11 ปีรางวัลแสงชัย สุนทรวัฒน์กับก้าวที่ผ่านมาและก้าวที่น่าจะเป็น

รางวัลแสงชัย สุนทรวัฒน์ ได้ผ่านกาลเวลามาถึง 11 ปีแล้ว และในปี พ.ศ 2552 นี้เป็นปีที่ 12 ครบรอบนักษัตรพอดี แสดงให้เห็นถึงการยอมรับของสังคมวิชาชีพสื่อสารมวลชน และแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของคณะผู้จัดงาน คือสมาคมวิทยุและโทรทัศน์ ที่จะทำให้รางวัลนี้เป็นรางวัลสำคัญอีกรางวัลหนึ่งของวิชาชีพสื่อสารมวลชน เพื่อส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานการทำงานให้ดียิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์แห่งสาธารณชนตามหลักการและจรรยาบรรณของสื่อสารมวลชน

ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา นับได้ว่ารางวัล แสงชัย สุนทรวัฒน์ มีส่วนในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพของงาน และให้กำลังใจแก่ผู้ทำงานข่าวทั้งทางโทรทัศน์และวิทยุ โดยรางวัลสำหรับสื่อโทรทัศน์แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ข่าวสืบสวนสอบสวน สารคดีเชิงข่าว และ ข่าวเหตุการณ์ ส่วนวิทยุแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ข่าวประกอบเสียง และ สารคดีวิทยุ

sangchaisuntornwat
การแบ่งประเภทรางวัลดังกล่าว ตรวจสอบตามเอกสารบันทึกการมอบรางวัลในแต่ละปีปรากฏว่า มีการมอบรางวัลครบถ้วนทั้งสื่อโทรทัศน์และวิทยุในปี พ.ศ.2546 โดยก่อนหน้านั้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2540-2545 มีการมอบรางวัลให้แก่สื่อโทรทัศน์เพียงอย่างเดียว และเมื่อปี พ.ศ. 2549 เป็นต้นมาได้เพิ่มรางวัลสำหรับโทรทัศน์ท้องถิ่นขึ้นมาด้วย

ในแต่ละประเภทรางวัลได้แบ่งย่อยออกเป็นรางวัลยอดเยี่ยมและรางวัลชมเชย มีบางปีที่มอบรางวัลดีเด่นแทนรางวัลยอดเยี่ยมในบางประเภท ด้วยเหตุผลที่คุณภาพของข่าวยังไม่ถึงมาตรฐานของรางวัลยอดเยี่ยม แต่ก็สูงกว่ามาตรฐานของรางวัลชมเชย คณะกรรมการจึงมีมติให้รางวัลดีเด่นแทน ได้แก่ รางวัลดีเด่นสารคดีวิทยุ ปี พ.ศ.2546 รางวัลดีเด่นโทรทัศน์ท้องถิ่น ปี พ.ศ.2549 รางวัลดีเด่นข่าวสืบสวนสอบสวน ปี พ.ศ.2550 รางวัลดีเด่นสารคดีเชิงข่าว ปี พ.ศ.2550 และ รางวัลดีเด่นข่าวประกอบเสียง ปี พ.ศ.2550

ผลงานที่ได้รับรางวัลทั้งหมดนี้คัดเลือกจากผลงานที่สถานีโทรทัศน์และสถานีวิทยุส่งเข้าประกวด จากทั่วประเทศ ในส่วนสถานีโทรทัศน์นั้นมีทั้งจากสถานีโทรทัศน์จากส่วนกลางที่ออกอากาศครอบคลุมทั่วประเทศ และจากสถานีโทรทัศน์เคเบิลทีวีจากส่วนกลางและในท้องถิ่น สถานีวิทยุก็เช่นเดียวกัน มาจากทั้งสถานีวิทยุในส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น แสดงให้เห็นว่า ความสนใจที่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนในแขนงโทรทัศน์และวิทยุ รู้จักและให้ความสำคัญกับรางวัลนี้ในขอบเขตกว้างขวางทั่วประเทศ

