็อกด้วย
ที่ผมบอกว่า เมื่อเห็นสถิตินี้ ทำให้ทั้งดีใจ ตกใจ และกังวลใจ ก็คือ
Written on May 17, 2008 | Posted in
กถาโกศลทอล์คโม้ |
Leave a comment
ผมถือว่าตัวเองเข้าสู่ความเป็นบล็อกเกอร์สมบูรณ์แบบเมื่อเริ่มเขียนบล็อก Kosoltalk.com นับจากโพสต์แรกถึงวันนี้ก็ร่วม 4 เดือนแล้ว นับว่ายังเป็นบล็อกเกอร์วัยเด็กน้อยอยู่มาก (อิอิ) แต่รู้สึกอบอุ่นใจในโลกของบล็อเกอร์ที่ไม่เงียบเหงาเลย นับตั้งแต่คอมเมนต์แรกโดยคุณไวพจน์ แห่ง Waipot.com มาเจิมให้ ก็ปรากฏว่ามีมาเยี่ยมกันเป็นอันมาก ทำให้รู้สึกอบอุ่นในและขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง
ท่านทั้งหลายที่มาเยือนแบบส่งเสียงก็ดี แบบเงียบๆก็ดี ผมถือว่าท่านคือญาติของผม เห็นญาติบล็อกของ Kosoltalk.com เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ ผมก็จะขอคุยกับท่านผ่านหน้านี้
ลำดับแรก ต้องขอพูดถึงนายเดย์แห่ง iDayblog.com ก่อน เพราะหากไม่มีนายเดย์ผมก็คงไม่ได้ใช้ WordPress และก็ไม่ได้มาทำบล็อกนี้เป็นแน่ ด้วยหนังสือ Wordpress บล็อกเกอร์วัยจ๊าบ ของนายเดย์แท้ๆที่ทำให้วัยโก๋แก่อย่างผมรู้เรื่องบล็อกมากขึ้น และตัดสินใจทำตามที่นายเดย์บอกไว้ในหนังสือ จนกลายมาเป็น Kosoltalk.com แห่งนี้ เอกลักษณ์ของนายเดย์อย่างหนึ่งก็คือ มีมุขและคำเด็ดๆถูกใจผมอยู่เสมอ ที่ผมชอบและเอามาใช้บ่อยๆคำหนึ่งก็คือ รัฐมนตรีฉันดูชา กระทรวงฉันดูชา (ICT แปลงตามเสียงเป็น I see tea) ก็ลองนึกดูว่า กระทรวง ICT ของไทยคล้ายๆชาหรือไม่ (แบบไหนว่า? ก็คิดเอาเอง เหอๆ) ถ้าเห็นผมใช้คำนี้ที่ไหนก็จงนึกถึงหน้านายเดย์ (ผมยังไม่เคยเห็นหน้าเป็นๆของเขาสักที) นับว่านายเดย์เป็นผู้มีอุปการะคุณเรื่องบล็อกเป็นอย่างยิ่ง
ท่านผู้อ่านเคยตั้งข้อสังเกตไหมครับว่า สมัยอันรุ่งเรืองด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้ มีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นมากมาย หลายเรื่องเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น หลายเรื่องเกิดขึ้นแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ บางเรื่องก็เกิดขึ้นแบบไม่น่าจะเกิด ยกตัวอย่างให้เห็นชัดแจ้ง เช่น เรื่องดูหมอ-หมอดู ไม่น่าเชื่อว่ายุคที่วิทยาศาสตร์รุ่งเรืองเช่นนี้ โหราศาสตร์ก็รุ่งเรืองด้วย คนดูดวงกันทุกชนชั้น หมอดูจึงรวยกันเหลือเกิน
เรื่องของสุขภาพคนเราก็เช่นกัน มีโรคแปลกๆเกิดขึ้นมากมาย โรคเก่าๆที่มีที่เป็นกันอยู่หลายโรคก็ยังหาทางรักษาไม่ได้ โรคใหม่ก็เข้ามาแรกอยู่เรื่อยๆ คนที่มีกินเหลือเฟือ กินมากก็เป็นโรค คนที่ไม่มีกิน มีกินน้อยก็เป็นโรค โลกนี้มันวุ่นวายพิลึก
สาเหตุที่คนเราเชื่อถือโชคลางหมอดูหมอเดานั้นคงเป็นเพราะขาดความเชื่อมั่นทางใจ จึงต้องหาที่ยึดเหนี่ยวหรือคำปรึกษา ส่วนสาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บทั้งโรคแบบเก่าและแบบใหม่ก็มาจากสิ่งแวดล้อมรอบกายมนุษย์ ทั้งที่มีอยู่และที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งแวดล้อมอันเป็นพิษที่เกิดจากความจำเริญสมัยใหม่ เป็นบ่อเกิดโรคภัยอย่างขนานใหญ่ ทำให้มนุษย์รับเคราะห์กรรมเป็นจำนวนมาก
Written on May 14, 2008 | Posted in
กถาโกศลทอล์คโม้ |
Leave a comment
ในที่สุดก็มาถึงกรุงเทพฯ นครหลวงของประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่ง ในเช้าวันต้นฤดูฝน!
