ย่าสอนหลาน:ภูมิปัญญาอีสานในงานวรรณกรรม (1)

 

ภาคอีสานของเรานั้นอุดมไปด้วยสมบัติทางภูมิปัญญาจนไม่อาจประเมินค่าได้   โดยเฉพาะสมบัติทางด้านศิลปวัฒนธรรมนั้นเป็นที่ประจักษ์มานานแล้วว่า  มีมากมายเป็นอัตปือ วรรณกรรมก็เป็นหนึ่งในมวลมรดกด้านศิลปวัฒนธรรม  และวรรณกรรมอีสานบ้านเฮานั้นมีหลายหลากมากแท้ 

คนรุ่นอายุสัก 40 ปีขึ้นไปย่อมคุ้นเคยกับวรรณกรรมพื้นบ้านที่ได้รับการบอกเล่าจากปากต่อปาก  เรื่องที่ได้รับการบอกเล่ามากที่สุด ถือเป็นเรื่องยอดนอยมก็เห็นจะเป็นเซียงเมี่ยง  รองลงมาก็ ขูลูนางอั้ว  พญาแถน  ท้าวก่ำกาดำ  ฯลฯ และนิทานก้อมที่เน้นตลกเสียดสีสนุกสนานและโป๊หน่อยๆเฉียดๆเรตเอ็กซ์ก็มีไม่น้อย  ฟังทีไรก็สร้างความครื้นเครงทั้งผู้พูดและผู้ฟัง

 

ส่วนที่เป็นเรื่องราวที่เน้นแก่นความคิดเรื่องความดีความงาม  วิธีปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคม  ศีลธรรมและจริยธรรมโดยตรงก็มี  อย่างเช่น  วรรณกรรมเรื่อง ย่าสอนหลาน  ซึ่งเป็นเพชรเม็ดหนึ่งของปรั๙ญาอีสานว่าด้วยดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม  ซึ่งพ่อใหญ่ปรีชา  พิณทอง  ปราชญ์ใหญ่อีสานได้กล่าวถึงที่มาไว้ว่ามาจากการแบ่งหน้าที่ของคนสมัยโบราณซึ่ง “การอบรมสั่งสอนลูกหลานในสมัยโบราณ เป็นหน้าที่ของย่า เพราะย่านั้นทำงานหนักไม่ได้ งานที่ย่าถนัดคืองานอบรมสั่งสอนลูกหลาน ปกติลูกหลานมีความเคารพยำเกรงย่าอยู่แล้ว เมื่อย่าอบรมสั่งสอนอะไรก็มักเชื่อถือ แล้วนำไปปฏิบัติตาม  ดังนั้น ลูกหลานในสมัยโบราณจึงเป็นคนสุภาพ เรียบร้อย มีศีลสัตย์วัฒนธรรม เป็นคนขยันหมั่นเพียร…” ซึ่งข้อวิเคราะห์ของ พ่อใหญ่ปรีชา พิณทอง นี้ได้สะท้อนความเป็นจริงของสังคมในสมัยก่อน ที่ลูกหลานเคารพนบนอบบุรพากรี   เชื่อฟังผู้ใหญ่ ทำให้คงความเป็นระเบียบเรียบร้อยเอาไว้ได้

 

ในสมัยปัจจุบันนี้ดอก ที่ผู้น้อยไม่เคารพผู้ใหญ่  ผู้ใหญ่ไม่เอ็นดูผู้น้อย  เด็กเมื่อวานซืนถอนหงอกผู้เฒ่า  ผู้เฒ่าก็ชำเราเด็ก สังคมจึงวิปริตไปหมด

 

ผมอ่านหนังสือเรื่อง ย่าสอนหลาน  หลายรอบ  ยิ่งอ่านยิ่งชอบ  ยิ่งชอบก็ยิ่งพิเคราะห์ แล้วเห็นจริงตามที่พ่อใหญ่ ปรีชา พิณทองได้บอกไว้ว่า มีคุณค่าหาคำสอนใดมาเปรียบเทียบได้ยาก  เพราะเป็นคำสอนที่อ่านง่าย  แต่เนื้อหาลึกซึ้งมาก  หากคนสักครึ่งหนึ่งปฏิบัติตามคำสั่งสอนนี้แล้ว  ความสงบสุขย่อมเกิดแก่สังคมเป็นแน่

 

