อ่านโกศลทอล์คโม้เพิ่มเติม

smile

หนทางการพัฒนาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์

ดร.โสภณ พรโชคชัย : ในวันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม 2553 ผมไปร่วมสัมมนาเรื่อง “การขับเคลื่อนงานสังคมสงเคราะห์: ทิศทางการพัฒนาองค์ความรู้และความเป็นวิชาชีพ” ณ ห้องราชา 2 โรงแรมปรินซ์ พาเลซ มหานาค กรุงเทพมหานคร พอดีเวลาจำกัดและผมต้องรีบกลับก่อนปิดงาน จึงไม่มีโอกาสได้แสดงความเห็น และขออนุญาตแสดงความเห็นไว้ ตามนี้เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาวิชาชีพ

ในความเข้าใจของผม “นักสังคมสงเคราะห์” คือ นักแก้ปัญหาสังคม โดยการแก้นี้หมายถึงการปฏิบัติการที่รวมความถึงการวิเคราะห์ การป้องกัน การวางแผน และการพัฒนาด้วย ส่วนปัญหาสังคมนั้นหมายถึงปัญหา ทั้งต่อบุคคล กลุ่ม ชุมชนและสังคมโดยรวม ที่อาจเป็นในด้านเด็ก สตรี คนชรา ชุมชนแออัด ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการทางกายหรือจิต เป็นต้น และอาจเป็นในสถานที่ที่แตกต่างกันเช่น โรงพยาบาล คุก สถานสงเคราะห์ เป็นต้น

ว่าด้วยการปฏิรูป

การปฏิรูป เป็นศัพท์ที่ถูกนำมาใช้งานอย่างหนักในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน หลังเหตุการณ์จลาจลเผาประเทศเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 รัฐบาลประกาศแผนปฏิรูป ประเทศอย่างขนานใหญ่ สังคมไทยก็ขานรับกันเกือบทุกภาคส่วน ยกเว้นเพียงบางกลุ่มที่ไม่ยอมรับรัฐบาล จึงไม่ยอมรับแผนปฏิรูปประเทศ

นั่นเป็นเรื่องของการเมือง จะแก้ไขกันอย่างไรก็เป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องที่จะเจรจาตกลงกัน แต่จะอย่างไรเสียรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีก็ยืนยันว่า แผนปฏิรูปประเทศต้องเดินหน้าต่อไป แม้อายุของรัฐบาลนี้จะสิ้นสุดลง การปฏิรูปก็จะไม่สิ้นสุดตามอายุของรัฐบาล

การจะปฏิรูปอะไรสักอย่าง ย่อมหมายความว่า สิ่งที่มีอยู่นั้นใช้ไม่ได้ หรือใช้ได้ไม่เต็มที่ การปฏิรูปประเทศไทยที่กำลังเกิดขึ้นนั้น ก็เป็นเพราะระบบต่างๆ อันเป็นองคาพยพของประเทศเกิดความเสื่อม ไร้ประสิทธิภาพ ไม่เหมาะกับยุคสมัย ทำให้ประเทศชาติเสียหาย จึงต้องปฏิรูปคือทำให้ดีขึ้น ซึ่งมีทั้งการตัดสิ่งที่ไม่ดีออกไป และเพิ่มสิ่งที่ดีๆ เข้ามา สิ่งใดที่ใช้ได้ก็ใช้ต่อไป …

ปฏิรูปประเทศไทย ปฏิรูปอะไร ใครจะปฏิรูป

นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศแผนการปฏิรูปประเทศท่ามกลางการตอบรับเป็นอย่างดีของภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมไทย เว้นแต่ฝ่ายค้านในสภาคือพรรคเพื่อไทย และฝ่ายค้านนอกสภาคือกลุ่ม นปช. ที่ไม่เห็นด้วย  และประกาศไม่รับแผนของนายกรัฐมนตรี ซึ่งการกระทำเช่นนี้ก็ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด  และนายกรัฐมนตรีก็เดินหน้าแผนปฏิรูปประเทศ ด้วยการแต่งตั้งบุคคลสำคัญสองคนคือ นายอานันท์ ปันยารชุน กับ นายแพทย์ประเวศ วะสี เข้ามาเป็นประธานคณะทำงาน 2 คณะ เพื่อจัดทำแผนปฏิรูป รวมทั้งดำเนินการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญควบคู่กันไป โดยมีนายสมบัติ ธำรงธัญญาวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เป็นประธาน

