อยากเป็นคนแบบใดในบุคคล 4 ประเภท

ตำรานรลักษณ์ทั้งจีน ไทย แขก ฝรั่ง ได้จัดประเภทคนไว้มากมายหลายหลากเป็นแนวทางในการดูคน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทั้งการทำนายทายทักดวงชะตา จนกระทั่งใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกคนเข้าทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่รู้จักกันดีในเมืองไทยก็เห็นจะเป็นตำรานรลักษณ์จีน หรือที่รู้จักกันว่าตำราดูโหงวเฮ้ง ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะสังคมไทยได้รับอิทธิพลทางชนชาติและวัฒนธรรมจากจีนเป็นหลักใหญ่มาแต่นมนาน ผ่านชาวไทยเชื้อสายจีนที่มีเป็นจำนวนมากในหมู่ประชากรไทย
ที่กล่าวมานี้เป็นตำราดูลักษณะร่างกาย อันเป็นเรื่องภายนอก แต่ตำราที่ยกมาในวันนี้ เป็นตำราขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงตรัสไว้แก่พระเจ้าปเสนทิโกศล เป็นการจัดประเภทของคนจากการกระทำ ซึ่งการกระทำจะเป็นเช่นใดนั้น ย่อมเป็นผลมาจากภายในคือความคิดและจิตใจ โดยทรงตรัสว่า บุคคลมี 4 ประเภท ดังนี้
1. พวกมืดมาแล้วมืดไป ก็คือ บุคคลที่เกิดในตระกูลต่ำ ยากจน ทุกข์เข็ญ รูปชั่วตัวดำ เมื่อเกิดมาแล้วก็ยังประพฤติไม่ดี ทำแต่ความชั่วทั้งกายวาจาใจ ตายไปย่อมจะไปสู่ทุคติ คือนรก เป็นต้น เรียกว่ามืดมาแล้วก็มืดต่อไป หรืออาจเทียบได้ว่าเป็นประเภทต้นก็คด ปลายก็งอ
2. พวกมืดมาแล้วสว่างไป คือพวกที่เกิดในตระกูลต่ำ ยากจนทุกข์เข็ญ รูปชั่วตัวดำ แต่ในชีวิตทำดี ประพฤติดีทั้งกายวาจาใจ ตายไปย่อมสู่สุคติ คือ สวรรค์ เป็นต้น เรียกว่ามืดมาแล้วสว่างไป หรืออาจเทียบได้ว่าเป็นประเภทต้นคดปลายตรง
3. พวกสว่างมาแล้วมืดไป คือพวกที่เกิดในตระกูลดี ชนชั้นสูง พวกเศรษฐี มีความสุขสบาย รูปไม่ชั่วตัวไม่ดำ แต่พฤติกรรมไม่มีดี ประพฤติแต่ชั่วทั้งกายวาจาใจ ตายไปย่อมสู่ทุคติ เรียกว่ามืดมาสว่างไป เป็นพวกต้นตรงปลายคด
4. พวกสว่างมาแล้วสว่างไป นี่คงไม่ต้องอธิบาย เพราะชัดเจนอยู่ในตัวแล้ว คือมาก็ดี ไปก็ดี ไม่มีความเสียหาย เป็นพวกต้นตรงปลายตรง
พิจารณาตามความเป็นจริงก็จะเห็นตัวอย่างคนเป็นจำนวนมากมายที่ดำเนินไปตามตำราที่พระบรมศาสดาทรงตรัสไว้ นั่นคือ คนทั้งหลายอันรวมเราๆท่านๆที่อ่านและเขียนบล็อกด้วยนั้น ล้วนแต่สังเคราะห์เข้าเป็นประเภทหนึ่งประเภทใดใน 4 ประเภทนี้อย่างแน่นอน ต่างกันแต่ว่าใครจะอยู่ในประเภทใดเท่านั้นแหละครับ
พวกมืดมาแล้วมืดไปนี้ก็มาก เกิดมาต่ำต้อยน้อยหน้า ยากจนข้นแค้นเช่นไร เมื่อจากโลกไปก็เป็นเช่นนั้น หรือเกิดมาพร้อมกับความคิดนิสัยอันชั่วร้าย มีชีวิตอยู่ก็ทำแต่สิ่งไม่ดี จนกระทั่งตอนตายก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่ พวกนี้มีความบริสุทธิ์ในทางไม่ดี
