...

Who is the most lazy blogger in the world? I know you do not know but I know that blogger. His name is Kosol Anusim, the owner of Kosolanusim.com and he post his blog every three months, absolutely indolent man.
One day while he was sitting on the chair in the room in his house, looking at monitor and thinking about things he would write for his blog. He had no idea and wanted someone give him guidance.
“Oh! God.” He prayed. “Please help me or send me someone to help me. I have to write a post of my blog today. It’s time to post but I have no idea, my brain is worst, I come to be a fool blogger. Help me please!”
สถานการณ์บ้านเมืองเป็นที่น่าห่วงใยว่าจะเกิดเหตุไม่ปกติขึ้น เนื่องมาจากความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงถึงขั้นที่จะอยู่ร่วมกันไม่ได้ต่อไปอีกแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มสีแดงที่ประกาศอย่างโจ่งแจ้งว่าจะโค่นล้มฝ่ายตรงกันข้ามลงให้ได้ ทำดังว่าบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป
ฝ่ายผู้มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง คือรัฐบาล ก็ดูเหมือนจะเพิกเฉยไม่จัดการแก้ไขปัญหาเท่าที่ควรจะทำ ปล่อยให้สถานการณ์คุกรุ่นสุกงอมมากขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนคนยากจนและคนที่ทำมาหากินเลี้ยงดูครอบครัว เสียภาษีแก่ประเทศชาติ และต้องการเห็นความสงบในบ้านเมือง ต่างได้รับความเดือดร้อนโดยถ้วนหน้า
อ่านข่าวเมื่อหลายวันก่อน เห็นข่าวสถิติความนิยมเว็บไซต์ชุมชนบนสื่อ (Social Media) ของชาวอินเตอร์เน็ตสัญชาติไทยประจำเดือนกุมภาพันธ์ ปรากฏว่า Facebook ยังมาแรงเป็นอันดับหนึ่ง รั้งบ๊วยด้วยเว็บไซต์ที่ให้บริการบล็อกและแชร์ภาพถ่ายอย่าง Multiply ส่วน twitter ที่มาแรงในขณะนี้แพ้ไปอย่างฉิวเฉียด ตกขอบจอไปอยู่อันดับที่ 11 ซึ่งสถิติดังกล่าวเป็นข้อมูลจาก Alexa เว็บไซต์จัดอันดับชื่อดัง
สำหรับรายชื่อทั้ง 10 เว็บไซต์ยอดนิยมดังกล่าว มีดังนี้
“สาก” กับ “สากกะเบือ” คำนาม 2 คำนี้มีมาคู่สังคมไทยช้านาน สอดแทรกอยู่ในถ้อยคำสำนวนไทยเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความผูกพันแนบแน่นของคนไทยที่มีต่อสากและสากกะเบือ ด้วยว่าทั้งสองสิ่งนี้เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนอันจะขาดเสียไม่ได้ ไม่ว่าสังคมไทยสมัยก่อนหรือสมัยปัจจุบัน
บางคนอาจสงสัยว่า ทำไมต้องเขียนเรื่องสากกะเบือในที่นี้?
ใครที่ไปชมงานเปิดตัวสินค้า คงจะเห้นว่าทุก ๆงานจะขาดพริตตี้ไม่ได้ ไม่ว่างานจะเล็กหรือใหญ่ ย่อมต้องมีพริตตี้สวย ๆ แต่งตัวดีมีไสตล์ มองแล้วชื่นใจสบายตา แต่มีใครคิดสักนิดไหมว่า ทำไมงานดังกล่าวต้องมีพริตตี้ แล้วพริตตี้มาทำอะไรที่ในงาน
สถานการณ์บ้านเมืองของเราในวันนี้ อยู่ในภาวะที่เรียกได้ว่าใกล้หน้าสิ่วหน้าขวานไปแล้วก็ได้ สาเหตุเกิดจากอะไรนั้นก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้ว นั่นคือการเมืองการปกครองที่บกพร่อง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว หากจะบอกว่าเป็นมาตั้งแต่เมื่อครั้งเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร์ในปี 2475 กระทำรัฐประหารยึดอำนาจจากพระมหากษัตริย์ ก็น่าจะได้ เพราะในปีรุ่งขึ้นก็ยึดอำนาจกันเอง แต่ฝ่ายทำการยึดอำนาจเกิดพ่ายแพ้จึงต้องเป็นกบฏ นับแต่นั้นมา ปัญหาการเมืองการปกครองไทยจึงยุ่งอีนุงตุงนังมาจนทุกวันนี้

ประเทศไทยเป็นประเทศเล็ก ประชากรไม่ถึง 100 ล้านคน แต่ดูเหมือนว่าจะมีอะไร ๆ ใหญ่จนเกินตัวในหลายเรื่อง ทำให้สิ้นเปลืองแบบไม่คุ้มค่า เช่น บรรดานายพลในกองทัพทั้งสามเหล่าและตำรวจ มีมากมายเกินความจำเป็น ซึ่งส่วนมากก็ไม่มีอะไรทำ มีตำแหน่งประจำบ้าง ที่ปรึกษาบ้าง ผู้ทรงคุณวุฒิบ้าง ตำแน่งเหล่านี้มีไว้เพื่อรองรับท่านทั้งหลายที่เป็นส่วนเกิน ไม่ต้องทำอะไร สิ้นเดือนก็รับเงินคนละหลายหมื่น
อีกพวกหนึ่งที่มีล้นเกินคือบรรดานักการเมืองทุกระดับ ที่มีกันหยุบหยับไปหมด
หมายความตามหัวข้อนั่นแหละครับ
แต่จะตรงความหมายของ Affiliate Marketing Guru จริงหรือไม่ เพราะยังมืดแปดด้านสิบหกมุม คิดไม่ออกและก็ไม่แน่ใจอะไรทั้งนั้นแหละ ฮา
เรื่องของเรื่องก็คือว่า คิดมานานว่า ตัวเองก็มุ่งมั่น บากบั่น สร้างสรรค์การทำมาหากินด้วย Affiliate Marketing ตามความรู้และแรงบันดาลใจจากปรมาจารย์ทั้งหลาย ที่เคยกล่าวนามมาหลายครั้ง เช่น ท่านต้น- สิทธิศักดิ์ บุญมาก ท่านโยคี ท่านทรงชัย ณะอำภัย ท่านอนุชา ลีวรกุล ท่านตราวุฒ เหลืองสมบูรณ์ ท่านเปิ้ล-ปภาดา และอีกมากมาย โดยทำมาจนหนวดหงอกแล้วแม้จะยังคลานเป็นเต่าต้วมเตี้ยม แต่ก็พอจะมีประสบการณ์เรื่องนี้อยู่นิดหน่อยขนาดเท่าหนวดเต่าเขากระต่าย จึงอยากจะเขียนให้คนอ่านบ้าง