สิ่งที่ผมชอบเป็นอย่างมากก็คือ  นิทานนี้เขียนเป็นร้อยกรอง  เป็นผญาที่สละสลวย  แต่ด้วยเหตุที่วรรณกรรมสมัยโบราณนั้นไม่ได้บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร  เป็นวรรณกรรมมุขปาฐะที่ได้แต่เล่าสืบต่อกันมาหลายชั้น  ฉะนั้น เนื้อความในแต่ละท้องถิ่นอาจผิดเพี้ยนไปบ้าง  เป็นการดีเหลือเกินที่พ่อใหญ่ปรีชา พิณทอง ได้รวบรวมชำระไว้  แล้วจัดพิมพ์เป็นเล่มเผยแพร่  ซึ่งต้นฉบับที่ผมได้อ่านนั้น ก็เป็นฉบับที่พ่อใหญ่ปรีชา  พิณทอง ได้ชำระไว้นั่นเอง

 

พ่อใหญ่ปรีชา  พิณทอง นับเป็นปราชญ์ใหญ่ของอีสานที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ที่ทำคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อสังคมอีสานเรา   วรรณกรรมเรื่องย่าสอนหลานที่ผมใช้อ้างอิงในการเล่าเรื่องในครั้งนี้  พ่อใหญ่ปรีชา  พิณทอง ได้อธิบายคำศัพท์อีสานโบราณไว้อย่างละเอียด  ทำให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจและตีความ

 

ย่าสอนหลาน ได้เสนอแนวทางในการปฏิบัติตนในการอยู่ร่วมกันในสังคมไว้เป็นข้อๆ  เรียกได้ว่าเป็น HOW  TO  ฉบับโบราณอีสานก็ย่อมได้  โดยแบ่งไว้ชัดเจนดังนี้

 

แนวทางที่ 1.  ว่าด้วยการสอนให้ศึกษาเล่าเรียน

 

แนวทางที่ 2.  ว่าด้วยการสอนคนให้เป็นคน

 

แนวทางที่ 3.  ว่าด้วยการสอนให้รู้จักทำบุญ

 

แนวทางที่ 4.  สอนให้รู้จักกินอยู่

 

แนวทางที่ 5. สอนให้รู้จักบาป บุญ คุณ โทษ

 

แนวทางที่ 6. สอนไม่ให้ลืมตัว

 

แนวทางที่  7. สอนให้รู้จักการทำงาน

 

แนวทางที่ 8. สอนเกี่ยวกับการพูดจา

 

 

แนวทางที่  9. สอนให้ละบาปสร้างบุญ

 

นี่เป็นประเด็นที่ย่าสอนหลานให้ประพฤติปฏิบัติเพื่อให้อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข  เป็นการสอนที่มุ่งการเปลี่ยนแปลงจากภายใน  อันเป็นวิถีคิดแบบตะวันออก  หากพูดกันตามภาษาสมัยใหม่ก็คงเรียกได้ว่า เป็น “9 กลยุทธ์ในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข”  หรือ  How to make yourself  to be a good  Man  …” หรืออะไรสักอย่างทำนองนี้

 

เพียงเก้าข้อเท่านี้แหละครับ ก็สามารถบันดาลให้มนุษย์ทั้งหลายสงบสุขได้  ถ้ายึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด  จะว่าไปแล้ว 9 แนวทางนี้ก็ล้วนแต่อยู่ภายใต้บทบัญญัติศีลห้า และพรหมวิหารสี่  อันเป็นหลักพื้นฐานของพระพุทธศาสนา  โดยนำมาอธิบายให้ง่ายขึ้น  มีแนวทางปฏิบัติชัดเจน

 

คราวหน้ามาว่ากันในรายละเอียดของประเด็นต่างๆที่ปรากฏในย่าสอนหลาน  มรดกภูมิปัญญาอีสานในงานวรรณกรรม ที่มีส่วนในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่สังคมอีสานในกาลที่ผ่านมา

 

 

 

Related Posts with Thumbnails เรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน
This entry was posted on Friday, May 30th, 2008 and is filed under เรื่องจิปาถะผสม. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply

kbiztalk

ยินดีต้อนรับทุกท่าน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosoltalk.com หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

bookandwriter

xirbit

เืดือนนี้มีอะไร

หมวดหมู่สาระพัน

เสียงเพื่อนพูดคุย

เรื่องเก่าๆเอามาให้อ่าน

eXTReMe Tracker Free counter and web stats