ผมลงรถไฟที่หัวลำโพง พร้อมกับผู้คนมากมาย มากยิ่งกว่างานวัดที่บ้านเสียอีก ต่างหอบหิ้วข้าวของจากรถไฟเดินกันออกไปสู่ทางของใครของมัน ผมก็เดินสอดส่ายสายตาหาป้ายที่เขียนว่า นักศึกษาโครงการช้างเผือก ธรรมศาสตร์ ซึ่งรุ่นพี่เขาจะมารับที่หัวลำโพงแห่งนี้ ตามจดหมายที่ทางมหาวิทยาลัยแจ้งไป
ผมลืมเรื่องคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อแม่ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาจากอาการหลับๆตื่นๆบนรถไฟ ในตอนตีห้ากว่าๆ ที่รถไฟเคลื่อนตัวเข้าสู่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะแสงไฟอันสว่างไสวของสนามบินดอนเมือง ที่เคยได้ยินแต่ชื่อ
กลางคืนของกรุงเทพฯ มันเหมือนกลางวันของบ้านนอกจริงๆครับเจ้านาย มันสว่างไสวอย่างนี้นี่เอง เขาจึงเรียกว่ามันเป็นเมืองแห่งแสงสีวิไล
ลูกๆหลานๆที่เกิดมาทีหลัง อาจสงสัย อะไรจะขนาดนั้น แต่นี่คือความจริงครับ เพราะเมื่อ 25 ปีก่อน บ้านนอกยังเป็นบ้านนอก กรุงเทพฯยังเป็นกรุงเทพฯ ไม่ได้มีถนนชั้นดีเชื่อมโยงเป็นตาข่ายเหมือนปัจจุบัน ที่บ้านผมนั้นโทรทัศน์ดูได้ชัดๆแค่ช่องเจ็ดสี เครือข่ายอินเตอร์เน็ตก็ยังไม่มี โทรศัพท์มือถือยังเป็นเรื่องในนิยายวิทยาศาสตร์ แม้โทรศัพท์พื้นฐานที่บ้านผมซึ่งเป็นอำเภอเล็กๆกลางป่าเขา ชายแดนอุบลใต้สุดติดเขมรกับลาว ก็ยังไม่มีเลย การติดต่อสื่อสารที่เร็วที่สุดก็คือใช้โทรเลข ซึ่งไปรษณีย์ไทยเพิ่งยกเลิกเมื่อ 30 เมษายน 2551 ที่ผ่านมา
ผมกับเพื่อนๆที่มาในฐานะเดียวกัน คือนักศึกษาเรียนดีจากชนบท รวมตัวกันที่จุดนัดพบหลายสิบชีวิต เราล้วนมาจากแผ่นดินอีสาน จากจังหวัดเดียวกับผมก็มี โดยรุ่นพี่ที่เป็นนักศึกษาเรียนดีรุ่นก่อนเรามาคอยรับจับต้อนน้องๆผู้มาใหม่ขึ้นรถบัสของมหาวิทยาลัยพาเข้าที่พักเป็นลำดับแรก
Written on May 13, 2008 | Posted in
กถาโกศลทอล์คโม้ |
Leave a comment
ฤดูร้อนปี 2526 เป็นปีที่ชีวิตของผมถึงช่วงเปลี่ยนที่สำคัญช่วงหนึ่ง นั่นคือ เป็นช่วงเรียนจบมัธยมปลาย สมัยนั้นชั้นมัธยมมีถึง มัธยมศึกษาปีที่ 5 (ม.ศ.5 ) ซึ่งผมเป็นรุ่นสุดท้ายของหลักสูตร (รวมถึงชั้นประถม 7 รุ่นสุดท้ายด้วย) เมื่อเรียนจบมัธยมปลายในช่วงฤดูร้อน พอถึงช่วงฤดูฝนเดือนมิถุนายน จะต้องมีที่เรียนต่อ หรือไม่เช่นนั้นก็ไปไถนา หรือเป็นกรรมกรในโรงงาน ซึ่งผมไม่ปรารถนาที่จะเป็นทั้งสองอย่าง
ในช่วงฤดูร้อนปี 2526 นับตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน จึงเป็นช่วงที่ความฝันบรรเจิดที่เกิดขึ้นพร้อมกับความหวั่นวิตก ผสมปนเปกันจนเป็นอารมณ์ชนิดหนึ่งที่มีทั้งความสุขและความทุกข์ เป็นช่วงชีวิตวัยหนุ่มที่แปลกประหลาดยิ่ง
ความฝันบรรเจิด เพราะจินตนาการถึงชีวิตในสถานศึกษาที่สูงขึ้นไป นั่นคือในรั้วมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ หรืออย่างน้อยก็วิทยาลัยที่ตัวจังหวัด ที่เราจะใช้ชีวิตวัยหนุ่มให้สมใจอยาก นึกถึงความเป็นอิสระ ปราศจากกฎระเบียบหยุมหยิมที่ต้องผจญมาตั้งแต่เข้าชั้นประถมหนึ่ง มองเห็นตัวเองในชุดนักศึกษา แวดล้อมด้วยเพื่อนพ้องวัยเดียวกัน สนุกสนานกับการเรียน การเล่น
และที่สำคัญ มีความรัก!