วิธีการคัดเลือกข่าวจากผลงานที่ส่งเข้าประกวดนี้ มีข้อดีคือ เป็นผลงานที่ผ่านการกลั่นกรองมาจากผู้ผลิตแล้ว จึงเชื่อได้ว่าเป็นผลงานที่มีคุณภาพ ทำให้คณะกรรมการสามารถพิจารณาโดยใช้เวลาอันรวดเร็วได้ แต่ข้อเสียก็คือ ยังมีข่าวที่ไม่ได้ส่งเข้าประกวดแต่มีคุณภาพทัดเทียมหรือดีกว่า ทำให้เสียโอกาสที่จะได้รับการยกย่องเพื่อเป็นแบบอย่างของการทำงานแบบมืออาชีพ ดังที่คณะกรรมการตัดสินรางวัลข่าว-สารคดีโทรทัศน์ ประจำปี พ.ศ.2549 ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ผลงานที่ส่งเข้าประกวดไม่มีความหลากหลาย และมาจากเพียงไมกี่แห่งเท่านั้น ทั้งๆที่มีผลงานออกอากาศเป็นจำนวนมาก และมีประเด็นที่น่าสนใจ การถ่ายทำก็ทำได้ดี แต่ไม่ได้ส่งเข้าประกวด ซึ่งข้อสังเกตของคณะกรรมการดังกล่าวนี้ เป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง สมควรที่ผู้จัดงานจะได้หาวิธีการแก้ไขเพื่อให้ข่าวที่มีคุณภาพเข้าสู่การพิจารณาเพื่อรับรางวัลนี้อย่างทั่วถึง หรือให้ตกหล่นน้อยที่สุด

เมื่อพิจารณาจากผลงานที่ได้รับรางวัลทั้งหมดโดยไม่แยกประเภท จะเห็นได้ว่า ผลงานที่ได้รับรางวัลนั้นมีเนื้อหาหลากหลายและครอบคลุมประเด็นที่สำคัญของสังคม กล่าวคือ

1.ความหลากหลายของเนื้อหา มีทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง สิ่งแวดล้อม การศึกษา สาธารณสุข วิทยาศาสตร์ ซึ่งล้วนแต่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของสังคมทั้งสิ้น

2.ความหลากหลายของพื้นที่และประชากร โดยมีทั้งพื้นที่ในส่วนกลางคือกรุงเทพมหานครและภูมิภาค ทั้งในเขตชุมชนเมืองและชุมชนชนบทนอกเมือง ประชากรที่ได้รับผลกระทบ
จากเหตุการณ์ในข่าวมีหลากหลายสาขาอาชีพ

3.ความหลากหลายของประเด็นข่าว มีทั้งประเด็นความขัดแย้งของประชาชนกับรัฐและความขัดแย้งของชุมชนกับรัฐในประเด็นต่างๆ เช่น สิ่งแวดล้อม เป็นต้น ความขัดแย้งของชุมชนกับองค์กรธุรกิจในเรื่องมลพิษจากอุตสาหกรรม การทุจริตคอรัปชั่นในภาครัฐ การฉ้อโกงและเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค ปัญหาสถานการณ์ในภาคใต้ รวมทั้งข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และความมั่นคงของสังคมมากน้อยแตกต่างกันไป

ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า ผลงานที่ได้รับรางวัลทั้งหมดนี้ เป็นการสะท้อนการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนได้เป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องการให้ข้อมูลข่าวสาร การให้ความรู้ การให้การศึกษา รวมถึงความพึงพอใจแก่สาธารณชนผู้รับสาร ได้รับประโยชน์จากข่าวสารทั้งหลายเหล่านี้ และเป็นการยืนยันการทำหน้าที่ของสื่ออย่างตรงไปตรงมา โดยยึดมั่นในข้อเท็จจริง ภายใต้หลักแห่งจรรยาบรรณและจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อสารมวลชน ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ข่าวและสารคดีที่ได้รับรางวัลย่อมถือเป็นบันทึกเหตุการณ์ของสังคม ที่จะกลายเป็นประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