พวกมืดมาแล้วสว่างไปนี้ก็มีมาก พวกนี้น่าชื่นชมยกย่องมาก เพราะเกิดมาท่ามกลางความทุกข์ยากลำบาก แต่มีสำนึกอันดีงาม พัฒนาตนเองไปพ้นจากความลำบาก หรือพวกที่เกิดมาท่ามกลางสิ่งแวดล้อมไม่ดี อยู่ในหมู่คนเลว แต่เป็นพวกผ่าเหล่ามาเข้ากับฝ่ายดี กลายเป็นผู้สร้างประโยชน์แก่คนหมู่มาก แบบนี้ ตายไปใครก็คิดถึง สว่างไสวในใจคน
พวกสว่างมาแล้วมืดไปนี้ก็ไม่น้อย มีให้เห็นทุกสมัย เป็นพวกขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่พอเหลาๆไปกลายเป็นบ้องกัญชา ที่ชัดเจนก็คือ พวกผู้มีอำนาจวาสนาอยู่เหนือผู้คนทั้งหลาย ทั้งผู้นำทางสังคม การเมือง ธุรกิจ ที่มีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย ได้รับการยกย่องจากผู้คน แต่แล้วก็กระทำผิดใหญ่หลวง ต้องกลายเป็นอาชญากร ถูกจับขังคุกก็มี หนีไปจนแทบจะไม่มีแผ่นดินอยู่ก็มาก
พวกสว่างมาแล้วสว่างไป พวกนี้เป็นพวกที่มีบารมีธรรมสูง เกิดมาท่ามกลางสิ่งดีๆ ดำรงตนอยู่ในความดี ตายไปก็ไปแบบดี มีแต่คนรักอาลัย โดยเฉพาะพระอริยเจ้าทั้งหลายที่ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เมื่อมีชีวิตอยู่ก็เป็นที่พึ่งพาอาศัยของบรรดาบริวารธรรม เมื่อจากไปก็ยังเหลือไว้ซึ่งคำสอนอันดีงาม และตัวอย่างการปฏิบัติตนที่ดีเลิศให้คนถือเป็นแบบอย่าง ไม่เพียงแต่พระสงฆ์องค์เจ้าเท่านั้น คนธรรมดาที่อยู่ในข่ายนี้ก็มีเป็นอันมาก
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว พอจะสังเคราะห์ตัวเองเข้าเป็นประเภทไหนได้หรือเปล่าครับ อ่านแล้วก็รู้เอาไว้ใช้เป็นกระจกเงาส่องตนเองก็จะดี ผมนั้นส่องอยู่บ่อยๆ ส่องเมื่อใดก็สะดุ้งแทบทุกที เพราะมักจะเห็นตัวเองเป็นคนประเภทที่ 1 และ 3 จึงต้องพยายามถีบตัวเองออกมาให้ห่าง หวังว่าสักวันคงพ้นไปได้โดยสวัสดี.




มี 4 ประเภทเองเหรอครับ เคยได้ยินเขาว่ากันว่า คนเรามีตั้ง 500 จำพวกนะครับ
ครับ คุณธวัช
ในพระสูตรต่างๆทรงจัดแบ่งไว้หลายอย่างครับ บ้างก็เป็น 4 ประเภท บ้างก็ 5 ประเภท บ้างก็ 6 ประเภท แล้วแต่กรอบความคิดน่ะครับ
ส่วน 500 จำพวกนั้นน่าจะเป็นคำเปรียบเทียบ คือมีมากมายก็เรียกรวมกันว่า 500 เช่น พวกโจร 500 หมายความว่าโจรเป็นจำนวนมาก ณ ขณะนี้พวกที่อยู่ในสภาก็อาจเรียกเป็นพวก 500 ได้ เหอๆ
ตกกะใจหม๊ดเลยครับพี่ เห็นรูปครั้งแรกนึกว่า Andy Warhol มาเอง ..แต่พอพินิจชิดดูใกล้ๆ หว่า..าา “พี่โก”(ศล)ของเรานี้เอง ..แวะมาแซวตอนดึกๆครับ
ฮาฮา ว่าไปนั่นเชียว MiMD ว่าแต่เรื่องลาดโดน่ะเขียนหรือยัง หรือว่ามัวแต่ออกแบบงานรับทรัพย์จนไม่มีเวลาว่างเขียน
ข้อมูลมันหายไปพร้อมกับการฟอร์แมทเครื่อง เรื่องเลยเศร้า แต่ยังไงแล้วคิดว่าปีนี้ มีแน่ๆ ..แล้วผมจะกลับไปเก็บข้อมูลที่ ลาด’โด อีกครั้ง ..รักแล้วรอหน่อย อิอิอิ (หัวเราะแบบนี้ขอยืม โสภณ องค์การณ์ มาครับ
)