Written on May 12, 2008 | Posted in
กถาโกศลทอล์คโม้ |
Leave a comment
ผมเฝ้ามองการเกิดขึ้นของสื่อสมัยใหม่ด้วยความหวังในทางที่ดี ทั้งสื่อเกิดใหม่อย่างเช่นสื่ออินเตอร์เน็ตและสื่อดิจิตอล ทั้งที่แตกตัวจากเสื่อกระแสหลักมาเป็นสื่อทางเลือก เช่น เคเบิลทีวีกับทีวีดาวเทียม ที่พัฒนาการมาจากสื่อทีวี วิทยุชุมชน วิทยุผ่านดาวเทียม วิทยุดิจิตอล (ผ่านทางอินเตอร์เน็ต) สื่อเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่ทำให้เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น และผู้คนก็สามารถเข้าถึงข่าวสารได้มากขึ้นเช่นกัน อิทธิพลของสื่อสมัยใหม่ดังกล่าวนับวันแต่จะเพิ่มขึ้น
เมื่อหันมามองอย่างจำเพาะเจาะจงที่สื่ออินเตอร์เน็ต การเกิดขึ้นของสื่อดังกล่าวทำให้เกิดช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้น โดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สื่อชนิดนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ 20 ปีก็ครอบคลุมโลกไว้ทั้งหมด
การแตกแขนงออกมาจากเว็บไซต์ของเว็บบล็อก ก็เป็นไปในลักษณะเดียวกันกับการแตกแขนงออกจากสื่อกระแสหลักของ เคเบิลทีวี และวิทยุชุมชน นั่นคือ ข้อจำกัดของเว็บไซต์แบบเดิมที่มีอยู่หลายอย่าง ที่สำคัญคือ เป็นการสื่อสารทางเดียวและค่าใช้จ่ายสูง ทำให้มีการคิดค้นเว็บสมัยใหม่ขึ้นมาที่เรียกกันว่า เว็บบล็อก (Weblog) จนกระทั่งเรียกขานกันอย่างลงตัวว่าบล็อก (Blog) ในปัจจุบัน ตามที่พวกเราชาวบล็อก (Blogger) ทั้งหลายทราบกันดีอยู่แล้ว
บล็อกนี่เองที่สร้างปรากฏการณ์ของการสื่อสารในรูปแบบใหม่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน นั่นคือ สื่อภาคพลเมือง (Citizen Journal) และนักข่าวพลเมือง (Citizen Reporter) โดยสื่อก็คือบล็อก และนักข่าวก็คือบล็อกเกอร์ นั่นเอง
ภาพประกอบจาก thaitelephone.com
…………
เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2551 ผมได้รับข้อความสั้นหรือ SMS (Short Massage Service) ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกเจ้าจะส่งไปให้ผู้ใช้บริการ บางวันก็มากเกินไปจนสร้างความรำคาญ แต่ก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องของการตลาดภาคบังคับ ที่ผู้บริโภคจำยอมต้องรับสภาพ คงร้องเรียน สคบ. ไม่ได้ เพราะไม่เกี่ยวกับปัญหาคุณภาพของการบริการ
SMS ที่ผมได้รับดังกล่าวคงไม่สร้างความแปลกใจให้ ถ้าเป็นเรื่องการขายสินค้าปกติทั่วไป เช่น ริงโทน โหลดเพลง หรือบริการอื่นๆที่บอกว่าฟรี แต่คราวนี้ผมต้องแปลกใจที่ไม่ใช่ของพวกนั้น แต่เป็นสินค้าใหม่ที่เพิ่งจะเห็นเข้ามาทำการตลาดผ่าน SMS นั้นคือ “เลขเด็ด”
ข้อความที่ส่งมาเขียนว่า “งวดนี้อยากรวย โทร 8811 กด 4 ได้เลขเด็ดโดนใจแน่นอน + ลุ้นค่าโทร 100 บาททุกวัน (5บ/น)” โดยส่งมาเมื่อเวลา 13:37:31 ผู้ส่งคือ TrueMove ซึ่งเป็นเจ้าของบริการโทรศัพท์มือถือที่ผมใช้อยู่
ความรู้สึกแรกที่ได้อ่านข้อความก็คือ ประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง ต่อมาก็คือรู้สึกทึ่งเป็นอันมาก และตามมาด้วยความรู้สึกที่เป็นกังวลถึงการใช้ SMS เป็นช่องทางการสื่อสาร ว่าจะถูกนำไปใช้ในการทำการตลาดของสินค้าที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ และการส่งข้อความผ่านทาง SMS ของผู้ให้บริการต่างๆ มีกฎหมาย ระเบียบ [...]
Written on May 3, 2008 | Posted in
การสื่อสารและสื่อ |
Leave a comment