อย่างไรก็ดี รางวัลนี้ก็มีข้อจำกัดอยู่หลายประการ โดยเฉพาะเรื่องความหลากหลายและคุณภาพของผลงานที่ส่งเข้าประกวด โดยในบางปีรางวัลบางประเภทมีผลงานส่งเข้าประกวดน้อยทำให้ขาดความหลากหลาย บางปีมีผลงานเข้าประกวดมากแต่ขาดความลุ่มลึก ผลของข้อจำกัดนี้ได้สะท้อนผ่านจำนวนผู้ได้รับรางวัลแต่ละประเภท ซึ่งปรากฏว่า ไม่มีผู้สมควรได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอันเป็นรางวัลสูงสุดมากที่สุด เช่นในปี พ.ศ.2546 รางวัลยอดเยี่ยมทั้งโทรทัศน์และวิทยุที่มีอยู่ 5 รางวัล มีผู้ได้รับเพียง 1 รางวัลคือสารคดีเชิงข่าวของโทรทัศน์เท่านั้น ในบางปีรางวัลบางประเภทไม่มีผู้ได้รับรางวัลทั้งรางวัลยอดเยี่ยมและรางวัลชมเชย ส่วนในปีล่าสุดคือ พ.ศ.2550 รางวัลยอดเยี่ยมสารคดีวิทยุไม่มีใครได้รับรางวัล ส่วนรางวัลอื่นๆมีผู้ได้รับทุกประเภท

นับตั้งแต่เริ่มมอบรางวัลปีแรกมาจนถึงปัจจุบัน คณะกรรมการได้แสดงความเห็นไว้เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไข ปรับปรุง พัฒนาคุณภาพของงานไว้อย่างน่าสนใจยิ่ง โดยเฉพาะได้ชี้เห็นถึงจุดอ่อนหรือจุดด้อยของผลงานที่ส่งเข้าประกวดโดยรวมในแต่ละปี ซึ่งสรุปได้พอสังเขปดังนี้

1. ประเด็นที่นำเสนอ หลายเรื่องยังขาดความชัดเจน หรือนำเสนอไม่ตรงประเด็น เนื้อหาไม่สอดรับกับประเด็นที่นำเสนอ โดยเฉพาะข่าวสืบสวนสอบสวนและสารคดีข่าว ทำให้ขาดความดึงดูดใจ

2.ข้อมูลแวดล้อม หลายเรื่องขาดรายละเอียด ไม่มีความลุ่มลึก ไม่สามารถเจาะลงไปถึงรากเหง้าของประเด็นปัญหาที่เป็นข่าว ทำให้ลดความน่าเชื่อถือ

3.การผลิต หลายเรื่องคุณภาพการผลิตไม่ดีพอ ทั้งภาพ เสียง ไม่สมบูรณ์ การตัดต่อ การจัดวางเนื้อหา ไม่สมดุลสอดคล้องกัน ทำให้ลดคุณค่าของข่าวลง

4.บทบาทของสื่อมวลชน ที่เกี่ยวเนื่องกับจรรยาบรรณและจริยธรรมของสื่อมวลชน โดยเฉพาะเรื่องความเป็นกลาง เพราะหลายเรื่องสื่อมวลชนวางตำแหน่งของตัวเองไว้อย่างหมิ่นเหม่ชวนให้เข้าใจได้ว่าอยู่ข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เสี่ยงที่จะตกเป็นเครื่องมือของคู่กรณีที่มีความขัดแย้งกัน โดยเฉพาะในกรณีที่ความขัดแย้งนั้นมีคู่กรณีเป็นฝ่ายประชาชนกับรัฐ บางครั้ง การนำเสนอข้อมูลที่โน้มเอียงไปทางภาครัฐ ทำให้สื่อกลายเป็นกระบอกเสียงหรือเครื่องมือประชาสัมพันธ์ให้ฝ่ายรัฐโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งในประเด็นนี้ คณะกรรมการได้ให้ข้อสังเกตไว้หลายครั้ง

แม้จุดอ่อนทั้งสี่ประการที่ยกมานี้จะเป็นการพิจารณาจากเนื้อหาของผลงานเฉพาะที่ส่งเข้าประกวดรางวัลเท่านั้น แต่ก็ถือได้ว่าเป็นตัวแทนของผลงานที่เผยแพร่ทั้งหมดได้เช่นกัน ดังนั้นจึงพอจะอนุมานได้ว่า คุณภาพของผลงานโดยรวมในมุมมองของคณะกรรมการนั้น มีจุดอ่อนดังกล่าว ซึ่งสมควรที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างสรรค์งานข่าวทุกประเภท จะได้นำไปเป็นแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงและพัฒนาผลงานของตน แม้จะส่งเข้าประกวดรางวัลหรือไม่ก็ตาม

