จุดยืนต่อเหตุการณ์ทางการเมืองไทย พ.ศ.2551
ผมเป็นคนไทยคนหนึ่งที่เฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เช่นเดียวกับคนไทยอีกเป็นจำนวนมาก นับตั้งแต่การชุมนุมที่สะพานมัฆวานจนถึงปัจจุบัน (29 สิงหาคม 2551) ที่ทำเนียบรัฐบาล หรือย้อนไกลไปกว่านั้นก็คือ การชุมนุมครั้งแรกเพื่อต่อต้านรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก่อนวันที่ 19 กันยายน 2549 ซึ่งผมประกาศอย่างชัดเจนว่าสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ ด้วยการลงชื่อสนับสนุนผ่านการรณรงค์ขององค์กรนักเขียนพร้อมกับเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก ดังที่เผยแพร่ตามสื่อในเวลานั้น
นับตั้งแต่การชุมนุมเพื่อต่อต้านรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นรัฐบาลตัวแทนหรือนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่พยายามดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อลบล้างความผิดของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดในขณะที่บริหารราชการแผ่นดิน แม้ผมจะไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของพันธมิตรฯในขณะนั้น ที่ดำเนินการเคลื่อนไหวเร็วเกินไป เหมือนเป็นการชวนทะเลาะ แต่ผมก็เข้าใจได้ว่า การชุมนุมนั้นเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เป็นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง ซึ่งรัฐบาลจะขัดขวางหวงห้ามไม่ได้ ตราบใดที่การชุมนุมอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น อีกทั้งการพยายามดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ.2550 ของรัฐบาลนั้น ก็ไม่มีความชอบธรรมอยู่แล้ว ผมจึงไม่ได้แสดงความเห็นคัดค้านการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตร แม้จะไม่เห็นด้วยก็ตาม
รัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช มีความชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญ เพราะมาจากการเลือกตั้งของปวงชนชาวไทย ข้อนี้ไม่มีใครอาจปฏิเสธได้ แต่พฤติกรรมที่รัฐบาลคณะนี้แสดงออกอย่างชัดแจ้ง ว่าเป็นตัวแทนของอดีตนายกรัฐมนตรีที่แอบสั่งการอยู่ข้างหลัง รวมไปถึง การพยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อตัดช่องทางเอาเอาผิดต่ออดีตนายกรัฐมนตรี อันเป็นการดำเนินการเพื่อบุคคลเพียงคนเดียว ย่อมไม่มีความชอบธรรมอย่างแน่นอน ดังนั้นการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ย่อมมีความชอบธรรม เพราะได้แสดงออกตามสิทธิของประชาชน เพื่อปกป้องรักษากฎหมายสูงสุดของประเทศ เมื่อเห็นว่า จะถูกแก้ไขเพื่อเอื้อประโยชน์แก่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง มิใช่ประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง
การชุมนุมกันด้วยความสงบ ยึดหลักอหิงสา ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประกาศไว้นั้น นับว่าเป็นสิ่งที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง เพราะได้ทำตามหลักการที่ประกาศไว้อย่างเต็มที่ จนเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2551 ทางกลุ่มพันธมิตร ได้พากันเข้าปิดล้อมและบุกรุกเข้าไปในสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมถึงทำเนียบรัฐบาล และสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที มีการทุบทำลายสิ่งของอันเป็นทรัพย์สินของทางราชการและสถานีโทรทัศน์ดังกล่าว อันเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และเป็นการคุกคามสื่อมวลชน ซึ่งเป็นการกระทำที่อารยประเทศไม่ให้การยอมรับ แม้ว่าสื่อดังกล่าวจะถูกกล่าวหาว่าอยู่ข้างรัฐบาลและโจมตีกลุ่มพันธมิตรฯ แต่กลุ่มพันธมิตรฯก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้กำลังเข้าข่มขู่คุกคาม ดังนั้น จึงทำให้ภาพลักษณ์ของกลุ่มพันธมิตรฯที่มีความสง่างามตลอดการชุมนุมที่ผ่านมา ต้องมัวหมองและขาดความชอบธรรม จนถูกประณามและคัดค้านจากประชาชนและองค์กรทางสังคม เช่น คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน และนักวิชาการในสถาบันการศึกษาต่างๆจำนวนไม่น้อย