รัฐธรรมนูญ จะแก้อีกกี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม

ในที่สุดรัฐบาลนายอภิสิทะธ เวชชาชีวะ ที่เพิ่งปรับคณะรัฐมนตรีไปเมื่อไม่นาน ก็ตั้งคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีศาสตราจารย์สมบัติ ธำรงธัญญวงศ์ เป็นประธาน เว็บไซต์หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจเสนอข่าวในวันนี้ (17 มิถุนายน 2553) ว่า ประธานคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้นัดคณะกรรมการประชุมกันเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ โดยวางกรอบในการประชุมหารือ ในอำนาจหน้าที่ไว้ 3 ข้อ คือ
1. การพิจารณาแนวทางแก้ไขรธน. ตามข้อเสนอคณะกรรมการสมานฉันท์ ทั้ง 6 ประเด็น…

เหตุผลที่ผมเลือก สข. จากพรรคประชาธิปัตย์

ผมในฐานะพลเมืองของกรุงเทพฯ (เกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี) และพลเมืองของประเทศไทย ได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งทุกครั้ง ทำหน้าที่เลือกตัวแทนในทุกระดับ ล่าสุดคือเมื่อวานนี้ (6 มิถุนายน 2553) ได้ทำหน้าที่เลือกตั้งสมาชิกสภาเขต (สข.) บึงกุ่มตั้งแต่ช่วงเช้า

ผมเลือกพรรคประชาธิปัตย์ โดยที่ผมไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคนี้หรือพรรคไหน และโดยไม่มีใครมาจัดตั้งหรือชี้นำผม แต่ผมเลือกโดยใช้สติปัญญาของตนอย่างอิสระ และทำเช่นนี้มาทุกครั้ง

คำเตือน : กงล้อประวัติศาสตร์มักหมุนกลับมาทับตีนประชาชน

ประวัติศาสตร์การเมืองนับตั้งโบราณมาจนถึงปัจจุบัน คือการแย่งชิงอำนาจกันระหว่างผู้นำ ไม่ว่าจะในยุคผู้นำที่ขึ้นสู่อำนาจด้วยการสู้รบ โค่นล้ม ยึดครองอำนาจจากผู้อื่น หรือผู้นำที่มาโดยวิถีการเลือกตั้ง ที่เรียกกันว่าประชาธิปไตย

การแย่งชิงอำนาจกัน ระหว่างผู้นำทางการเมือง เมื่อไม่มีใครแพ้ใครชนะและไม่มีใครยอมใคร ก็จะนำไปสู่ความขัดแย้งที่ต้องใช้กำลังห้ำหั่นกันในหลากหลายรูปแบบ โดยใช้ประชาชนเป็นข้ออ้างสร้างความชอบธรรมแก่ตนเอง และประชาชนทั้งหลายก็จะถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งของผู้นำทางการเมืองทั้งโย รู้ตัวและไม่รู้ตัว

เมื่อประชาชนทั้งที่บริสุทธิ์ิ์และที่เป็นเครื่องมือของคู่ขัดแย้งและเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยตายไปสักจำนวนหนึ่ง ผู้นำทางการเมืองที่แย่งชิงอำนาจกัน ก็จะหาทางเจรจาเพื่อตกลงผลประโยชน์ …

ยุติสภาพรัฐล้มเหลวก่อนจะถึงอนาธิปไตย รัฐบาลและคนไทยต้องใช้สติและปัญญาให้หนัก

ความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองขณะนี้  กล่าวได้ว่า อยู่ในสภาพที่ใกล้สิ่งที่เรียกว่ารัฐล้มเหลว ( failed state) เข้าไปทุกทีแล้ว  เห็นได้จาการที่รัฐไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเต็มที่ มีการก่อการร้าย ก่อความวุ่นวาย ประท้วงโดยใช้ความรุนแรง ปิดกั้นเสรีภาพของผู้อื่น  แม้กระทั่งการปิดล้อม บังคับ เจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งตำรวจและทหาร มิให้เดินทางเคลื่อนย้ายกำลังไปที่ใด  ของกลุ่มผู้ประท้วงที่อยู่ฝ่ายตรงกันข้ามรัฐบาล

สภาพเช่นนี้หากดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุด  จาการประท้วงทางการเมืองที่ใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย มาเป็นการก่อความวุ่นวายโดยละเมิดกฎหมาย หากรัฐไม่สามารถที่จะใช้กฎหมายบังคับเพื่อให้ยุติการละเมิดกฎหมายของฝูงชนได้  ย่อมหมายความว่า  อำนาจของรัฐไม่มีอยู่อยู่จริง  แม้ตัวตนของรัฐอันได้แก่รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐจะมีอยู่ก็ตาม

kbiztalk

ยินดีต้อนรับทุกท่าน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosoltalk.com หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

bookandwriter

xirbit

เืดือนนี้มีอะไร

หมวดหมู่สาระพัน

เสียงเพื่อนพูดคุย

เรื่องเก่าๆเอามาให้อ่าน

eXTReMe Tracker Free counter and web stats