การก่อตั้งรางวัลแสงชัย สุนทรวัฒน์ นับเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างสรรค์รางวัลเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพสื่อมวลชนขึ้นมาอีกรางวัลหนึ่ง แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าได้ก่อให้เกิดความตื่นตัวในหมู่ผู้ทำงานสื่อสารมวลชนสาขาโทรทัศน์และวิทยุ จนนำไปสู่การพัฒนารูปแบบ เนื้อหาการนำเสนอข่าวอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่โดยหลักการ วัตถุประสงค์ และเป้าหมายของรางวัล ก็มุ่งที่จะมีส่วนในการพัฒนาคุณภาพของผลงานและคนทำงานสื่อนั่นเอง ดังนั้น สิ่งที่ผู้รับผิดชอบจะต้องทำเป็นก้าวต่อไปก็คือ การทำให้รางวัลเป็นที่ยอมรับของคนทำงานสื่อมวลชนมากยิ่งขึ้น สร้างแรงจูงใจให้ต้องการมีส่วนร่วมในกิจกรรมรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง และทำให้รางวัลนี้เป็นรางวัลที่ผู้ได้รับรู้สึกเป็นเกียรติและมีความภาคภูมิใจ มีแรงบันดาลใจให้สร้างสรรค์งานที่ดียิ่งขึ้นต่อไป

หนทางที่จะสร้างให้รางวัลแสงชัย สุนทรวัฒน์ เป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ในวงการสื่อมวลชนไทยได้นั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบในปัจจุบันคือสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ คงยากที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นโดยลำพังได้ หนทางที่น่าจะเป็นไปได้ก็คือ การปรับปรุง เปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ในการทำงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อครั้งเริ่มแรก รวมถึงแสวงหาความร่วมมือ การสนับสนุนจากองค์กรอื่นๆทั้งภาครัฐและองค์กรวิชาชีพสื่อสารมวลชนด้วยกันเอง หรือองค์กรอื่นใดที่พร้อมจะสนับสนุนให้เกิดการพัฒนางานสื่อสารมวลชนให้ก้าวหน้า เพื่อประโยชน์แห่งสาธารณะร่วมกัน ซึ่งจะขอเสนอแนวทางไว้เพื่อพิจารณาในที่นี้ คือ

1. การพิจารณาผลงานเพื่อมอบรางวัลที่ผ่านมาคัดเลือกจากผลงานที่ส่งเข้าประกวด ซึ่งทำให้มีข้อจำกัดในเรื่องคุณภาพและความหลากหลาย ดังที่คณะกรรมการได้ตั้งข้อสังเกตไว้ ดังนั้น นอกจากจะพิจารณาจากผลงานที่ส่งเข้าประกวดแล้ว หากคณะกรรมการเห็นว่าผลงานอื่นใดมีคุณภาพได้มาตรฐาน ก็สมควรที่จะนำมาพิจารณาด้วย

2. เผยแพร่ผลงานที่ได้รับรางวัลในแต่ละปีให้เป็นที่รับรู้แก่สาธารณชนผ่านช่องทางต่างๆ รวมไปถึงร่วมมือกับสถาบันการศึกษาที่มีการเรียนการสอนหลักสูตรสื่อสารมวลชน จัดกิจกรรมเผยแพร่ผลงานให้นักศึกษาวิชาสื่อสารมวลชนได้มีโอกาสชมผลงาน เพื่อเป็นตัวอย่างและแนวทางในการทำงาน และกิจกรรมอื่นๆที่เหมาะสม

3. แสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น ภาครัฐ อันได้แก่ รัฐบาล องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อส.มท.) องค์กรวิชาชีพสื่ออื่นๆ สนับสนุนการจัดกิจกรรมในโอกาสมอบรางวัล โดยอาจจัดเป็นมหกรรมสื่อสารมวลชน หรือ สัปดาห์สื่อสารมวลชน หรือจัดงานรำลึกถึงแสงชัย สุนทรวัฒน์ มีกิจกรรมรูปแบบต่างๆเช่น นิทรรศการสื่อสารมวลชน สัมมนาเรื่องผลงานที่ได้รับรางวัลที่ผ่านมา เสวนาวิเคราะห์วิจารณ์ผลงานที่เข้ารอบในปีปัจจุบัน มีการแสดงผลงานที่ได้เข้ารอบให้ผู้สนใจได้รับชมและฟัง ก่อนพิธีประกาศมอบรางวัล เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้เกิดการรับรู้และการตื่นตัวทั้งในหมู่คนทำงานและสาธารณชนที่สนใจ