แม้ผู้คนจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2551 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเห็นพ้องต้องกันกับฝ่ายรัฐบาล หรือเป็นฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะการประกาศให้ประชาชนและสื่อมวลชนเลือกที่จะยืนอยู่ข้างหนึ่งข้างใดของนายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช ขัดกับหลักสิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตย การบังคับให้ประชาชนเลือกข้างหนึ่งข้างใด ย่อมหมายความว่า ฝ่ายที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลเป็นศัตรูกับรัฐ ซึ่งแนวคิดเช่นนี้ขัดกับหลักการประชาธิปไตยเป็นอย่างยิ่ง เพราะรัฐบาลนั้นมิใช่เป็นรัฐบาลของประชาชนที่สนับสนุนรัฐบาลเท่านั้น หากแต่เป็นรัฐบาลของประชาชนทุกคนของประเทศ ไม่ว่าจะสนับสนุนรัฐบาลหรือไม่ แต่รัฐบาลย่อมมีหน้าที่ดูแลรักษาประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศที่เสียภาษีบำรุงแผ่นดินทุกคน
เหตุการณ์ล่วงเลยมาจนถึงวันนี้ (29 สิงหาคม 2551) พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังปักหลักชุมนุมอยู่ในทำเนียบรัฐบาล ฝ่ายรัฐบาลอาศัยอำนาจศาลสั่งให้ผู้ชุมนุมออกจากทำเนียบรัฐบาล ซึ่งฝ่ายผู้ชุมนุมได้ดำเนินการคัดค้านโดยยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อชะลอคำสั่งให้ออกจากทำเนียบรัฐบาล ขณะที่เดียวกันฝ่ายรัฐบาลก็ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปิดล้อมเพื่อกดดันและผลักดันผู้ชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล ต่างฝ่ายต่างอ้างคำสั่งศาลเพื่อประโยชน์ของฝ่ายตน จึงน่าเป็นห่วงว่า อาจจะเกิดการกระทบกระทั่งจนกลายเป็นการปะทะ และพัฒนาไปสู่การจลาจลได้ทุกเวลา หากไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
ในฐานะประชาชนไทยคนหนึ่ง ที่มีความรักชาติบ้านเมืองเช่นเดียวกัน และไม่ต้องการที่จะเลือกยืนอยู่ข้างหนึ่งข้างใด เพราะตระหนักว่า ไม่ว่าประชาชนที่สนับสนุนรัฐบาลหรือประชาชนที่เป็นฝ่ายพันธมิตร ก็ล้วนแต่เป็นคนไทยเช่นเดียวกัน ผมขอแสดงจุดยืนในนามของประชาชนไทยคนหนึ่ง ต่อกรณีที่เกิดขึ้นดังนี้
1.ผมเห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ต้องการยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล เพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง มิใช่ประชาชนทั้งหมด ทำให้รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศชาติ เพราะพฤติกรรมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญรวมถึงมีพฤติกรรมดำเนินงานทางการเมืองหลายอย่าง เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดเท่านั้น มิใช่เพื่อประชาชนไทยทั้งมวล
2.ผมสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ใช้สันติ อหิงสา และอารยะขัดขืน นับตั้งแต่วันแรกของการชุมนุมจนถึงวันที่ 25 สิงหาคม 2551 แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ทำลายหลักการสันติ อหิงสา และอารยะขัดขืน ด้วยการบุกรุกสถานที่ราชการและสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ในวันที่ 26 สิงหาคม 2551 จนกระทั่งบุกยึดทำเนียบรัฐบาลเป็นที่ชุมนุมจนถึงวันนี้ (29 สิงหาคม 2551) ทำให้พันธมิตรฯหมดความชอบธรรมในการชุมนุมเช่นเดียวกับที่รัฐบาลหมดความชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน
3.ผมขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมาย ทั้งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและรัฐบาล ขอให้ยึดถือปฏิบัติตามคำสั่งและคำตัดสินของศาล และหากเกิดความรุนแรงขึ้นจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือทั้งสองฝ่าย ผมก็ขอประณามผู้ที่ก่อความรุนแรงนั้น
หากประเทศชาติเกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ดังกล่าว ผมและประชาชนคนไทยอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์นี้ ก็พร้อมที่จะยอมรับความเสียหายนั้น โดยจะร่วมกันทำงานหนักเพื่อฟื้นฟูประเทศชาติให้กลับคืนสู่สภาพปกติในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่งซึ่งมีหน้าที่ทดแทนคุณแผ่นดิน ในวิถีทางที่ตนเชื่อมั่น ซึ่งถึงแม้จะแตกต่างแต่ก็เพื่อแผ่นดินเกิดผืนเดียวกัน คือแผ่นดินไทย.
ด้วยความเคารพยิ่ง
โกศล อนุสิม
29 สิงหาคม 2551
เวลา 13.50 นาฬิกา.




วุ่นวาย น่าเบื่อ สับสน รำคาญ = ทำมาหากินดีกว่า หึหึ
ทำไมคนไทยด้วยกันต้องมาทะเลาะกันเองด้วย สงสารเด็กที่ต้องนั่งดูข่าวไม่รู้ว่าเค้าจะคิดยังไงแล้วเค้าจะโตมาเป็นผู้ใหญ่แบบไหน
http://astore.amazon.com/bestsellers4u-timex-20
แล้วข้อ 2 หายไปไหนคะ?
@108blog อย่าคิดแต่ทำมาหากินค่ะ เราต้องคำนึงถึงส่วนรวมด้วย ^_^
@SE7EN ก็คนส่วนรวมนี่แหละ สร้างปัญหาวุ่นวายไปหมด
คนที่สร้างความวุ่นวานเป็นแค่คนส่วนหนึ่งค่ะ
อยากให้มองถึงปัญหาของส่วนรวม หรือส่วนใหญ่ของประเทศที่มองไม่ค่อยเห็น จับต้องไม่ค่อยได้ หรืออาจจะไกลตัวสักหน่อย อาจจะเห็นว่าไม่เกี่ยวกับปากท้องของเรา แต่จริงๆมันอาจจะเกี่ยว
เทียบกับความวุ่นวาย ในช่วงเวลานี้ อาจจะกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลยก็ได้
ก็ต้องลองชั่งน้ำหนักดูค่ะ
อันนี้จะเป็นความเห็นสุดท้ายในโพสต์นี้แล้วนะคะ ไม่อยากต่อความยาวไปกว่านี้ ^_^
อุ๊บส์ลืมไป สุดท้ายจริงๆ
บางทีการจะได้อะไรมาก็ต้องยอมแลกยอมสูญเสียบางอย่างไปบ้างนะคะ
ไม่มีใครที่จะได้ดั่งใจไปทุกอย่าง
ช่วงนี้เห็นแต่ชนชั้นกลางในอินเทอร์เ็น็ตที่ทำตัวแบบที่คนกลุ่มหนึ่งเรียกว่า “สลิดดก”
[...] Kosoltalk.com เมื่อ 29 สิงหาคม 2551 Tags: การประท้วง, [...]
สงสารประเทศไทยจัง
@ ไนซ์ ความจริงมี 3 ข้อ ใส่เลขผิด ขอภัยเป็นอย่างยิ่ง แก้ไขแล้ว
@ bestsellers4u ขอบคุณครับที่มาเยี่ยม สงสารประชาชนไทยส่วนมากน่ะครับ ขอให้ขายดีนะครับ ติด index เยอะๆ รวยๆ
[...] เผยแพร่ก่อนแล้วที่ Kosoltalk.com เมื่อ 29 สิงหาคม 2551 [...]
วันนี้เราได้ นายก คนใหม่แล้วหวังว่า เหตุการณ์ต่างๆ ในบ้านเมืองคงดีขึ้นนะครับ
ก็หวังเช่นนั้นครับ ขอบคุณครับ