4.ให้ความสำคัญแก่สื่อท้องถิ่นทั้งโทรทัศน์และวิทยุที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ด้วยการจัดกิจกรรมมอบรางวัลในส่วนภูมิภาค หรือให้โอกาสสื่อท้องถิ่นเข้ามานำเสนอผลงานในกิจกรรมที่จัดขึ้นในพิธีมอบรางวัลตามข้อ 3 ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาคุณภาพของสื่อท้องถิ่นอีกทางหนึ่ง

ทั้งหมดนี่เป็นแนวทางที่ขอเสนอไว้เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้พิจารณาตามแต่จะเห็นสมควร
ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่รางวัลแสงชัย สุนทรวัฒน์ เกิดขึ้นนั้น นับได้ว่าเป็นความตั้งใจอันดียิ่งของบุคคลในสาขาวิชาชีพสื่อมวลชน ที่ต้องการส่งเสริมและพัฒนาผลงานให้มีคุณภาพเพื่อสร้างประโยชน์แก่สาธารณชน นอกเหนือจาการรำลึกถึงและเชิดชูเกียรติแก่นายแสงชัย สุนทรวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อส.มท.) ดังนั้น ก้าวต่อไปของรางวัลแสงชัย สุนทรวัฒน์ ย่อมเป็นการก้าวไปสู่การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานผลงานของสื่อมวลชน ยกระดับบุคลากรในวิชาชีพสื่อมวลชนให้เป็นมืออาชีพ เช่นเดียวกับนายแสงชัย สุนทรวัฒน์ ผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นสื่อมวลชนคุณภาพและเป็นผู้บริหารงานสื่อมืออาชีพที่ได้สร้างคุณูปการอันใหญ่หลวงแก่วงการสื่อมวลชนไทย.

หมายเหตุ :บทความนี้เขียนขึ้นในวาระ 12 ปีการจากไปของ แสงชัย สุนทรวัฒน์ อดีตผู้อำนายการ อส.มท. และ 11 ปีการมอบรางวัลแสงชัย สุนทรวัฒน์ ตีพิมพ์ในหนังสือที่ระลึกรางวัลแสงชัย สุนทรวัฒน์ 2552 โดยสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สนใจรับหนังสือ ติดต่อที่สมาคมฯ โทร.02 243 8479 เว็บไซต์ www.thaibja.org

[หากเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้โดยอ้างอิงผู้เขียนและแหล่งที่มา ไม่อนุญาตินำไปแสวงหารายได้ด้วยวิธีการใดๆ ยกเว้นการนำไปเผยแพร่ในบล็อกที่มีโฆษณาอยู่แล้ว หากมีจิตศรัทธาสนับสนุนบล็อกนี้ร่วมบริจาคได้โดย คลิกที่นี่ ขอบคุณครับ]

Related Posts with Thumbnails เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน
This entry was posted on Wednesday, May 20th, 2009 and is filed under การสื่อสารและสื่อ. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

No Responses to “11 ปีรางวัลแสงชัย สุนทรวัฒน์กับก้าวที่ผ่านมาและก้าวที่น่าจะเป็น”

  1. frozenzombie on June 16th, 2009 at 11:32 am

    ผมชื่นชม ท่านแสงชัย มานานแล้ว
    พอทราบว่าท่านเสียชีวิต ผมช๊อคมาก เสียดายความรู้ความสามารถของท่าน เผลอแป๊บเดียว เวลาผ่านไปแล้ว 11 ปี

  2. โกศล อนุสิม on June 17th, 2009 at 11:56 am

    คุณ frozenzombie ครับ

    หลายๆคนรวมทั้งผมก้ช็อคเหมือนกันครับ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ แต่ก็เป็นไปแล้ว เหลือแต่สิ่งยิ่งใหญ่ที่ท่านทำให้ อสมท. กลายเป็นผู้นำด้านการสื่อสารของประเทศ แต่ปัจจุบันมีแต่เตี้ยลงๆ?

Leave a Reply

kbiztalk

ยินดีต้อนรับทุกท่าน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosoltalk.com หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

bookandwriter

xirbit

เืดือนนี้มีอะไร

หมวดหมู่สาระพัน

เสียงเพื่อนพูดคุย

เรื่องเก่าๆเอามาให้อ่าน

eXTReMe Tracker Free counter and web stats